มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์เผยผลศึกษา โครงสร้างรายได้ที่เป็นธรรม พนักงานขับรถโดยสารช่วงวิกฤต Covid-19

bus04.08.63 1

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RDI) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เผยผลการศึกษา “โครงสร้างรายได้ที่เป็นธรรม” ช่วยเหลือพี่น้องพนักงานขับรถโดยสารประจำทางในช่วงวิกฤต Covid

              ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยช่วงโควิดพี่น้องพนักงานขับรถโดยสารประจำทางได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากนโยบายล็อคดาวน์และปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณลดลงกว่าร้อยละ 60-80 ส่งผลให้พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขสมก. รถร่วมบริการ รถตู้ และรถทัวร์ ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

          มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับสำนักงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม (RDI) ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จึงได้ทำการศึกษา “ความพึงพอใจของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางที่มีต่อค่าตอบแทนทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน” เพื่อสร้างเป็นโมเดลต้นแบบการกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤตโควิด เพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน รักษาอัตราการคงอยู่ในอาชีพ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินผู้โดยสาร ผลการศึกษาพบปัจจัยกำหนดโครงสร้างที่เป็นธรรมประกอบด้วย 4 ปัจจัยที่จำเป็นและขาดไม่ได้ ได้แก่ ปัจจัยหลัก ปัจจัยร่วม ปัจจัยการสร้างแรงจูงใจ และการเพิ่มทักษะและประสิทธิภาพการทำงาน

            1) ปัจจัยหลัก เป็นปัจจัยทั่วไปของพนักงานขับรถและปัจจัยองค์กร เช่น ประสบการณ์ ขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร ความเชี่ยวชาญเส้นทาง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดรายได้ของพนักงาน ผนวกกับปัจจัยองค์กรที่จะต้องกำหนดให้สอดคล้องกัน เช่น การกำหนดรายได้ขั้นต่ำที่เพียงงพอและเป็นธรรม การให้ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงินหรือสวัสดิการ เช่น ค่าชดเชยวันหยุด ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอมบุตร เป็นต้น

bus04.08.63 2

              2) ปัจจัยร่วม นอกจากนี้ผลการศึกษาชี้ว่าปัจจัยร่วมด้วยหรือปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น เงินรางวัลเมื่อพนักงานขับรถได้ตามเป้าหมาย ค่าตอบแทนเหมาะสมกับงานทีได้รับมอบหมาย การปฏิบัติกับผู้โดยสารด้วยความเป็นมิตร การได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง การได้รับการยกย่อง ชื่นชมจากผู้โดยสาร จำนวนวันหยุดที่เพียงพอ และเงินรางวัลและสวัดิการเพียงพอและครอบคลุมถึงครอบครัว เป็นต้น

              3) การสร้างแรงจูงใจ (Inspirational Factor) เป็นอีกปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้พนักงานขับรถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยการสร้างแรงบันดาลใจจะมีวิธีการดังนี้คือ 1) มีความพยายามในการพัฒนาวิธีการทำงานของตนเอง 2) เป็นโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถ 3) ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร และ 4) ได้รับการยอมรับจากผู้โดยสาร

              4) การเพิ่มทักษะและประสิทธิภาพการทำงาน (Skill and Productivity Factor) ผลการศึกษาพบว่าการเปิดโอกาสให้พนักงานพัฒนาทักษะในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญและทำให้พนักงานขับรถมีความพึงพอใจและภาคภูมิใจในอาชีพของตนเอง อีกทั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาสร้างโครงสร้างรายได้ของผู้ขับรถโดยสาร ประกอบด้วย 8 ทักษะที่สำคัญ ดังนี้ 1) มีความรู้ความสามารถในการขับรถ 2) การนำความรู้ไปใช้จริง 3) ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4) มีความสามารถในการแก้ไขเฉพาะหน้า 5) มีความรับผิดชอบ 6) มีความอิสระในการแก้ไขปัญหา 7) มีความชำนาญในเส้นทาง และ 8) มีเครือข่ายที่ดีในการทำงาน

              ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เมื่อองค์กรกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนที่เป็นธรรมมีหลายประการ ดร.ภูมิพัฒณ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นผลที่เกิดกับองค์กรเอง จะทำให้องค์กรประหยัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นเพราะพนักงานต่างร่วมด้วยช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ช่วยรักษาอัตราการคงอยู่ในการทำงาน และยังช่วยให้พนักงานเกิดความภาคภูมิใจและรักในองค์กร ส่วนประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อพนักงานขับรถนั้นก็มีมากมาย เช่น ได้รับรายได้ที่เพียงพอและเป็นธรรม มีสวัสดิการครอบคลุมถึงครอบครัว และมีโอกาสในการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นในอาชีพ และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อพนักงานมีความพึงพอใจและรักในอาชีพของตนเอง จะคำนึงถึงผู้โดยสารมากขึ้น ความปลอดภัยในการขับขี่ก็มีมากขึ้นทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ร่วมเดินทางบนท้องถนนได้อีกด้วย 

