บอกต่อเพื่อน












 


ไนกี้ &วู้ดส์

ผ่านไปแล้วสำหรับการแข่งขันกอล์ฟจอห์นนี่วอล์คเกอร์คลาสสิค จากไปแล้วเจ้าเสือไทเกอร์ วู้ดส์ โปรกอล์ฟมือหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน ที่คนไทยมักต่อสร้อยให้ว่า "เชื้อสายไทย"

 คนไทยก็เป็นอย่างนี้ เราชอบนับญาติกับคนเด่นคนดังและคนรวยมากกว่าคนดี เราเลยปลื้มเป็นพิเศษถึงขนาดให้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาแก่เขา ไปมอบให้ถึงโรงแรมที่เขาพัก ทั้ง ๆ ที่หมอนี่ใส่เสื้อยืดมาเข้าพิธี ขาดก็แต่เพียงหมวกแก๊ปพะยี่ห้อไนกี้ที่คนไทยคุ้นตา

ในวันเดียวกันกับที่ไทเกอร์ วู้ดส์ เข้าพิธีประสาทปริญญา มีคนงานกลุ่มเล็ก ๆ จากโรงงานไทยเอโร่การ์เมนท์มาถือป้ายประท้วงบริษัทไนกี้ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักให้ไทเกอร์ วู้ดส์ มาขอร้องให้วู้ดส์ช่วยพูดกับไนกี้ กรณีที่คนงาน 1,236 คนถูกลอยแพโดยไม่ได้รับเงินชดเชยเต็มอัตรา และโรงงานแห่งนี้ก็ได้ปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าเสือน้อยขวัญใจคนไทยก็หาได้แยแสไม่

ข่าวนี้แทบจะไม่เป็นข่าว เพราะคนรู้กันน้อยมาก คนที่รู้ก็ให้ความสนใจน้อยมาก ขณะที่พฤติกรรมของไนกี้เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่ากดขี่ขูดรีดแรงงานขนาดไหนจนมีโครงการที่จับตาดูพฤติกรรมของไนกี้อย่างเอาจริงเอาจังในระดับนานาชาติ เพื่อให้ผู้บริโภคร่วมกันส่งสัญญาณให้ไนกี้ดูแลโรงงานของตนและโรงงานที่ตนไปทำสัญญาการผลิตด้วย ให้เอาใจใส่ต่อแรงงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มากกว่านี้

บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายทั้งหลายมักแข่งขันกันในระดับโลกด้วยการลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด วิธีการที่นิยมใช้ก็คือไปตั้งโรงงานหรือจ้างโรงงานที่อยู่ในแหล่งที่แรงงานราคาถูก ไม่มีสหภาพแรงงานและกฎหมายแรงงานหย่อนยาน นี่เป็นเหตุผลให้บริษัทเหล่านี้รวมทั้งไนกี้มาเปิดโรงงานในประเทศเวียดนาม จีน อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เอลซัลวาดอร์และไทย เป็นต้น   หากที่ไหนที่แรงงานมีการรวมตัวกันขอขึ้นค่าแรงหรือสวัสดิการอื่น ๆ และประสบความสำเร็จ โรงงานนั้นก็จะปิดตัว ไปหาที่ตั้งใหม่ในแหล่งที่แรงงานยังถูกอยู่

หากไม่ใช่โรงงานของตนเอง บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ก็เปลี่ยนโรงงานคู่สัญญาใหม่ ทั้งโรงงานของบริษัทเองและโรงงานคู่สัญญาเหล่านี้มักละเมิดสิทธิแรงงาน จนถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อกดดันให้ปฏิรูปวิธีปฏิบัติต่อแรงงานให้ดียิ่งขึ้น โดยไนกี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษเพราะมีหลักฐานที่ชัดเจนและต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นผู้นำทางการตลาดที่หากเปลี่ยนแปลงที่ไนกี้ได้ก็จะส่งผลต่อบริษัทอื่นรองลงมาด้วย

ยกตัวอย่างเช่น คนงานในสาธารณรัฐโดมินิกันทำงานกันหามรุ่งหามค่ำผลิตหมวกเบสบอลราคา 20 ดอลล่าร์ให้ไนกี้และแชมเปี้ยนแลกกับค่าแรงเล็กน้อยเพียง 8 เซนต์ต่อหนึ่งใบ

อดีตคนงานที่โรงงานฟอร์โมซา ซึ่งอยู่ในเขตการค้าเสรีซานบาร์โทโร ในเอลซัลวาดอร์ถูกทุบตีและไล่ออกเพียงเพราะขาดงาน 1 วันเพื่อไปดูแลลูกที่กำลังป่วย เธอร่วมการแถลงข่าวในวอชิงตันและเล่าให้ฟังถึงสภาพการทำงานในโรงงานที่ค่าแรงต่ำแทบไม่พอกิน ถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลาโดยไม่จ่ายค่าแรง มีการจับคนงานตรวจการตั้งครรภ์ ล้มสหภาพแรงงาน ถูกดุด่าหยาบๆ คายๆ

คนงานทำรองเท้าในเวียตนามได้ค่าแรงวันละ 1.6 ดอลล่าร์ หรือประมาณชั่วโมงละ 20 เซนต์ 3 เดือนแรกจะได้ค่าแรงเพียง 37 ดอลล่าร์ต่อเดือน ขัดกับกฎหมายแรงงานเวียตนามที่กำหนดค่าแรงขั้นต่ำ 45 ดอลล่าร์ ไนกี้อ้างว่าเป็นช่วงฝึกงาน แต่กฎหมายยอมให้จ่ายต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำในช่วงฝึกงานเพียง 6 วันเท่านั้น นอกจากนี้หากคนงานทำงานไม่ดีจะถูกลงโทษด้วยการตีที่ศีรษะบ้าง ให้ยืนตากแดดบ้าง บางครั้งให้วิ่งรอบโรงงาน คนงานหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลาเพื่อผลิตให้ได้ตามโควต้าที่กำหนดซึ่งสูงเกินกว่าจะทำได้ในความเป็นจริง

ถ้าไม่ทำงานล่วงเวลาจะถูกเตือน ถ้าเตือนครบ 3 ครั้งจะถูกไล่ออก คนงานจึงต้องทำงานล่วงเวลาสูงถึงปีละ 600 ชั่วโมง ทั้งที่กฎหมายกำหนดไว้เพียง 200 ชั่วโมงต่อปี คนงานทำงานกะละ 8 ชั่วโมงไปห้องน้ำได้เพียงครั้งเดียว

ในอินโดนีเซีย โรงงานที่ทำรองเท้าให้ไนกี้แม้จะจ่ายค่าแรงให้คนงานสูงกว่าค่าแรงตามกฎหมายเล็กน้อย แต่จากตัวเลขที่รัฐบาลได้ทำการสำรวจความจำเป็นต้องใช้เงินของแรงงานในแถบนี้จริง ๆ จะตกอยู่วันละ 41 ดอลล่าร์ สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ จิม คีดี้ นักฟุตบอลอาชีพชาวอเมริกันได้ไปทดลองใช้ชีวิตตามค่าแรงขั้นต่ำของอินโดนีเซียดูก็แทบจะอดตายมาแล้ว คนงานจึงต้องทำงานล่วงเวลาโดยชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยแล้วสัปดาห์ละมากกว่า 60 ชั่วโมง

ไนกี้อาจจะอ้างว่าโรงงานในประเทศต่าง ๆ ที่ผลิตสินค้าให้ตนไม่ได้เป็นของบริษัทไนกี้ บริษัทจึงไม่เกี่ยวข้องและไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบกับพฤติกรรมกดขี่แรงงาน หรือแม้แต่การลอยแพคนงานของบริษัทไทยเอโร่การ์เมนท์ที่ปิดกิจการไป แต่ทว่าไนกี้เป็นผู้กำหนดราคาสินค้าจากโรงงานรวมทั้งค่าดำเนินการด้วย ซึ่งบริษัทที่รับเหมาช่วงมาต้องพยายามลดต้นทุนตัวเองด้วยการกดค่าแรง

Christian Aid ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนในสหราชอาณาจักร เคยประมาณการต้นทุนค่าแรงในการผลิตรองเท้า 1 คู่ไว้ว่าตกคู่ละ 3 ดอลล่าร์เท่านั้น ขณะที่ราคาขายอาจสูงถึง 100 ดอลล่าร์

และเช่นเดียวกันในประเทศจีน พบว่าคนงานได้ค่าแรงชั่วโมงละ 20 เซนต์ ทำงานกะละ 11-12 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 66 ชั่วโมงเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ยังพบว่าไนกี้เพิ่มการผลิตในโรงงานที่มีมาตรฐานรองลงมา ซึ่งคนงานถูกบังคับให้ทำงานเป็นช่วงเวลายาวนานอย่างผิดกฎหมาย อยู่ในหอพักที่แออัดยัดเยียด และถูกปฏิเสธไม่ให้ตั้งสหภาพแรงงาน

ไนกี้อ้างตนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทางเศรษฐกิจในประเทศอุตสาหกรรมอย่าง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี แต่ประเทศโลกที่สามอย่าง ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ไนกี้ไม่เคยลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ไม่เคยมีการอบรมให้ความรู้แรงงาน แต่จะย้ายการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลาไปยังแหล่งแรงงานราคาถูก เห็นได้จากในช่วงทศวรรษ 1980 ไนกี้ผลิตรองเท้าในไต้หวันและเกาหลีร้อยละ 90 แต่พอค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มสูงขึ้น ไนกี้ก็ย้ายแหล่งผลิตไปจีน อินโดนีเซีย เวียตนาม และปากีสถาน

การที่แรงงานไทยไปดักพบไทเกอร์ วู้ดส์ที่โรงแรมแชงกรีล่าไม่ใช่ไปประท้วง แต่ไปขอให้วู้ดส์ช่วยพูดกับไนกี้ให้ปรับปรุงเรื่องค่าจ้างแรงงานและสภาพแวดล้อมในโรงงาน เพราะเห็นว่าไนกี้น่าจะต้องรับผิดชอบในเรื่องสวัสดิการของแรงงานที่ผลิตสินค้าให้ตน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานของไนกี้เองหรือโรงงานที่รับเหมาช่วงจากไนกี้

ประมาณการว่ามีแรงงานไทยที่ผลิตสินค้าให้ไนกี้อยู่ 70,000 คน แม้ว่าคนงานเหล่านี้จะได้รับค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนดแต่ก็ไม่มีสวัสดิการอื่น ๆ พวกเขาทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมงในสภาพการทำงานที่ค่อนข้างอันตราย ไม่มีหลักประกันว่าจะถูกปลดเมื่อไร และจะได้รับชดเชยตามกฎหมายกำหนดหรือไม่

ปัจจุบัน ไนกี้ย้ายแหล่งผลิตโดยทำสัญญากับโรงงานในต่างจังหวัดที่ค่าแรงขั้นต่ำไม่สูงนัก หรือโรงงานที่ไม่มีสหภาพแรงงาน เช่น แรงงานที่โรงงานไทยเอโร่กาเมนต์ที่รังสิตซึ่งมีสหภาพแรงงานก็ถูกปลดออก แล้วไนกี้ก็ย้ายการผลิตไปที่โรงงานการ์เมนท์เทคในกรุงเทพ และ วีทีการ์เมนท์ที่สาธุประดิษฐ์

ตรงข้ามกับไทเกอร์ วู้ดส์ เขาได้รับค่าตัว 100 ล้านดอลล่าร์ สำหรับการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ไนกี้เป็นเวลา 5 ปี หรือคิดเป็นวันก็ตกวันละ 55,000 ดอลล่าร์ ซึ่งคนงานไทยต้องทำงานอยู่ 38 ปี ถึงจะได้เงินขนาดนี้ คนงานจึงเพียงแต่คาดหวังว่าเขาจะช่วยพูดกับไนกี้ให้ได้

ค่าตัว 100 ล้านดอลล่าร์ของไทเกอร์ วูดส์ มาจากผลกำไรมหาศาลของไนกี้ที่ได้จากการกดต้นทุนการผลิตให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่สนใจว่าจะด้วยวิธีไหน และขายสินค้าในราคาแพงหูฉี่ ให้เขาใส่ผลิตภัณฑ์ของไนกี้โฉบไปโฉบมาเป็นตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จทางด้านกีฬา จนกระทั่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทยประสาทปริญญาดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ให้

ผู้บริโภคไทย นักศึกษาไทยที่คลั่งไคล้ไนกี้ อาจจะต้องคิดอะไรให้มากกว่าที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้คิด