ทบทวนข่าวผลิตภัณฑ์ซันคลาร่า รอบปี พ.ศ.2554

ซัน คลาร่า ตามข้อมูลที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตาม พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์จากโปรตีนจากถั่วเหลือง, สารสกัดจากทับทิม, คอลลาเจนจากปลา, สารสกัดจากเปลือกสน, alpha lipoic acid, สารสกัดจากชาเขียว  เลขสารบบอาหารที่ 13-1-06950-1-0015

ข่าวตามหน้าหนังสือพิม์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซัน คลาร่า มีดังต่อไปนี้

9 กุมภาพันธ์ 2554

บริษัทผู้จำหน่ายเปิดเผยว่าการตลาด ของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์และทีวีดาวเทียมประสบความสำเร็จ จนทำให้มีคนรู้จักผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก มียอดขายถล่มทลาย

31 สิงหาคม 2554

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงข่าวการตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”ซันคลาร่า” ซึ่งพบปัญหาดังนี้
1. การโฆษณาเกินจริง ข้อ ความโฆษณาสรรพคุณป้องกันโรคต่างๆ ซึ่งอย.ได้ตรวจสอบทันที พบว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”ซันคลาร่า” ทางแผ่นพับ วิทยุ และเว็บไซต์ดังกล่าวจริง โดยระบุข้อความโฆษณา เช่น “…ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำ (veins) มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันเบาหวาน ช่วยให้น้ำหนักลดลง ป้องกันความผิดปกติของผิวหนังป้องกันโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์…” เป็นต้น
2. การโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการโฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริงทางวิทยุชุมชน แผ่นพับและเว็บไซต์ www.starsunshine.com

นอกจากนี้รองเลขาธิการคณะกรรมการ อาหารและยาแจ้งว่าได้ดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรับว่าเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมทั้งมีหนังสือไปยังบริษัทเพื่อระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดัง กล่าว ในทุกสื่อแล้ว

20 กันยายน 2554

ขุนชัย ชโน ให้ความเห็นว่า การแถลงข่าวของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นการดับกระแสความแรงของ ผลิตภัณฑ์หรือช่วยจุดระเบิดความแรงของผลิตภัณฑ์กันแน่ นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถทำยอดขายได้ถึง 300 ล้านบาทต่อปี (ข้อมูลจากคอลัมน์นี้พิมพ์ 300 ล้านบาทต่อเดือน)

สรุปข่าวผลิตภัณฑ์ซันคลาร่า (Sun Clara)

1. ผลิตภัณฑ์ซัน คลาร่า (Sun Clara) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาหาร ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนเป็นยา จึงไม่มีสิทธิอวดอ้างสรรพคุณในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค
2. ยังไม่พบข่าวของผลิตภัณฑ์มีปัญหาในกระบวนการผลิต หรือมีสารที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
3. ผลิตภัณฑ์นี้มีปัญหาเรื่องการโฆษณา เช่น การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 41 ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
5. ข้อสังเกตเกี่ยวกับพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 การโฆษณาอันเป็นเท็จ หรือโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าจะเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ไม่สามารถเพิกถอนใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าอาหารได้ ทำได้แต่พักใช้ใบอนุญาตเท่านั้น แต่ถ้าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์หรือเป็นอาหารปลอม ต้องมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด ผู้อนุญาต (เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและ ยามอบหมาย) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ ตามมาตรา 46 วรรคสอง
6. การลงโทษปรับผลิตภัณฑ์นี้ลงโทษต่ำมาก ไม่เกิน 5,000 บาท เมื่อเทียบกับยอดขายมูลค่า 300 ล้านบาทต่อปี

เอกสารอ้างอิง
1. ‘สตาร์ซันไชน์’สบช่องสื่อดาวเทียม ปูฐานสินค้าตลาดเกษตรเร่งยอด 500 ล..สยามธุรกิจ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 หน้า 31, 32
2. กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. อย่า หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ”ซันคลาร่า” โวสรรพคุณเกินจริง ผิดกฎหมาย. ข่าวเพื่อสื่อมวชน ข่าวแจก 102 ปีงบประมาณ 2554 วันที่ 31 สิงหาคม 2554
3. อย.จับ’ซันคลาร่า’โฆษณาเว่อร์ป้องกันพาร์กินสัน-อัลไซเมอร์. มติชน วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554 หน้า 10
4. อย.ลงดาบ “สตาร์ ซันไชน์” ฐานส่ง “ซัน คลาร่า” สินค้าโม้สรรพคุณ สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554 หน้า 32
5. ขุนชัย ชโน. คอลัมน์ ท่องยุทธจักรขายตรง. GLOBAL BUSINESS วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 หน้า B4

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
ทบทวนข่าวผลิตภัณฑ์ Adoxy (เอโดซี) รอบปี พ.ศ.  2550 – 2553. http://rparun.blogspot.com/2011/05/adoxy-2550-2553.html
ทบทวนข่าวผลิตภัณฑ์เอนไซม์เจนิฟู้ด (genufood) รอบปี พ.ศ.2554. http://parunnews.wordpress.com/2011/12/18/genufood/

____________
ต้นฉบับของข่าว

‘สตาร์ซันไชน์’สบช่องสื่อดาวเทียม ปูฐานสินค้าตลาดเกษตรเร่งยอด 500 ล.
สยามธุรกิจ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 หน้า 31, 32

สบช่องสื่อดาวเทียม ปูฐานสินค้าตลาดเกษตรเร่งยอด 500 ล.

สตาร์ ซันไชน์ ยิ้มหน้าระรื่น หลังถูกใจกลยุทธ์รุกสื่อทีวีดาวเทียมได้ผล แบรนด์เป็นที่รู้จัก พร้อมโชว์งาน รวมพลคนสตาริ์ ปลุกใจสมาชิกได้ดี เตรียม แผนเพิ่มสินค้าเข้าไลน์ปั่นเม็ดเงิน หวังก้าวขึ้นเป็นผู้นำสินค้าเกษตร ด้วยความฝันดันเป้าปีเถาะ 500 ล้านบาท

นายมนัส เนียมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้มีการวางแผนที่จะทำการตลาดอย่างจริงจัง โดยการเน้นทำการตลาดยุคใหม่ ที่ใช้สื่อเป็นหัวหอกในการเข้าถึงลูกค้า โดยการใช้ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ และทีวีดาวเทียมเข้ามาเป็นอาวุธ ส่งผลให้บริษัทเริ่มมีคนรู้จักมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อมาชั่งน้ำหนักดูปรากฏว่า สื่อทีวีดาวเทียมสามารถเพิ่มศักยภาพ และทำให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี ในปี 2553 ที่ผ่านมา จึงมีการวางแผนรุกอย่างเต็มกำลัง

ซึ่งการที่บริษัทตัดสินใจรุกสื่อทีวี ถือว่าได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะทำให้บริษัทมีชื่อเสียง และสมาชิกรู้สึกดีที่ได้มาอยู่บริษัทแห่งนี้ ขณะเดียวกันชื่อสินค้า ก็เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น กระทั่งบางคนเรียก ชื่อบริษัทนี้ว่า บริษัท ซัน คลาร่า หรือบริษัท ซัน ฮีโร่ ซึ่งทำให้เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสมาชิกจดจำและชื่นชอบในชื่อสินค้าของบริษัท

เมื่อก่อนบริษัทแทบไม่มีกิจกรรมใดเลย โดยเน้นขายอย่างเดียว แม้ท่าน ประธานวางนโยบายแล้วว่าต้องมีการจัดกิจกรรมด้วย แต่ในช่วงนั้น ทำเพียง คนเดียว แต่เมื่อมีเหล่าบรรดาผู้นำเข้ามาเสริม จึงทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ขึ้น ซึ่งเหล่าผู้นำที่ได้มานี้ ล้วนมาจากการทำการตลาดยุคใหม่ที่ใช้สื่อเป็นตัวนำนี้เองิ

อีกทั้งบริษัทเตรียมที่จะเพิ่มสินค้าใหม่เข้ามาอีกประมาณ 4-5 ตัว ซึ่งจะเป็น สินค้าที่โดดเด่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ได้รับการคัดสรรจากทางบริษัท ซึ่งถือเป็นนโยบายหลัก เพราะที่ผ่านมา บริษัทเติบโตมาจากการใช้สินค้าเป็นตัวนำ เพราะใช้แล้วได้ผล ซึ่งกำลังขออนุญาตจาก อย. เพื่อที่จะนำมาจำหน่ายให้กับสมาชิก

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพาผู้นำไปเที่ยวต่างประเทศโดยเพิ่มความถี่มากขึ้นเป็น 4 เดือนต่อ 1 ครั้ง และการฝึกอบรม จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับจากนี้ไปจะมีให้เห็นทุกเดือน เพื่อเติมเต็มความรู้ให้กับสมาชิก เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่บริษัท ตั้งใจเอาไว้ เพราะต้องการให้สมาชิกก้าวไปสู่ความสำเร็จพร้อมกันกับบริษัท โดยเฉพาะการจัดงาน รวมพลคนสตาริ์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาจัดขึ้น 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้ง หลังเสร็จสิ้นงานบรรดาผู้นำต่างได้ความรู้ และสามารถนำความรู้เหล่านั้นไป ใช้ในงานขายและสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เราจะพยายามพัฒนาคนเก่าให้เก่งยิ่งๆ ขึ้นไป และปั้นคนใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเสริมขีปนาวุธให้กับสมาชิก โดยการจัดอบรมอย่าง ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยอดขายที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการที่บริษัทได้จัดงาน รวมพลคนสตาร์ครั้งที่ 2 ขึ้น จากครั้งแรกที่มีผู้นำจริงๆ เพียงแค่ 112 คน แต่ครั้งที่ 2 มีผู้นำเพิ่มขึ้นถึง 236 คน ซึ่งผู้นำเหล่านี้ต่างเป็นผู้นำที่ทำธุรกิจอย่างจริงจัง ซึ่งหลังเสร็จงานเหล่าบรรดา ผู้นำ ต่างมุ่งมั่นทำธุรกิจอย่างจริงจัง จนสามารถพิชิตยอดขายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้อย่างที่เห็น

ซึ่งความสำเร็จของงานรวมพลคนสตาร์ ที่เกิดขึ้นหลังจากผู้นำได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศ ทำให้ในปีนี้ บริษัท เตรียมจัดกิจกรรมงานดังกล่าวให้ถี่ขึ้น และจะย่อส่วนให้เหลือวันเดียว โดยจะมีการจัดตามสาขาใหญ่ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี, เพชรบูรณ์, เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ โดยจะใช้ชื่อรวมพลเช้าถึงเย็น ส่วนงานใหญ่ ซึ่งเป็นกิจกรรม 2 วัน 1 คืน ก็จะมีขึ้นทุก 3-4 เดือน โดยจุดประสงค์ของการจัดงานรวมพลย่อยขึ้นมานั้น ก็เพื่อนำคนที่เริ่มเป็นนักขายมาบำบัด ฝึก สร้าง เพื่อเตรียมพร้อมให้มีโอกาสที่จะไปร่วมงาน รวมพลคนสตาร์ครั้งใหญ่ ซึ่งจะถือเป็นเป้าหมายหลักให้สมาชิก ต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อไปงานรวมพลฯ ครั้งใหญ่ให้ได้

ต้องยอมรับว่า ผลพวงจากการจัดงาน รวมพลคนสตาร์ ครั้งที่ 2 ทำให้เราปิดยอดขายปลายปีได้ทะลุ 130 กว่าล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังต่อยอดมาถึงในช่วงปีใหม่ ที่เราคิดว่า ทุกคนจะหยุดงาน เพื่อพักผ่อนแต่ปรากฏว่า บรรดาผู้นำยังทำงานไม่หยุด ทำให้เปิดต้นปีมา สินค้าหมดสต็อก ต้องสั่งโรงงานผลิตเพิ่ม ซึ่งถือเป็นภาพจริงที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมา

โดยในปีนี้บริษัทยังจะมีการเปลี่ยน แปลงในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้สมาชิกทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ วิชาการ ความรู้ที่จะมอบให้เรื่องของการบริหาร และที่สำคัญที่สุดในเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งปีนี้บริษัทได้ลงทุนในด้านของเทคโนโลยี เพื่อให้สมาชิกทำงานได้สะดวก ทั้งเรื่องของระบบสารสนเทศ อินเตอร์เน็ต การบริหารข้อมูลสมาชิก โดยมีการเช่าเสิร์ฟเวอร์ ลงโปรแกรมใหม่ เป็นระบบเรียลไทม์ ซึ่งลูกค้าสามารถดูยอดขายของตัวเองได้ตลอดเวลา และยังมีในเรื่องของระบบแบงก์ที่เข้ามาช่วยซับพอร์ตในเรื่องของโปรแกรมต่างๆ

ส่วนเป้าหมายที่วางเอาไว้ บริษัท จะไม่เน้นเรื่องรวมพล เพื่อดูให้ภาพลักษณ์ยิ่งใหญ่อลังการ เพราะคิดว่าต้องการขายให้ยอดขายเกิดขึ้นจากการบริโภคสินค้า การจำหน่ายสินค้าจริงๆ ขณะเดียวกันการออกโปรดักต์ใหม่ ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีการทดสอบคัดเลือกสินค้าก่อน 3-6 เดือน เมื่อทดสอบผ่าน ต้องถามผู้นำด้วยว่า สามารถ ทำหรือไม่ หากมีกระแสตอบรับจากผู้นำเราก็พร้อมลุยเต็มที่

นายมนัส กล่าวต่อว่า ในปีนี้หลายคนคาดการณ์กันว่า การแข่งขันจะรุนแรง เพราะหลายค่ายต่างเตรียมความพร้อมที่จะชิงเค้กก้อนนี้กันอย่างเต็มกำลัง แต่บริษัทไม่หวั่นกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาบริษัทแข่งขันกับตัวเองมาโดยตลอด และยังสามารถพิชิตยอดขายทะลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ และปีนี้ บริษัทยังมีการวางเป้าหมายใหม่ ด้วยการพิชิตเป้าหมาย 500 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ยิ่งการแข่งขันมีสูง หากอยู่ในกรอบกฎหมาย ผู้บริโภคก็จะมีตัวเลือกเยอะ ทำให้กระแสคำว่า เครือข่ายกลับ มามีพลัง ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อคนจะมองขายตรงได้ดีขึ้น ถ้าเกิดมองได้แบบนั้น บริษัทก็มีโอกาส เพราะเชื่อว่า บริษัทสามารถสร้างความเชื่อถือในการบริโภคสินค้าจากรุ่นสู่รุ่นไดิ้

ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าใช้ได้จริง เป็นที่ยอมรับ และมีลูกค้าซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยการที่เรามีตัวแทนบริษัทในการนำเสนอสินค้า คนบริโภคก็บริโภคอย่างต่อเนื่อง มีรายได้ต่อเนื่อง และทำให้สมาชิกกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทตามธรรมชาติ และเกิดหัวใจในการรักบริษัทตามมาทีหลัง


อย.จับ’ซันคลาร่า’โฆษณาเว่อร์ป้องกันพาร์กินสัน-อัลไซเมอร์

มติชน วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554 หน้า 10

อย.เอาผิดสตาร์ ซันไชน์ โฆณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร’ซันคลาร่า’เกินจริง อ้างป้องกันความผิดปกติของผิวหนัง โรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. พร้อมสั่งระงับโฆษณาผลิตภัณฑ์

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากล่าวว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”ซัน คลาร่า” ที่โฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริงทางวิทยุชุมชน แผ่นพับและเว็บไซต์ www.starsunshine.com เกรงว่าจะมีการหลอกลวงประชาชน เพราะมีข้อความโฆษณาสรรพคุณป้องกันโรคต่างๆ ซึ่งอย.ได้ตรวจสอบทันที พบว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”ซันคลาร่า” ทางแผ่นพับ วิทยุ และเว็บไซต์ดังกล่าวจริง โดยระบุข้อความโฆษณา เช่น “…ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำ (veins) มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันเบาหวาน ช่วยให้น้ำหนักลดลง ป้องกันความผิดปกติของผิวหนังป้องกันโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์…” เป็นต้น

นพ.นรังสันต์กล่าวว่า อย. ได้ตรวจสอบข้อความโฆษณาดังกล่าวปรากฏว่า ไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาจาก อย. แต่อย่างใด ดังนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยได้ดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรับว่าเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณพร้อมทั้งมีหนังสือไปยัง บริษัทเพื่อระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว ในทุกสื่อแล้ว

“ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณว่าสามารถป้องกันหรือรักษาโรคนอกจากเสียเงินโดยไม่จำ เป็นแล้ว หากมีโรคประจำตัว อาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดยคาดไม่ถึงได้ นอกจากนี้ ขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเห็นแก่ความปลอดภัยของผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโฆษณาด้วยวิธีต่างๆ ในลักษณะที่เกินเลยความเป็นจริง มิฉะนั้น อย. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด” รองเลขาธิการ อย.กล่าว

อย.ลงดาบ “สตาร์ ซันไชน์” ฐานส่ง “ซัน คลาร่า” สินค้าโม้สรรพคุณ
สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554 หน้า 32

อย. แทงข้อหา “สตาร์ ซันไชน์” ชี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซัน คลาร่า” ทางแผ่นพับ วิทยุ เว็บไซต์ รวมทั้งในรูปแบบขายตรง อวดสรรพคุณ อ้างทำให้ผิวสวย หน้าใส ลดน้ำหนัก ป้องกันโรคเบาหวาน พาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ย้ำ! ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยารักษาโรค ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก ไม่ได้ช่วยเสริมเรื่องทางเพศ ขอให้ผู้บริโภคพิจารณาถี่ถ้วนก่อนซื้อ มิเช่นนั้นจะเสียเงินทองจำนวนมากโดยไม่ได้รับประโยชน์จากการบริโภค แถมอาจเกิดการเสี่ยงต่อร่างกาย หากมีสารอันตรายเป็นส่วนผสม

น.พ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า หลังจาก อย. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบโฆษณาผลิต ภัณฑ์เสริมอาหาร “ซัน คลาร่า” ที่โฆษณาอวดสรรพคุณเกินจริงทางวิทยุชุมชน แผ่นพับ และเว็บไซต์ http://www.starsunshine.com เกรงว่าจะมีการหลอกลวง ประชาชน เพราะมีข้อความโฆษณาสรรพคุณป้องกันโรคต่างๆ ซึ่ง อย. ได้ตรวจสอบทันที พบว่า มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซัน คลาร่า” ทางแผ่น พับ วิทยุ และเว็บไซต์ดังกล่าวจริง โดยระบุข้อความโฆษณา เช่น “ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำ (veins) มีความ แข็งแรงเพิ่มขึ้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันเบาหวาน ช่วยให้น้ำหนักลดลง ป้องกันความผิดปกติของผิวหนัง ป้อง กันโรคพาร์กินสันและอัลไซเมอร์” เป็นต้น

โดย อย. ได้ตรวจสอบข้อความโฆษณาดังกล่าว ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาจาก อย. แต่อย่างใด ดังนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยได้ดำเนินคดีกับ “บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด” ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งรับว่าเป็นผู้จัดทำข้อความโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ พร้อมทั้งมีหนังสือไปยังบริษัท เพื่อระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวในทุกสื่อแล้ว

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่สำคัญ อย่าได้หลงเชื่อสรรพคุณว่าสามารถป้องกันหรือรักษาโรค นอกจากเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้วหากท่านมีโรคประจำตัว อาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายโดย คาดไม่ถึงได้ พร้อมทั้งขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเห็นแก่ความปลอดภัยของผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าโฆษณาด้วยวิธีต่างๆ ในลักษณะ ที่เกินเลยความเป็นจริง มิฉะนั้น อย. จะดำเนินการตาม กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด หากผู้บริโภคพบ เห็นการอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกินจริง เช่น รักษาได้สารพัดโรค ช่วยในการลดน้ำหนัก ช่วยเรื่องผิวพรรณ เป็นต้น ผ่านทางสื่อต่างๆ หรือโฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อโดยการขายตรง ขอให้แจ้งร้องเรียนมายังสายด่วน อย. 1556 หรือสำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อทางราชการจะได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมาก็เป็นผลจากการที่บริษัท สตาร์ ซันไชน์ ได้ทำการวางกลยุทธ์ในการรุกสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยมีการนำสินค้าในหมวดต่างๆ ของบริษัทลงมาเพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ และในส่วนของ สินค้าที่มีปัญหาดังที่กล่าวมาในข้างต้น นับเป็นสินค้าหัวหอกของบริษัท จนมีสมาชิกหน้าใหม่บางกลุ่มเรียก บริษัทตามชื่อสินค้าตัวนี้ไปแล้ว ซึ่งในช่วงเวลาที่การแข่งขันของธุรกิจสูงเช่นนี้ น่าจับตามองว่า สตาร์ ซันไชน์ จะมีวิธีในการขุนยอดขายต่อไปอย่างไร และจะทำอย่างไรกับวิธีการโฆษณาสินค้าในอนาคต

