องค์กรผู้บริโภค เตรียมล่ารายชื่อ หากพ้น 30 วันการแก้ปัญหาพรีเพดยังนิ่ง

เขียนโดย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) วันที่ . จำนวนผู้ชม: 2311

บุญยืน ศิริธรรม เผย ที่ประชุม กทค. พูดชัดกฎหมายพรีเพดบังคับใช้แล้ว  ระบุหากพ้น 30 วันการแก้ปัญหายังนิ่ง เตรียมล่ารายชื่อผู้บริโภค เพื่อใช้กฎหมายกับ กสทช. แทน

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม  ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคเปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่สำนักงาน กสทช.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า กรรมการกิจการโทรคมนาคม ได้เชิญสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคร่วมหารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกบริษัท  กรณีการกำหนดระยะการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า หรือพรีเพด โดยองค์กรผู้บริโภคยืนยันชัดเจนว่า กสทช. ต้องบังคับใช้ประกาศ กทช.   เรื่อง มาตรฐานสัญญาการให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549  ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้าจะต้องไม่มีการบังคับให้ต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือต้องไม่มีการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการนั้นเอง  แต่ทุกบริษัทผู้ประกอบการ กระทำการฝ่าฝืนประกาศ กทช. โดยกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน มาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งสร้างเม็ดเงินให้กับบริษัทอย่างมหาศาล จากการยึดเงินของผู้บริโภค  ดังนั้นยิ่งกสทช.ดำเนินการช้าเท่าใด เท่ากับเงินของผู้บริโภคก็ไหลเข้าบริษัทเท่านั้น เพราะผู้บริโภค ถูกยึดเงินทุกวินาที  หากกสทช.ยังนิ่งเฉย หรือดำเนินการล่าช้า ก็เท่ากับเอื้อให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภค จึงให้กทค.ชี้แจงว่าจะดำเนินการเรื่องกรณีพรีเพดอย่างไร

“กสทช.สุทธิพล พูดชัดเจนว่า ขณะนี้บังคับใช้กฎหมายแล้วโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินจะไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ ใครจะมาตัดวันเราไม่ได้  นอกจากนี้จะได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการกิจการโทรคมนาคม อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค บริษัทผู้ให้บริการ และตัวแทนผู้บริโภคเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่า หากจะมีการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินแล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมควรอยู่ที่กี่วัน  ซึ่งการกำหนดนี้จะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน ดังนั้นในระหว่างนี้การใช้บริการโทรศัพท์มือถือแบบเติมจึงยืนตามกฎหมายคือต้องไม่มีการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการ  นอกจากตัดวันไม่ได้  บริษัทยังไม่มีสิทธิระงับใช้เลขหมายของผู้บริโภคได้  จนกว่าจะมีการออกระเบียบเพิ่มเติมออกมา “นางสาวบุญยืนกล่าว

ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคกล่าวต่อไปว่า    ดังนั้นสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคจะให้เวลา กสทช.อีก 30 วัน เพื่อติดตามว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการหรือไม่ และในระหว่างนี้หากผู้บริโภครายใดถูกผู้ให้บริการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า จนทำให้ต้องเร่งเติมเงิน ถูกยึดเงินถูกยึดหมายเลขโทรศัพท์ขอให้มาร่วมลงชื่อกับสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคเพื่อทวงเงินคืน และร่วมกันฟ้องกสทช.ได้ที่ www.consumerthai.org เพื่อให้กสทช.ไปดำเนินการปรับผู้ให้บริการและให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังไม่ให้เหมือนเช่นที่ผ่านมา

นอกจากนี้สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคยังได้เสนอประเด็นปัญหาโทรคมนาคมให้ กทค.พิจารณาในอีก 2 ประเด็นคือ การให้บริการการคงสิทธิเลขหมาย หรือเปลี่ยนเครือข่ายใหม่เบอร์เดิมที่ต้องมีการให้บริการที่ครอบคลุมในพื้นที่ทั่วประเทศ มีระบบการให้บริการแบบจุดเดียวจบและต้องไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน 99 บาท  รวมถึงกรณีปัญหาการคิดค่าบริการผิดพลาด ที่ผู้ให้บริการควรมีมาตรฐานในการคิดค่าบริการให้ผิดพลาดน้อยที่สุด เช่น ในประเทศฮ่องกงใบแจ้งค่าบริการจำนวน 5 หมื่นใบจะผิดพลาดเพียงใบเดียวเท่านั้น เป็นต้น

พิมพ์