ชินวัตรถือหุ้นปตท.จิ๊บจ๊อย ชี้ไม่มีอำนาจในการบริหาร

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวถือหุ้นอยู่ใน บริษัท ปตท.  และเป็นผู้ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศแพงว่า ขณะนี้ ปตท.มีหุ้นสามัญทั้งสิ้น 2,850 ล้านหุ้น มีผู้ลงทุนรายย่อยกว่า 50,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ถือหุ้นนามสกุลชินวัตรถือหุ้นอยู่ด้วย แต่คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเพียง 0.0020% ของผู้ลงทุนรายย่อยทั้งหมด ซึ่งไม่สามารถเข้ามามีบทบาทใด ๆ ในการบริหารงาน ปตท.ได้

“ผู้ถือหุ้นรายย่อยอาจจะพบผู้บริหารได้เพียงปีละ 1 ครั้งในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีเท่านั้น ส่วนรายชื่อผู้ถือหุ้นนามสกุลชินวัตรนั้น ปตท.ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใคร เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้นและเป็นไปตามกฎระเบียบของตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ด้วย”

ส่วนกรณีที่ ปตท.ถูกโจมตีอย่างมากเกี่ยวกับการมีกำไรสูงถึง 100,000 ล้านบาทนั้น ขอยืนยันว่ากำไรที่ได้มีการส่งคืนภาครัฐในรูปของภาษีและเงินปันผลโดยในปี 55 ได้ส่งคลังกว่า 61,284 ล้านบาท และในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่แปรรูป ปตท. ได้ส่งเงินเข้ารัฐแล้ว 520,000 ล้านบาท ส่วนกำไรที่ได้ก็ไม่ได้เข้ากระเป๋าผู้บริหาร เพียงแต่มีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน และอีกส่วนหนึ่งต้องเก็บไว้สำหรับลงทุนหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมในอนาคต

“มีคนกล่าวหาว่า ปตท.ผูกขาด ผมอยากรู้ว่าผูกขาดตรงไหน เพราะทุกวันนี้ไม่มีใครที่มีสติพอจะกล้ามาลงทุนสร้างท่อก๊าซฯเพิ่ม แต่ ปตท.ในฐานะผู้แสวงหาพลังงานของประเทศต้องเป็นผู้แบกรับภาระไปเอง แม้จะเปิดให้ลงทุนแต่ก็ไม่มีเอกชนรายใดมาลงทุนทำ และการขายน้ำมันปัจจุบันไม่ได้มีกำไรสูงอย่างที่เข้าใจกัน ส่วนใหญ่ที่มีรายได้มาก ๆ มาจากกลุ่มธุรกิจเสริมในปั๊ม และรายได้จากบริษัทลูก ส่วนราคาที่ขายน้ำมันในประเทศแพงกว่าส่งออกก็เพราะมาจากภาษีเป็นหลัก”.

ข้อมูลจาก นสพ.แนวหน้า 19 มีนาคม 2556

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน