Black Ribbon

59banner

บริการสุขภาพและสาธารณสุข

ความจริงกรณี รพ.ขาดทุน

581104 medical
1.ทำไมโรงพยาบาลมีเงินไม่คุ้มต้นทุนที่รักษาผู้ป่วยเพราะอะไร?

- รพ.เป็นหน่วยงานไม่แสวงหากำไร ให้บริการประชาชนตามความจำเป็นด้านสุขภาพ มีรายรับจากงบประมาณจากรัฐและค่ารักษาพยาบาล เหตุที่ "มีเงินไม่คุ้มต้นทุน" ต้องมองที่ต้นทุนก่อน รพ.แต่ละแห่งมีต้นทุนไม่เท่ากัน เหตุที่ไม่เท่ากันมีหลายปัจจัย เช่น 1)ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ต้นทุนในการบริหารจัดการสูง โดยเฉพาะ Fixed cost เปิดอย่างไรก็ขาดทุน แต่เป็นบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประชาชน ขาดทุนอย่างไรก็ต้องเปิด 2)ต้นทุนบุคลากรสูง แต่มีแต่ตำแหน่ง คนทำงานจริงขอไปช่วยราชการที่อื่น ทำให้คนทำงานไม่พอ ต้องจ้างลูกจ้างเพิ่มทำให้ต้นทุนเพิ่ม จึงเข้าข่ายซวยสองต่อ

2.ทำไมโรงพยาบาลได้รับเงินงบประมาณน้อยกว่าต้นทุนล่ะ?

- รายรับของ รพ.ส่วนใหญ่มาจากค่าบริการจากประชาชน 3 สิทธิ ได้แก่ ข้าราชการ ประกันสังคม และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) ทั้ง 3 สิทธิใช้งบประมาณจากภาษีทั้งหมด ยกเว้นประกันสังคมที่ผู้ประกันตนร่วมส่งเงินสมทบด้วย แต่รัฐให้งบประมาณไม่เท่าเทียมกัน โดยจัดงบประมาณให้ข้าราชการหัวละ 14,000 บาท จัดงบประมาณให้บัตรทองและประกันสังคมราว 3,000 บาท เมื่องบประมาณที่ได้รับจากรัฐไม่เท่ากัน รพ.จึงได้รับเงินงบประมาณจากแต่ละสิทธิไม่เท่ากัน หากรัฐจัดสรรงบประมาณให้บัตรทองหัวละ 14,000 บาท และจัดสรรให้ข้าราชการ 3,000 บาท บัตรทองก็จะไม่ถูกกล่าวหาว่าทำ รพ.ขาดทุนอย่างแน่นอน


3.ทำไม สปสช.จ่ายเงินให้โรงพยาบาลน้อยกว่างบประมาณกองทุนฯล่ะ?

- เป็นเพราะ 1)งบประมาณกองทุนที่ สปสช.ได้รับจากรัฐบาล เป็นงบประมาณที่รวมเงินเดือนของบุคลากรของ รพ.ด้วย เมื่อหักเงินเดือนออกไป ทำให้เหลืองบกองทุนเพียงร้อยละ 70 2)ปีงบประมาณ 60 สปสช.จัดสรรงบประมาณกองทุนออกเป็นกองทุนย่อยรวมทั้งสิ้น 8 กองทุน(รายละเอียดเพิ่มเติมที่  http://uckkpho.com/index.php/download/finishhttp://uckkpho.com/index.php/download/finish/45-60/510-uc-2560/0/.../510-uc-2560/0) แต่ละกองทุนจะมีวัตถุประสงค์เฉพาะ งบประมาณส่วนใหญ่จัดสรรตรงให้กับ รพ.ส่วนหนึ่งกันไว้ที่ส่วนกลางเพื่อจ่ายให้กับ รพ.ในบริการประเภทต่างๆ เช่น ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน โดยคำนวณตามปริมาณการให้บริการจากฐานข้อมูลการให้บริการจริงในปีก่อนหน้า รายการใดมีค่าใช้จ่ายแพงๆ ก็กันไว้ส่วนกลาง ให้ รพ.ที่ให้บริการไปเบิกจากเงินส่วนนี้ ส่วนที่บอกว่า สปสช.มีเงินเหลือ "ค้างท่อ" ไว้ที่ส่วนกลาง และเอาไปแจกจ่ายให้องค์กรเอกชน อปท.และมูลนิธิอื่นๆ ปีละหลายหมื่นล้าน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เรื่องจริงคือ สปสช.นำเงินกองทุนไปร่วมกับงบประมาณของ อปท.ตั้งเป็นกองทุนสุขภาพตำบล ตามมาตรา 47 ปีละราว 3,000 ล้านบาท ท้องถิ่นนำเงินมาสมทบราวปีละ 1,200 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับประชาชนในพื้นที่ ภายใต้มาตรา 47 ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพ และการนำงบประมาณสนับสนุนให้แก่องค์กรเอกชน มูลนิธิต่างๆ ก็ทำภายใต้อำนาจตามมาตรา 26 (12) ปีละราว 100 ล้านบาท หรือถือเป็นร้อยละ 0.08 ของเงินกองทุนเท่านั้น ไม่ใช่หลายหมื่นล้านแต่อย่างใด หากแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างมาก

4.เมื่อ สปสช.บริหารเงินผิดกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไร?

- ไม่เคยปรากฎมีผลการสอบสวนใดระบุว่า สปสช.บริหารเงินผิดกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติผิดกฎหมาย มีแต่บุคคลกลุ่มหนึ่งกล่าวหา สปสช.มาตลอดว่าทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ได้มีหน่วยงานตรวจสอบได้เข้าตรวจสอบการบริหารกองทุนของ สปสช.หลายหน่วย เช่น สตง./ ป.ป.ท./ ป.ป.ช./ คตร./ สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ปรากฎว่ามีหน่วยงานใดระบุว่า สปสช.บริหารงานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ แต่มีความเห็นว่าการบริหารกองทุนอาจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย หลังจากได้ฟังความอย่างรอบด้านแล้ว สุดท้าย หัวหน้า คสช.จึงได้ออกคำสั่งที่ 37/2559 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ให้ประเด็นที่เคยถูก คตร.ตรวจสอบและพบว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้น ให้ สปสช.และ รพ.ดำเนินการได้ตามเดิมต่อไป จึงถือเป็นจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบ อะไรที่เคยห้ามไว้ ก็มีคำสั่งมาตรา 44 ยกเลิกการห้ามนั้นแล้ว


5.ทำไมหัวหน้า คสช.จึงต้องออกคำสั่งนี้?

- เหตุผลในการออกคำสั่งที่ 37/2559 ระบุในย่อหน้าแรกของคำสั่งฉบับนี้ ดังนี้ "โดยที่ได้ปรากฎว่าการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการและประสิทธิภาพในการให้บริการของหน่วยบริการ ส่งผลกระทบถึงการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยรวม สมควรแก้ไขข้อขัดข้องในขณะนี้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ต่อการบริการสาธารณสุขของประเทศและประชาชนผู้รับบริการในระหว่างที่จะได้มีการดำเนินการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป" (รายละเอียดเพิ่มเติมที่  http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-head-order37-2559.pdf)

การนำความจริงเพียงส่วนเดียวในบางช่วงเวลามาเผยแพร่โดยอคติและปราศจากการตรวจสอบ อาจเป็นการทำลายระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยที่ต่างชาติให้การยกย่องและนำไปเป็นแบบอย่าง และยังเป็นระบบที่เป็นหลักประกันสุขภาพที่มั่นคงของประชาชนไทยอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พิมพ์อีเมล

Banner Food
Banner Safethaibus
Creditcard
Indy
Inside
Union
จดหมายบอกเลิกสัญญา
Seacc
Banner Ci