แพทย์แผนไทยชงสมุนไพร ขึ้นบัญชียาหลัก22รายการ

"กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย" เตรียมชงยาสมุนไพรไทย 22 รายการ บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพิ่มจากที่มีอยู่เดิม 19 รายการ หวังกระตุ้นให้ยอดการใช้สมุนไพรเพิ่ม พร้อมเพิ่มหมวดเภสัชตำรับโรงพยาบาล ที่สั่งจ่ายรักษาผู้ป่วยแพร่หลาย

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง การนำร่องใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน และการส่งเสริมยาสมุนไพรเป็นยาสามัญประจำบ้าน ว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมให้สถานพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ใช้ยาสมุนไพรบำบัดรักษาโรคควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน โดยให้มีมากกว่า 19 รายการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ใช้มากว่า 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จนถึงขั้นใช้ทดแทนเพื่อลดการนำเข้ายาแผนปัจจุบันที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยจะเพิ่มยาสมุนไพรที่สถานพยาบาลผลิตและใช้ในโรงพยาบาล ซึ่งยังไม่มีในบัญชียาหลักแห่งชาติ อีก 22 รายการ นำร่องในสถานพยาบาลของ 8 จังหวัดภาคกลาง คือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวม 66 แห่ง

"ปัจจุบันการใช้ยาสมุนไพรในโรงพยาบาลยังน้อยมาก ซึ่งอยู่ในอัตราร้อยละ 1.78 แต่ตั้งแต่ปีนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าให้มีการใช้สมุนไพรมากขึ้น โดยกำหนดมีการใช้ยาสมุนไพรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพิ่มเป็นร้อยละ 10 ส่วน รพ.ชุมชน ตั้งเป้าที่ร้อยละ 5" รมช.สาธารณสุขกล่าว

นางพรรณสิริ กล่าวว่า จะขยายผลการใช้ยาสมุนไพรรูปแบบทันสมัย ใช้ง่าย เข้าถึงครัวเรือน โดยให้เป็นยาสามัญประจำบ้านใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ที่แนะนำว่าควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน 6 คือ 1. ยาแก้ไอมะแว้ง 2. ขมิ้นชัน แก้ท้องอืด แน่นท้อง 3. ฟ้าทะลายโจร แก้หวัด แก้เจ็บคอ 4. ครีมพญายอ แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ผื่น คัน งูสวัด 5. เจลว่านหางจระเข้ แก้พิษไฟไหม้ น้ำร้อนลวก 6. เจลไพล ทาบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ยาดังกล่าวสามารถหาซื้อได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง

ทางด้าน พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ปัญหาที่โรงพยาบาลไม่ใช้ยาสมุนไพรไทยกับคนไข้ เนื่องจากขาดองค์ความรู้ จึงทำใช้การใช้สมุนไพรไทยค่อนข้างห่างหายไป แต่เมื่อกระทรวงให้นโยบายเช่นนี้ ก็หวังว่าต่อไปจะมีการใช้สมุนไพรไทยในโรงพยาบาลมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ ทางกรมได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการแพทย์ ร่วมทำวิจัยเพื่อศึกษาสรรพคุณสมุนไพรตามหลักวิชาการ ซึ่งพบว่าสมุนไพรบางตัวมีสรรพคุณเทียบเท่า หรืออาจดีกว่ายาแพทย์

ขณะที่ ดร.อัญชลี จูฑะพุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทยด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับยาสมุนไพร 22 รายการ ได้แก่ เจลว่านหางจระเข้ มะขามแขก หญ้าหนวดแมว เพชรสังฆาต กระเทียมแคปซูล ธรณีสัณฑะฆาต ขี้เหล็ก บอระเพ็ด มะระขี้นก สหัสธารา เหงือกปลาหมอ ลูกยอ กระชายดำ ส้มแขก เทพธารา ยาห้าราก น้ำมันไพร ยาแก้ไอมะขามป้อม ยาผงคำฝอย ยาผงหญ้าดอกขาว ยาผงชะพลู เถาวัลย์เปรียง ซึ่งยาดังกล่าวผ่านการวิจัยทางคลินิกว่ามีสรรพคุณรักษาโรคได้เทียบเท่ายาแผน ปัจจุบัน โดยในการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกยาสมุนไพร เพื่อบรรจุเป็นบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งมี ผศ.ภญ.สำลี ใจดี เป็นประธาน จะมีการนำเสนอรายการยาเหล่านี้ เพื่อพิจารณาให้บรรจุเพิ่มเติมในบัญชียาหลักแห่งชาติ

นอกจากยาสมุนไพร 19 รายการ ที่ประกอบด้วย ยาเดี่ยว 8 รายการ และยาตำรับ 11 รายการ ที่ได้มีการบรรจุไปก่อนหน้านี้ โดยจะเสนอให้เพิ่มหมวดเภสัชตำรับโรงพยาบาลเพิ่มเติม เนื่องจากรายการยาข้างต้นเป็นกลุ่มยาที่มีการสั่งจ่ายในโรงพยาบาลอย่างแพร่ หลาย ส่วนรายการสมุนไพรที่เสนอกรมบัญชีกลาง เพื่อเบิกจ่ายในระบบสวัสดิการข้าราชการนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำ แต่ยืนยันว่าต้องแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้

ข้อมูลจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 1/4/53

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน