มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยัน ค่าโดยสาร 104 บาทแพงเกินไป สวนทางรายได้ขั้นต่ำคนไทย

news pic 22012021 BTSgreenline104baht

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยัน ค่าโดยสาร 104 บาทแพงเกินไป สวนทางรายได้ขั้นต่ำคนไทย เตือน กทม. หยุดใช้ผู้บริโภคเป็นตัวประกัน พร้อมชี้รถไฟฟ้าต้องเป็นขนส่งมวลชนที่ทุกคนขึ้นได้ ไม่ใช่แค่บริการทางเลือกของผู้บริโภค

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

ศาลปกครองสูงสุด รับฟ้อง ‘คดีสัมปทานทางด่วน BEM’

news pic 07012021 BEMadmincourt

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งรับคำร้อง กรณีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นฟ้อง ครม. ต่อสัญญาทางด่วน BEM 15 ปี 8 เดือน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

ไม่เห็นด้วย! ต่อสัญญา BTS 30 ปี

news 14122020 bts30yearsมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดเสวนา “ต่อสัญญา BTS 30 ปี ได้หรือเสีย” เพื่อถกข้อดี - เสียของการต่อสัมปทานฯ องค์กรผู้บริโภค นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องชี้ ไม่เห็นด้วยกับการต่อสัมปทานฯ ครั้งนี้

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

มพบ. จี้ คปภ. เร่งลดความเหลื่อมล้ำ ย้ำผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์ชนรถไฟต้องได้รับสิทธิคุ้มครองเต็มวงเงินประกันภัย

bus law

จากกรณีอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้าชนกับรถบัสคณะกฐินของพนักงานโรงงานเพอร์เฟค จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณจุดตัดทางข้าม (จุดลักผ่าน) สถานีรถไฟคลองแขวงกลั่นที่ไม่มีเครื่องกั้นถนนข้ามทาง ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2563 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ปัญหาอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสบริเวณแบบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก เป็นบทเรียนซ้ำซากบนความสูญเสียที่ควรต้องป้องกันได้ ทั้งที่เป็นบริการขนส่งมวลชนที่รัฐต้องกำกับดูแลเรื่องคุณภาพบริการและมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคที่ใช้บริการ สะท้อนถึงความรับผิดชอบในระบบการจัดการและการป้องกันที่ขาดประสิทธิภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางบก ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่มีจุดตัดทางข้ามหรือทางลักผ่านในพื้นที่ รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ประมาทเลินเล่อ ขาดความคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ใช้บริการ

นอกจากนี้ผลจากอุบัติเหตุยังพบปัญหาการชดเชยค่าสินไหมทดแทนที่ไม่เป็นธรรม แม้ว่ารถโดยสารไม่ประจำทางคันเกิดเหตุจะทำ พ.ร.บ.รถ หรือประกันภัยภาคบังคับและประกันภัยภาคสมัครใจ ที่มีวงเงินคุ้มครองของทั้งสองกรมธรรม์ กรณีผู้เสียชีวิตไว้กรมธรรม์ละ 500,000 บาทต่อราย (ค่าเสียหายรวมกันไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง) แต่เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้วงเงินความคุ้มครองประกันภัยทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจตามสิทธิต่อรายต่อครั้งไม่เพียงพอ จึงต้องใช้หลักเฉลี่ยจ่ายค่าสินไหมทดแทน ทำให้ผู้เสียชีวิตได้รับเงินชดเชยจาก พ.ร.บ.รถ หรือประกันภัยภาคบังคับเพียง 311,551.72 บาท และประกันภัยภาคสมัครใจเพียง 361,551.72 บาท รวมทั้งสองกรมธรรม์เป็นเงิน 673,103.44 บาท เท่านั้น แทนที่ควรต้องได้รับสิทธิกรณีเสียชีวิตอย่างน้อยจากทั้งสองกรมธรรม์เป็นเงินจำนวนรวม 1,000,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาระบบการชดเชยเยียวยาความเสียหายที่ไม่เป็นธรรมตามสิทธิที่ผู้บริโภคควรได้รับตามกฎหมาย
จากปัญหาที่เกิดขึ้น มูลนิธิเพื่อบริโภคจึงมีข้อเสนอที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้อย่างปลอดภัย และยกระดับมาตรฐานการชดเชยเยียวยาที่เหมาะสมเป็นธรรม ดังนี้

1. คปภ. และ กรมการขนส่งทางบก ควรต้องพิจารณาแนวทางปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองประกันภัยสำหรับรถโดยสารขนาดใหญ่ให้สอดคล้องกับหลักการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเกณฑ์การจ่ายของประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจในปัจจุบัน ที่มีเกณฑ์จ่ายกรณีเสียชีวิตรายละ 500,000 บาท โดยเพิ่มความคุ้มครองจาก 10 ล้านบาทต่อครั้ง เป็น 20 ล้านบาทต่อครั้ง เพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยง และให้ความคุ้มครองให้กับผู้บริโภคที่ใช้บริการเต็มตามสิทธิโดยไม่ต้องถูกละเมิดสิทธิซ้ำจากการถูกเฉลี่ยค่าสินไหมทดแทนที่ไม่เป็นธรรม
2. กรณีชดเชยเยียวยาตามสิทธิจากประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ ควรจ่ายให้ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตเต็มวงเงินความคุ้มครองกรณีค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทน ก่อนที่จะแบ่งส่วนจ่ายค่าเสียหายอื่น ๆ เช่น ค่าซ่อมรถคันเกิดเหตุ เนื่องจากผู้โดยสารเป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายและไม่ได้มีส่วนกระทำความผิดจึงสมควรต้องได้รับการชดเชยเยียวยาเป็นลำดับแรก

พิมพ์ อีเมล

มพบ. รถไฟ และรถไฟฟ้า ร่วมกับกรมขนส่งทางราง ยกระดับเกณฑ์มาตรฐานบริการสถานีดีพร้อม

bus26.8.63

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมมนังคศิลา ชั้น 2 อาคาร ณ ถลาง กรมการขนส่งทางราง โดยมีนายสรพงศ์ ไพฑูรยพงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นประธานประชุมคณะทำงานด้านการประเมินระดับคุณภาพสถานีขนส่งทางราง ครั้งที่ 2/2563 โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร การรถไฟแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด สมาคมผังเมืองไทย เข้าร่วมประชุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและยกระดับมาตรฐานการบริการขนส่งทางรางในประเทศไทย

โดยมีการจัดกิจกรรมประเมินระดับคุณภาพสถานีขนส่งทางราง “สถานีดีพร้อม” ที่มุ่งให้เกิดการส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานการบริการของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางของไทย และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนให้เกิดต้นแบบสถานีคุณภาพเพื่อขยายผลไปยังสถานีอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต ร่วมทั้งพิจารณาการกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกสถานีดีพร้อม แบ่งประเภทการประกวด 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสถานีรถไฟทั่วประเทศ และสถานีรถไฟฟ้า ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเกณฑ์การคัดเลือกสถานีดีพร้อม แบ่งออกเป็น 5 ปัจจัย ได้แก่

  1. ด้านสุนทรียภาพ อัตลักษณ์ คุณค่า สถาปัตยกรรมและชุมชน
  2. ด้านความปลอดภัยและการเข้าถึง
  3. ด้านการบริหารจัดการที่น่าเชื่อถือหรือมีระบบเทคโนโลยีที่เหมาะสม
  4. ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ดี
  5. ด้านบุคลากรดีพร้อม

นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้แทนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เห็นด้วยกับกิจกรรมสถานีดีพร้อมของกรมการขนส่งทางราง เพราะจะเป็นการกระตุ้นผู้ให้บริการรถไฟและรถไฟฟ้าเกิดความตื่นตัวในการปรับปรุงคุณภาพและการให้บริการแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพบริการสถานีรถไฟและรถไฟฟ้าเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการขนส่งทางรางที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

bus26.8.63 1

 ขอบคุณเครดิตภาพถ่ายจาก : กรมขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Website Security Test