เกี่ยวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนโดย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.). จำนวนผู้ชม: 20228

 

   ffc web logo about us
 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (Foundation for Consumers)

          มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนสาธารณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเข้มแข็ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ในนามคณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน (คปอส.) โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพเป็นหลัก ผลงานในอดีตได้แก่ งานรณรงค์เรื่องการใช้ยาที่เหมาะสม การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสูตรยาแก้ปวดลดไข้ จากยาสูตรผสมเป็นยาเดี่ยว การคัดค้านสิทธิบัตรยาและการใช้ชื่อสามัญทางยา การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ในยุคแรก ๆ

           จากบทเรียนการทำงานในนาม คปอส. ทำให้เห็นความสำคัญในการผลักดันให้ผู้บริโภคมีบทบาทในการคุ้มครองตนเอง ในยุคบริโภคนิยม จึงได้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขึ้นในปี พ.ศ. 2539 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้บริโภค สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้บริโภคและองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคต่าง ๆ ได้มีส่วนในการคุ้มครองผู้บริโภค และยังมีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ด้วยตระหนักดีว่า ข้อมูล ความรู้คืออาวุธสำคัญที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีเพื่อใช้คุ้มครองตนเองในยุคบริโภคนิยม

 

วิสัยทัศน์ (Vision)

" เป็นผู้นำการคุ้มครองผู้บริโภคที่สร้างสรรค์  รู้เท่าทันโลก  สู่การบริโภคที่ยั่งยืน "

 

ยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : พัฒนาศักยภาพผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : สื่อสารองค์กรและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี  

ยุทธศาสตร์ที่ 4 : พัฒนาการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน

 

แนวคิดในการทำงานคุ้มครองผู้บริโภค


1. ใช้เงินให้คุ้มค่า (Value for Your Money)

ผู้บริโภคจำนวนมากทั้งในอดีตและปัจจุบัน ยังมีความต้องการใช้เงินของตนเองอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ได้สินค้าที่ดี ปลอดภัยราคาไม่แพงมากนัก โดยไม่ได้สนใจมากนักว่าสินค้านั้นจะมาจากกระบวนการผลิตแบบใด ใครเป็นผู้ผลิต มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ทำให้การดำเนินกิจกรรมและวิธีการทำงานในยุคนี้มักให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพ ของสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคได้ใช้ไป เช่น การทดสอบเครื่องซักผ้า รถยนต์ หรืออาหารต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อจะบอกและให้ผู้บริโภคเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อ ว่า สินค้าใดดีกว่าสินค้าใด หรือราคาถูกว่าและมีคุณภาพดีกว่า ดังเช่น วารสารคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศต่าง ๆ เช่น WHICH ของประเทศอังกฤษ CHOICE ของออสเตรเลีย CONSUMER REPORT ของสหรัฐอเมริกา TESTของอินเดีย หรือนิตยสารฉลาดซื้อ ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

2. ค่าของเงินและค่าของคน (Value for Money and Also Value for People)

ถือเป็นยุคของการผลักดันให้การบริโภคร่วมกันของผู้บริโภค เป็นตัวกำหนดคุณภาพทางสังคม ซึ่งกลุ่มผู้บริโภค เชื่อว่า พฤติกรรมการซื้อแต่ละครั้ง คือการลงคะแนนให้กับตัวแบบทางเศรษฐกิจ รวมทั้งแบบแผนการผลิตสินค้าแบบใดแบบหนึ่ง และเป็นกลไกผลักดันที่สำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมให้เอื้อต่อประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ โดยรูปแบบการผลิตและการการบริโภคคำนึงถึงประโยชน์และจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย เช่น


     • ไม่ซื้อของเนสเล่ท์เพราะใช้วัตถุดิบที่มาจากจีเอ็มโอหรือการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานของบริษัทนี้
        ในกรณีไม่ขายผลิตภัณฑ์มีมีจีเอ็มโอในกลุ่มประเทศอียูและสวิสเซอร์แลนด์ แต่ยืนยันจะจำหน่ายในประเทศไทย หรือ
     • การไม่ซื้อสินค้าของบริษัท ABBOTT ที่ไร้จริยธรรมในการค้าโดยการถอนการขึ้นทะเบียนยากับ อย. หลังจากประเทศไทยประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ (CL)
     • การรณรงค์ไม่ซื้อสินค้าของแกรมมี่ จากปรากฎการณ์จอดำ


3. ลดการบริโภค (Sustainable Consumption & Consumer Life Style)

การเป็นผู้บริโภคสีเขียว (Green Consumers) มิใช่เป็นเพียงหาของสีเขียวไว้ใช้สอยแต่ต้องประมาณการบริโภคและทราบว่า การบริโภคทุกอย่างส่งผลกระทบต่อทั้งตนเองและสังคม ทำให้กิจกรรมที่ดำเนินการมุ่งไปสู่เป้าหมายการบริโภคแต่พอเพียง การลดการบริโภค เช่น มีกลุ่มรณรงค์ให้มีวันหยุดซื้อของ (Day Buy Nothing Day) การรณรงค์สัปดาห์หยุดดูโทรทัศน์เพราะเชื่อว่าโทรทัศน์เป็นเครื่องมือของบริโภคนิยมที่ส่งเสริมให้เกิดการบริโภคแบบไร้ขีดจำกัด

 

งานสำคัญของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

1. ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภคมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

    รับเรื่องราวร้องเรียนและแก้ไขปัญหาผู้บริโภคใน 7 เรื่อง ได้แก่ การเงินการธนาคาร, สินค้าและบริการทั่วไป, อสังหาริมทรัพย์, สื่อโทรคมนาคม, บริการสาธารณะ, อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และบริการสาธารณสุข  โดยดำเนินการช่วยเหลือ ผู้บริโภคและพัฒนาการรวมกลุ่มของผู้บริโภค เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคในวงกว้างให้ได้รับการคุ้มครอง  เช่น การฟ้องคดีตัวอย่างและการฟ้อคดีแบบกลุ่ม อาทิ  การฟ้องคดีให้เครื่องดื่มน้ำอัดลม เอส จ่ายค่าเสียหายให้ผู้บริโภคกว่า 2 ล้านบาทและสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับค่าเสียหายอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน รวมถึงค่ารักษาพยาบาลในอนาคตไว้จนกว่าจะรักษาเสร็จ ภายใน 5 ปี หลังพิสูจน์พบว่ากระบวนการผลิตสินค้าไม่ปลอดภัย หรือการฟ้องคดีแบบกลุ่มให้กับผู้เสียหายจากการใช้เครื่องสำอางผิวขาว ยี่ห้อ เพิร์ลลี่  เรียกค่าเสียหายกว่า 40 ล้านบาท หลังตรวจสอบพบว่าเป็นสินค้าที่มีสารต้องห้ามที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เป็นต้น

2. สนับสนุนเครือข่าย และพัฒนานโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

   มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาองค์กรผู้บริโภคทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาคให้มีความเข้มแข็ง องค์กรผู้บริโภคมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งจำนวนและคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาหรือทุกข์ของผู้บริโภค ในลักษณะปัจเจก  และการแก้ปัญหาเชิงระบบ ทั้ง โครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และ อำนาจตามกฎหมาย 

   การพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้สาระในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540  ทำให้ มีการขยายตัวของการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาควิชาการ และ ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะในการขับเคลื่อนให้เกิดกฎหมายองค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อเป็นหลักยึดในระดับประเทศที่จะเชื่อมโยง บทบาทและหน้าที่ของภาคประชาสังคมด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเข้าด้วยกัน

   จนกระทั้งปัจจุบัน รัฐธรรมนูญ  พ.ศ. 2560 มาตรา 46 ได้ระบุว่า “มาตรา 46 สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองบุคคลย่อมมีสิทธิรวมกันจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคองค์กรของผู้บริโภคตามวรรคสองมีสิทธิรวมกันจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระเพื่อให้เกิดพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการจัดตั้งอำนาจในการเป็นตัวแทนของผู้บริโภค และการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ” และ ขณะนี้ ได้มี ความพยายามในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเพื่อรองรับเจตนารมณ์ตามมาตรา 46 โดยนับแต่ปี 2558 - 2561 การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรผู้บริโภคทำให้เกิดกำลังสำคัญในการทำงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเทศ คือ มีองค์กรผู้บริโภคขั้นพื้นฐานจำนวนถึง 222 องค์กร กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย

   ด้านรถโดยสารสาธารณะปลอดภัย  สนับสนุนการพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค โดยทำหน้าที่เฝ้าระวัง แจ้งสิทธิ และฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะ โดยนับแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน มีการฟ้องคดีช่วยเหลือผู้บริโภคกว่า 200 คดี และช่วยให้ผู้บริโภคได้รับเงินชดเชยเยียวยามากกว่า 100 ล้านบาท อีกทั้งในการฟ้องคดี บางคดี ศาลได้กำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษกับผู้ประกอบการรถโดยสาร ที่ประกอบธุรกิจเอาเปรียบผู้บริโภค ทำให้เกิดการตื่นตัวของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่จะระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารมากขึ้น

3. นิตยสารฉลาดซื้อ

   นิตยสารรายเดือน ตีพิมพ์มาแล้ว 22 ปี 212 ฉบับ (ข้อมูลล่าสุด 12/11/2561) เพื่อให้ข้อมูลผู้บริโภค ในการเลือกซื้อสินค้า เพราะเชื่อว่า พฤติกรรมการซื้อแต่ละครั้ง คือการลงคะแนนให้กับตัวแบบทางเศรษฐกิจ รวมทั้งแบบแผนการผลิตสินค้าแบบใดแบบหนึ่ง และเป็นกลไกผลักดันที่สำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมให้เอื้อต่อประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ โดยรูปแบบการผลิตและการการบริโภคคำนึงถึงประโยชน์และจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย

   การพัฒนาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค อาทิ ผลทดสอบและข้อเสนอเรื่อง ‘ไขมันทรานส์’ ส่งผลทำให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เร่งออกประกาศ ‘ควบคุมไขมันทรานส์’ เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าให้ผู้ประกอบการปรับตัว 365 วัน ลดเวลาเหลือเพียง 180 วัน จากผลการทดสอบการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากห้างออนไลน์นั้น พบว่า ห้างออนไลน์มีการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารอันตรายต่อสุขภาพ ส่งผลให้ อย.ส่งเรื่องถึงผู้ประกอบการห้างออนไลน์ให้นำสินค้าดังกล่าวออกจากรายการขายโดยทันที เป็นต้น

 

ความสำเร็จที่ผ่านมา ปี 2560 กับการคุ้มครองผู้บริโภค 7 ด้าน

   ความสำเร็จ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ความสำเร็จที่ผ่านมา ปี 2560 กับการคุ้มครองผู้บริโภค 7 ด้าน

  1. ด้านการเงินการธนาคาร
    - ทำสำรวจแพคเกจประกันชีวิต ให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคก่อนตัดสินใจเลือกประกันชีวิต
    - เปิดโปง บริษัทธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ คิดดอกเบี้ยเกินกม. กำหนด
    - ให้ข้อมูลเตือนภัยผู้บริโภค กรณีซื้อประกันรถยนต์ทางโทรศัพท์กับโบรคเกอร์ เสี่ยงถูกหลอก
    - มีตัวแทนเป็นกรรมการทวงถามหนี้ระดับประเทศ ในการเสนอแนะนโยบาย และวางกติกาการรคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม

  2. ด้านอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ
    - ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง pearly ผสมสารประกอบอันตราย ผู้เสียหายใช้แล้วผิวแตกลาย ศาลรับฟ้องเป็นคดีกลุ่มของผู้บริโภคคดีแรกในประเทศไทย

  3. ด้านบริการสาธารณะ
    - คดีรถตู้จันทบุรี ผู้เสียชีวิต 25 ศพ ศาลจังหวัดจันทบุรีสั่งลงโทษ บ.ข.ส. และทายาทคนขับรถตู้ จ่ายค่าสินไหม 20 กว่าล้านบาท

  4. ด้านสินค้าและบริการทั่วไป
    - ฟ้องคดีช่วยเหลือกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์เชฟโรเลตแล้วเจอรถชำรุดบกพร่อง ได้เงินคืนกว่า 1 ล้านบาท
    - ฟ้องคดีแบบกลุ่ม เรียกค่าเสียหายให้ผู้บริโภค กรณี กระทะโฆษณาเกินจริงผิดกฎหมาย
    - ฟ้องคดีอาญา เอาผิด ‘แคลิฟอร์เนียว้าว ฟิตเนส’ ปิดบริการโดยไม่แจ้ง เรียกค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคกว่า 600 ราย

  5. ด้านสื่อ และโทรคมนาคม
    - เตือนภัยผู้บริโภค กรณีกลลวง ‘ขอบัตรประชาชน-เปิดเบอร์-แจกเครื่องฟรี’ เป็นหนี้ไม่รู้ตัว
    - ทำให้คูปองแลกซื้อกล่องดิจิตอลถูกลง ช่วยให้ชาติประหยัดงบประมาณกว่า 7,000 ล้านบาท

  6. ด้านที่อยู่อาศัย
    - ฟ้องคดีปกครอง ให้ กทม.รื้อถอนอาคารสร้างผิดกฎหมายในซอยร่วมฤดี
    - สนับสนุนเครือข่ายผู้เสียหายจากอาคารสูง ยื่นร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดิน เหตุเจ้าหน้าที่รัฐละเลย จัดการโครงการอาคารสูงที่ก่อสร้างขึ้นบริเวณชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครอย่างไม่ถูกต้อง
    - ส่งสัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุดให้ที่ดินตรวจสอบ และสั่งปรับบริษัทที่ใช้แบบสัญญาผิดกฎหมาย
    - ดำเนินคดีช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูกการเคหะแห่งชาติฟ้องขับไล่ ช่วยผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย

  7. ด้านบริการสุขภาพ
    - ดำเนินคดีให้ผู้บริโภคที่เสียหายจากการรักษาพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน
    - ส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและช่วยประสานงานกับหน่วยงานรัฐในการใช้สิทธิของผู้บริโภค

พิมพ์