คอลัมน์ ท่องยุทธจักรขายตรง

ขุนชัย ชโน. GLOBAL BUSINESS วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 หน้า B4

………มองดูอย่าง “เจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ แห่งเครือซีพี และ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ก็ร่ำรวยมาจากการขายสินค้าสำหรับคนรากหญ้า เหล้าขาวราคาต่ำ แต่ปริมาณคนดื่มมีมหาศาล ยอดขายจึงสูงกว่าเหล้าชนิดอื่น หรือหากจะมองอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การทำธุรกิจค้าขายกับคนยากจนนั้นยังมีสิทธิ์รวย หากมองตลาดให้ออก ดังนั้น”ขุนชัย ชโน” จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำมั๊ย ทำไม ผลิตภัณฑ์ “ซันคลาร่า” ของ “บริษัท สตาร์ ซันไชน์” ที่มี “โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ” เป็นบิ๊กบอส ถึงได้ขายดิบขายดีเหมือนเทน้ำเทท่าจนโรงงานผลิตไม่ทัน………เหตุผลหนึ่งนั้น เพราะที่นี่ทำการสื่อสารทางการตลาดเข้าถึง คนทุกระดับชั้น โดยเฉพาะคนในระดับรากหญ้า และอีกเหตุผลหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะความอายของผู้หญิงที่ไม่กล้าไปหาหมอ หรือไปซื้อยาหมอตี๋มากิน เมื่อมีคนมาโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์นี้ดีกับระบบของผู้หญิง โดยที่สามารถสั่งจัดส่งให้ไม่ต้องไปเปิดเผยตัว การสั่งซื้อถึงได้ระเบิดเทิดเทิง แถมไปคุยกันเสียจนโอเวอร์เข้าไปอีก กระแสก็เลยแรงไม่หยุด จนกระทั่ง”อย.” เขาต้องออกมาเตือน ออกข่าวว่า อย่าได้หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ซันคลาร่า” โวสรรพคุณเกินจริง”………นี่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการดับกระแสความแรงหรือว่าจุด ระเบิดกันแน่ เพราะว่า หากผลิตภัณฑ์ตัวนี้ใช้แล้วได้ผลจริง ไม่มีทางที่สื่อจะหยุดความนิยมของมวลชนได้หรอก เว้นเสียแต่ว่า ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าจะพูดเท็จหลอกลวงประชาชน ที่แน่ๆ ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้ดังเป็นพลุแตกไปแล้ว และก็มีหลายค่ายต่างส่งสินค้าชนิดเดียวกันนี้ออกมาลุยตลาด อย่างว่าแต่ค่ายอื่นเลย แม้แต่ ผู้บริหารของ สตาร์ ซันไชน์ “มนัส เนียมสะอาด” และ “ภูริต สิทธิพิทักษ์” ผู้บรรยายสินค้าตัวดังกล่าวทางทีวีดาวเทียมและเคเบิล ที่ทำให้ “ซันคลาร่า” ดังไปทั่วปฐพี จนสามารถทำยอดขายได้ถึง 300 ล้านบาทต่อเดือน ยังกระโดดออกมาทำสินค้าประเภทนี้กันเอง………ในขณะที่ “ธนอรรถ ตรีธิติธัญ”เจ้าของโรงงานผลิต ซันคลาร่า ยังหันไปบูม ผลิตภัณฑ์ “คลีโอ”ที่ฝากขายกับ บริษัท “จอย แอนด์ คอยน์” ซึ่งส่งเข้าไปขายก่อนที่ สตาร์ ซันไชน์ จะเปิดฉากลุย ซันคลาร่าเสียอีก โดยที่ ดร.สมชาย หัชลีฬหา บอสใหญ่ จอย แอนด์ คอยน์ หนุนหลังสั่งเดินหน้าเต็มตัว แล้วอย่างนี้มันอะไรกัน สิ่งที่เกิดขึ้นเปรียบได้กับว่า โรงงานเปิดศึกแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของลูกค้าที่ตัวเองเป็นผู้ผลิต ซึ่งในวงการเขามักมองว่าไม่งามนะจะบอกให้ แล้วอย่างนี้ เสี่ยโกสิทธิ์ จะว่าอย่างไร ไม่ใช่ว่ากำลังมองหาช่องเทใจให้กับโรงงานอื่นนะขอรับ………

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน