ผู้บริโภควิจารณ์ กสทช. แก้ปัญหา SMS ไม่ได้ โยนภาระให้ประชาชนยกเลิก

 

sms คอบช

 18 เมษายน 2561 เวลา 14:40 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค – คณะกรรมการอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) แถลงข่าว กรณี กสทช.แก้ปัญหา SMS ไม่จบ และ ข้อมูลลูกค้ารั่วของบริษัททรู

ตามที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงข่าว สั่งค่ายมือถือ ส่ง sms 2 ครั้ง เป็นการส่ง SMS เพื่อขอบคุณที่ใช้บริการ และ SMS แจ้งให้สามารถกด *137 โทรออกเพื่อยกเลิกบริการ ซึ่งจะสามารถยกเลิกการใช้บริการเสริมนั้นได้ทันที ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2561 เป็นต้นไปนั้น

รศ.รุจน์ โกมลบุตร รองประธานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) เห็นว่า วิธีการดังกล่าวเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภคต้องมายกเลิกเอง ทั้งที่การส่ง SMS รบกวน และดูดเงิน เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค และหากจะมีการส่ง SMS ควรเป็นข้อความเพื่อให้ยืนยันการสมัครเท่านั้น หากไม่กดก็ต้องถือว่ายกเลิกโดยปริยาย เพราะคนส่วนใหญ่อาจไม่ได้อ่านข้อความ SMS ทั้งหมดที่ส่งมา

อีกปัญหาหนึ่งคือ ต้องแก้ไข โปรแกรม “วางกับดัก” ที่เพียงผู้บริโภค "มือลั่น ก็ถือว่าเป็นการสมัครใช้บริการ SMS แล้วกับดักที่มีหลายรูปแบบทั้งที่ผู้บริโภคเพียงลาก หรือสไลด์มือถือ หรือกดหน้าจอเพื่อปิดก็เป็นการสมัครแล้วทั้งที่ผู้บริโภคไม่ได้ตั้งใจ และยังมีลูกเล่นว่า วิธีมือลั่นดังกล่าวจะไม่เกิดกับทุกคน ทำให้เข้าใจว่าเป็นความผิดพลาดของผู้บริโภคเอง

sms

นอกจากนี้ นางสาวบุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า กสทช. ควรบังคับใช้ประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อ 5 (5) ว่า การกระทําโดยการโทรศัพท์หรือส่งข้อความการโฆษณามายังเครื่องโทรคมนาคมหรืออุปกรณ์ของผู้บริโภคจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้บริโภค หรือโดยมิได้รับอนุญาต หรือความยินยอมจากผู้บริโภค ซึ่งมีโทษทางปกครอง กรณีฝ่าฝืนคำสั่ง คือ ปรับไม่เกินห้าล้านบาท และหากฝ่าฝืนให้คณะกรรมการปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 100,000 บาท

ส่วน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประสาท มีแต้ม คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) กล่าวเพิ่มเติม กรณีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าทรู เห็นว่า กสทช. และรัฐบาลควรเร่งผลักดันให้มีการจัดทำกฎหมายว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยยึดหลักการว่าหากมีการปล่อยให้ข้อมูลรั่ว ก็ถือเป็นความผิดแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้นำข้อมูลนั้นไปใช้เพื่อการค้า หรือก่อความเสียหายใดๆ ก็ตาม เนื่องจากเข้าข่ายเป็นการละเมิดต่อสิทธิส่วนบุคคล หากกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในสหภาพยุโรป จะมีกฎหมาย The EU General Data Protection Regulation ถูกปรับเงินร้อยละ 4 ของรายได้บริษัท หรือไม่ต่ำกว่า 20 ล้านยูโร ขึ้นอยู่กับอันใดมากกว่า ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ 

(ติดตามชมย้อนหลัง - คณะกรรมการอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) แถลงด่วน! กรณี กสทช.แก้ปัญหา SMS ไม่จบ และ ข้อมูลลูกค้ารั่วของบริษัททรู ได้ที่นี่ >> http://bit.ly/2qHRytm)

ลิ้งค์ดาวน์โหลดภาพประกอบ Info SMS - https://www.picz.in.th/image/YRelUP

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสuยง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณา
อันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ พ.ศ. 2558
- รายละเอียดฉบับเต็ม ดาวน์โหลดได้ที่ - http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/212/10.PDF

พิมพ์ อีเมล

เตือนผู้บริโภค ระวังกลลวง ‘ขอบัตรประชาชน-เปิดเบอร์-แจกเครื่องฟรี’ เป็นหนี้ไม่รู้ตัว

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เตือนผู้บริโภคให้ระวังการหลอกลวงผู้บริโภคที่เป็นผู้สูงอายุในชุมชน ให้ช่วยเปิดเบอร์โทรศัพท์แถมเครื่อง ถึงแม้จะอ้างว่า ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไร ก็อย่าได้หลงเชื่อ ส่วนมิจฉาชีพเมื่อเปิดโทรศัพท์สำเร็จก็นำโทรศัพท์ไปจำหน่ายต่อ

คุณมณี จิรโชติมงคล แกนนำชุมชน ในฐานะอนุกรรมการด้านสื่อและโทรคมนาคม คณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน (คอบช.) ได้นำผู้เสียหายมาร้องเรียนต่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ว่า ได้มีบุคคล ชักชวนชาวบ้านที่เป็นผู้สูงอายุในชุมชนที่ไม่มีรายได้ ให้ช่วยเปิดเบอร์โทรศัพท์โดยให้เงินตอบแทนรายละ 300-4000 บาท โดยผู้เปิดเป็นเพียงผู้ขอใช้โทรศัพท์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เนื่องจากตนต้องการโทรศัพท์ไปจำหน่ายต่อ ทำให้คนในชุมชนเดียวกันและชุมชนใกล้เคียง นำบัตรประชาชนไปเปิดโทรศัพท์ให้กับมิจฉาชีพ

นางสำรวย ฤาไชยคาม ผู้เสียหาย เล่าว่า หลังจากไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ไม่ถึง 30 วัน ก็ได้รับใบแจ้งหนี้ค่าใช้บริการ 499 บาทต่อเดือน ก็ได้โทรศัพท์ไปต่อว่า คนชักชวน และขณะนี้คุณมณี ได้ช่วยแจ้งยกเลิกการใช้บริการ ไปลงบันทึกประจำวัน จึงอยากเตือนผู้บริโภคเป็นอุทาหรณ์ พร้อมเรียกร้องให้พนักงานขายหรือผู้ประกอบการให้ข้อมูลกับผู้บริโภคที่ไปเปิดการใช้บริการด้วยว่า จะต้องมีชำระเงินรายเดือน และทำสัญญา 1 ปี เพราะหากชัดเจนแบบนี้ก็จะไม่มีใครไปช่วยเปิดเบอร์โทรศัพท์ พร้อมเรียกร้องกสทช. ดำเนินการให้สัญญาโทรศัพท์มือถือ มีขนาดใหญ่ขึ้น เห็นได้ชัด และสรุปสัญญาสั้นๆ ให้ผู้บริโภคเข้าใจชัดเจน เพื่อป้องกันการถูกหลอก

นาวสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) กล่าวเสริมว่า กลลวงรูปแบบใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลาในสังคม ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ อย่างกรณีนี้ หลอกผู้สูงวัยให้บัตรประชาชนเปิดเบอร์โทรศัพท์แถมเครื่อง แถมด้วยจะได้เงินเล็กน้อย ขอให้กสทช. ตรวจสอบเรื่องนี้ ว่า มีความเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการหรือไม่อย่างไร รวมทั้งให้กสทช. กำกับการยกเลิกการใช้บริการของผู้บริโภคที่ผู้ให้บริการต้องดำเนินการภายใน 5 วันให้เป็นจริงด้วย

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FB มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค : https://www.facebook.com/fconsumerthai/videos/1568446456612244/

ยกเลกเบอรมอถอ

พิมพ์ อีเมล

กสทช.สั่งระงับโฆษณา 'คอร์ดี้พลัส-หลินจือโกะ' โฆษณาเกินจริง

กสทช. แจ้งสื่อทุกช่อง ระงับเผยแพร่
"ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอร์ดี้ พลัส - หลินจือโกะ"
ระบุโฆษณาเกินจริง ไม่ผ่าน อย. แต่อ้างป้องกันรักษาโรค


 

NBTC Banned ad

 

11 เมษายน 2561 - นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติให้

สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่องให้ระงับการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอร์ดี้ พลัส และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลินจือโกะ

เนื่องจากเนื้อหาโฆษณาที่มีการเผยแพร่อยู่ในปัจจุบันเป็นเนื้อหาที่มีการโฆษณาเกินจริง ว่ามีผลในการป้องกันและรักษาโรค

ซึ่งตามข้อเท็จจริงสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดเป็นอาหารไม่ใช่ยา จึงไม่มีสรรพคุณในการป้องกันบำบัดหรือรักษาโรค และเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่มีสุขภาพร่างกายปกติ ไม่ใช่ผู้ป่วย

นอกจากนี้การโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับอนุญาตเป็นอาหาร ซึ่งกำหนดให้ต้องมีคำเตือนในฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่า “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับฉลาก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เข้าข่ายเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารทางวิทยุโทรทัศน์อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 40 และมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 จึงเป็นการทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามความในข้อ 5(2) ของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2555

ฆอ อาหาร 

นส.สถาพร อารักษ์วทนะ, นักวิชาการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เตือนผู้บริโภค ใช้วิจารณญาณในการเลือกบริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ชอบโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ถึงแม้ว่าจะมีเลข อย. / เลขจดแจ้ง 

ผลิตภัณฑ์อาหาร(ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต) ที่มีการโฆษณาบรรยายสรรพคุณ
ผู้โฆษณาจะต้องแสดงเลขอนุญาตโฆษณาอาหารในทุกสื่อด้วย
(เลขที่อนุญาตโฆษณาอาหาร ฆอ. .../....)
การไม่แสดงเลขอนุญาตโฆษณา ถือว่าผิดกฎหมาย
ถ้าผู้ใดโฆษณาก็ต้องรับโทษตามกฎหมายด้วย

พิมพ์ อีเมล

Infographic รณรงค์

IMAGE ระวัง"ถั่วเหลืองจีเอ็มโอ" ก่อ22โรคร้ายในห่วงโซ่อาหาร
แพทย์สมาคมเซลล์ฯ เผยงานวิจัยจากอเมริกา...
IMAGE GMOs อาหารที่เราควรจะรับหรือเลี่ยง
สถานการณ์เรื่องจีเอ็มโอ ในประเทศไทยขณะนี้...
IMAGE บอกหน่อย 1 วัน คนไทยใช้ไฟเท่าไร
บอกหน่อยได้มั้ย?? แต่ละวัน แต่ละเวลา คนไทยใช้ไฟเท่าไร...
IMAGE กิจกรรมต้อนรับวันสงกรานต์
ข้อมูลนี้ไม่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง...
IMAGE การใช้ไฟฟ้าสูงสุด VS ซ่อมท่อ LPG
ช่วงพีคหรือช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในแต่ละปี...
Indy
ACCOT_MiniBanner
Banner Safethaibus
Inside
Chaladsue Banner
Kidney Friend Club Banner
Creditcard
Seacc
Banner Ci
จดหมายบอกเลิกสัญญา