เรียบเรียงโดย วราวุฒิ พุทธรัตน์

พิมพ์ อีเมล

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร้องวุฒิสภาคุมค่าโดยสารรถเมล์รถไฟฟ้า ชี้ต้องลดความเหลื่อมล้ำช่วยเหลือผู้บริโภค

picsaree13.7

          วันนี้ (13 กรกฎาคม 2563) ที่อาคารรัฐสภา นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และตัวแทนเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาค่าโดยสารรขนส่งมวลชนรถเมล์รถไฟฟ้าราคาแพงให้ไม่เกิน 5% ของรายได้ขั้นต่ำ โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันผู้บริโภคต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของคนกรุงเทพมหานคร หากต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 26–28% หรือหากใช้รถเมล์ ขสมก. ปรับอากาศจะมีค่าใช้จ่าย 15-16% และรถเมล์ร่วมบริการอยู่ที่ 14% ซึ่งสวนทางกับคุณภาพของบริการขนส่งสาธารณะ และความไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ส่วนใหญ่ต้องเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะเดินทางเพิ่มมากขึ้น คิดเป็นการเดินทางด้วยรถยนต์มากถึง 43% รถจักรยานยนต์ 26% และขนส่งสาธารณะเพียง 24% เท่านั้น

          นางสาวสารี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาการเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพและราคาค่าโดยสารที่เท่าเทียมเป็นธรรม เป็นปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนและสำคัญของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างปลอดภัย ทุกคนสามารถจ่ายค่าโดยสารได้อย่างเท่าเทียมเป็นธรรม ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพิ่มการใช้ขนส่งสาธารณะ และพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยมีข้อเสนอที่สำคัญของผู้บริโภคต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาดังนี้

          1.ประชาชนทั่วประเทศ ต้องเข้าถึงป้ายรถเมล์หรือจุดบริการขนส่งสาธารณะในระยะทาง 0.5 กิโลเมตร หรือเดินไม่เกิน 15 นาที ต้องปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนให้เป็นระบบไฟฟ้าทั่วประเทศ

          2.ระยะเวลาในการรอรถเมล์ หรือรถโดยสารสาธารณะไม่เกิน 15 นาที ในช่วงเร่งด่วนและไม่เกิน 30 นาทีในช่วงไม่เร่งด่วนในการเดินทางประจำวัน

          3.มีระบบให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ว่า รถเมล์ หรือรถโดยสารสายอะไรที่กำลังจะมา ทั้งในกรุงเทพฯและทั่วประเทศ

          4.ค่าใช้จ่ายของรถเมล์ปรับอากาศที่เป็นบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ต้องจัดการให้ไม่เกิน 15 บาท ทุกสายตลอดวัน

          5.ค่าใช้จ่ายบริการขนส่งมวลชนทุกประเภทรวมแล้วต้องไม่เกิน 5% ของรายได้ขั้นต่ำในแต่ละวัน ซึ่งทั้งรัฐบาลและท้องถิ่นต้องพัฒนาระบบสนับสนุนที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและมีคุณภาพในการให้บริการ

          6.สำหรับกรุงเทพ ฯ ต้องจัดการให้ผู้บริโภคเสียค่าแรกเข้ารถไฟฟ้าหรือระบบรางเพียงครั้งเดียวในการใช้บริการถึงแม้จะใช้หลายเส้นทาง มีระบบที่เชื่อมโยงรถเมล์กับบริการรถไฟฟ้าและบริการขนส่งมวลชนทุกประเภท

          ทั้งนี้ นายสังศิตได้กล่าวว่า ยินดีและขอบคุณมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญการควบคุมค่าโดยสารของบริการขนส่งมวลชนและรถไฟฟ้า ด้วยประชาชนมีภาระค่าโดยสารเป็นจำนวนมาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องให้ความสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ หลังจากนี้คณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลก่อนที่จะทำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลต่อไป

               

 

พิมพ์ อีเมล

จี้ ‘คมนาคม - การบินพลเรือน’ แก้ปัญหาสายการบินไม่คืนเงินผู้บริโภค

news pic 29052020 airplaneticketproblems 1

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จี้ ‘คมนาคม’ และ ‘การบินพลเรือน’ แก้ไขปัญหาสายการบินไม่คืนเงินผู้บริโภค โดยเร็วที่สุด เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันไม่ให้มีผู้ได้รับความเสียหายเพิ่มอีก

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

ยื่นหนังสือถึง ผู้ว่าฯ กทม. ทวงคืนบึงรับน้ำคู้บอน (แก้มลิง) ให้คนกรุงเทพฯ

news pic 22052020 1

ตัวแทนชุมชนรอบบึงรับน้ำคู้บอน และ ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นหนังสือถึง ผู้ว่า กทม. เร่งเดินหน้าประกาศกำหนดเขตเวนคืนที่ดินโครงการแก้มลิงคู้บอน เพื่ิอสร้างความมั่นใจให้กับ ปชช. หลังพบที่ดินบางส่วนมีการปรับหน้าดินและรังวัดแบ่งแยกที่ดินเพื่อการจัดสรร ชี้ หากปล่อยให้มีการดำเนินการต่อจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการประกาศเวนคืนที่ดินเพื่อทำบึงรับน้ำ 

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

หนุนผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบคิดค่าโดยสาร 'สถานีผี' เอาเปรียบผู้บริโภค เสนอ ‘กรมราง’ คุมค่าโดยสารไม่เกิน 5% ของรายได้ขั้นต่ำ

news pic 12052020 BTSGhostStations

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สนับสนุนผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบการคิด ‘ค่าโดยสาร BTS’ กรณีแพงเกินจริงจากการนำสถานีที่ไม่มีจริงมาคิดร่วมด้วย ชี้ เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมเร่ง กรมขนส่งทางราง บังคับให้บริษัทฯ ยกเลิกการคิดค่าโดยสารจากสถานีที่ไม่มีจริง รวมทั้งคุมราคาให้เป็นธรรมเหมือน ตปท. โดยคิดค่าโดยสารไม่เกิน 5% ของรายได้ขั้นต่ำ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้บริการนี้ได้

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Website Security Test