น้ำอัดลม คุณค่าแห่งความว่างเปล่า

ฉลาดซื้อ ฉบับที่ 3 ตุลาคม-พฤศจิกายน 2537

     น้ำอัดลม สินค้าที่มีคุณค่าทางตลาดมากว่า 16,000 ล้านบาท ทั้งที่มีราคาขายคิดเป็นหน่วยละไม่ถึงสิบบาท นับเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้จะมีเครื่องดื่มชนิดอื่นหรือน้ำธรรมดา ๆ มาทดแทนแต่ผู้บริโภคที่ติดใจในรสชาติยังคงภักดีต่อน้ำดื่มเหล่านี้ไม่เสื่อมคลาย
สองผู้ยิ่งใหญ่
ประเภทของน้ำอัดลม
ระบบตลาดในเมืองไทย
ช่องทางการจัดจำหน่าย
สงครามที่ไม่เลิกราและกลยุทธการขาย
องค์ประกอบของน้ำอัดลม
เด็กผู้บริโภคในปัจจุบัน-อนาคต
ทางออกสำหรับผู้บริโภค
สูตรลับน้ำอัดลม
น้ำอัดลมดื่มหรือไม่ดื่มไม่ต่างกัน

สองผู้ยิ่งใหญ่
     ถึงแม้น้ำอัดลมจะมีอยู่หลายยี่ห้อที่ขายตามท้องตลาดแต่น้ำอัดลมเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ผลิตน้อยราย สำหรับในเมืองไทยเมื่อปี 2536 ตรวจพบว่ามีผู้ผลิตทั้งสิ้น 9 รายแต่มีเพียง 2 รายเท่านั้นที่ช่วงชิงความเป็นผู้นำในวงการนี้ คือ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ซึ่งผลิตและจำหน่ายโค้ก แฟนต้า สไปร์ทและเมลโล่ และบริษัท เสริมสุข จำกัด ซึ่งผลิตและจำหน่ายเป๊ปซี่ มิรินด้า เมาเทนดิว เซเว่น-อัพ สัดส่วนการครองตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่สองรายนี้ รวมกันคิดเป็นร้อยละ 90 ของตลาดทั้งหมด

นอกจากจะมีโรงงานในกรุงเทพฯ แล้ว บริษัททั้งสองยังมีโรงงานในต่างจังหวัดด้วย คือ ไทยน้ำทิพย์มีโรงงานปทุมธานี ลำปางและขอนแก่น ส่วนเสริมสุขมีโรงงานอยู่ที่ปทุมธานี นครราชสีมา และนครสวรรค์
Go to top

ประเภทของน้ำอัดลม
น้ำอัดลมหากแบ่งตามระบบตลาดที่มีการซื้อขายในปัจจุบันอาจแบ่งออกได้ดังนี้
1.เครื่องดื่มประเภทน้ำดำ (Black Carbonated drinks)
2.เครื่องดื่มประเภทน้ำสี หรือน้ำผลไม้ (Fruit Flavoured Drinks)
3.เครื่องดื่มน้ำประเภทไม่มีสี (Lime drinks)

คงไม่จำเป้นที่จะต้องบอกว่าน้ำดื่มยี่ห้อไหนอยู่ในเครื่องดื่มประเภทอะไร เพราะเชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะคุ้นลิ้นกับเครื่องดื่มเหล่านี้ดีอยู่แล้ว บางครั้งบางคนหลับตายังนึกออกว่าเป็นน้ำอะไร ยี่ห้ออะไรเสียด้วยซ้ำ
Go to top

ระบบตลาดในเมืองไทย
ตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทยมีปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นทุกปี เหมือนกับว่าวติดลมบนแล้วยากที่จะดึงลง เนื่องจากได้รับความนิยมจากบรรดานักดื่มอย่างไม่ตกหล่น โดยเฉพาะโค้กและเป๊ปซี่ ราชาและราชินีแห่งน้ำดำ ในปี 2536 เพียงแค่เดือนมกราคม-มิถุนายน พบว่ายอดจำหน่ายมีมากถึง 599.193 ล้านลิตร ถ้าหากจะนำน้ำเหล่านี้ไปเติมยามเขื่อนแห้งคงจะดีไม่น้อย

แม้ว่าในปัจจุบันน้ำอัดลมจะต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันของคู่แข่งอย่างน้ำผลไม้และน้ำแร่ที่กำลังมาแรงหลายยี่ห้อ อันเนื่องจากผู้บริโภคเกรงว่าการดื่มน้ำอัดลมจะเป็นตัวทำลายสุขภาพ แต่ด้วยความเป็นเครื่องดื่มหนังเหนียวและการจัดการตลาดค่อนข้างดี ทำให้น้ำอัดลมเหล่านี้ดำรงตนอยู่ในท้องตลาดมาโดยตลอด
Go to top

ช่องทางการจัดจำหน่าย
ประเทศไทยมีการจัดจำหน่ายน้ำอัดลมอยู่ 2 วิธีคือ
1.ผู้ผลิตจัดจำหน่ายโดยตรงไปยังผู้ค้าปลีกได้แก่ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านค้า โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจัดให้ถึงที่แล้วผู้ค้าปลีกจะขายให้แก่ลูกค้าทั่งไปอีกต่อหนึ่ง

2.ขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีการจำหน่ายให้กับร้านค้าปลีกแผงลอยข้างถนน โรงเรียน หรือแม้แต่มหาวิทยาลัย ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงพยาบาล

ไทยน้ำทิพย์
เลือกใช้วิธีจำหน่ายโดยตรง เพื่อให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง นอกจากนั้นยังมีการตั้งสาขาหรือคลังสินค้าขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ

เสริมสุข เดิมบริษัทจัดจำหน่ายเองโดยตรงโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนในต่างจังหวัดจะจำหน่ายผ่านเอเย่นต์ ปัจจุบันได้ปรับปรุงระบบการจัดจำหน่ายใหม่โดยยกเลิกระบบเอเยนต์และวเข้าไปจัดจำหน่ายเอง เนื่องจากการใช้ตัวแทนจำหน่ายไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ส่วนทางภาคใต้นั้น บริษัท หาดทิพย์ จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโค้ก แฟนต้า สไปร์ท และเมลโล่ ในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ โดยได้รับสิทธิ์จากบริษัทโคคา-โคลา ประเทศอเมริกา ด้านการจัดจำหน่ายของภาคใต้ใช้ทั้ง 2 วิธี
ลองหลับตานึกภาพจะเห็นได้เลย ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยย่อมไม่รอดพ้นจากตาข่ายที่บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้เหวี่ยงคลุมไปทุกตารางนิ้ว และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ถ้ามีคุณอยู่ที่ไหน ต้องมีน้ำอัดลมอยู่ที่นั่น (แน่นอน)...”
Go to top

สงครามที่ไม่เลิกราและกลยุทธการขาย
โค้กและเป๊ปซี่ถือเป็นคู่สงครามทางการค้าของเครื่องดื่มน้ำดำที่สำคัญ โดยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันง่าย ๆ ชัยชนะและความพ่ายแพ้ในแต่ละครั้ง ย่อมหมายถึงก้อนเงินจำนวนมหาศาลที่ได้หรือเสียไป ทั้งไททยน้ำทิพย์และเสริมสุขต่างหันมาให้ความสนใจและปรับปรุงระบบการจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น

โค้กใช้วิธีแต่งตั้งผู้จัดการตลาดช่องทางการจัดจำหน่ายแบ่งเป็น 5 ช่องทางใหญ่คือ โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงเรียน ปั๊มน้ำมันและร้านค้าส่ง นอกจากนี้ยังมีการจัดวางสินค้าโชว์ในร้านค้า โดยใช้ชั้นวางสินค้าที่โค้กทำขึ้นเป็นพิเศษและมีการตั้งตู้เย็นของโค้กในร้านอาหารและร้านค้าทั่วไปรวมทั้งมีการเพิ่มคลังสินค้าขนาดย่อย และรถเข็นเข้าไปจำหน่ายตามโครงการเทคโฮมซูเปอร์มาร์เก็ตและจัดทำรถเข็นที่มีชื่อของบรษัทและขายสินค้าเฉพาะของบริษัทเท่านั้น ซึ่งกลยุทธต่าง ๆ นี้ เพื่อเป็นการขยายตลาดระดับล่าง

ส่วนเป๊ปซี่ได้ยกเลิกระบบตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้ระบบนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและได้แต่งตั้งผู้จัดการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย แบ่งตามภาคทั้ง 4 ภาค มีการขยายคลังสินค้าในตลาดภูมิภาคและเพิ่มรถเล็กเพื่อกระจายสินค้าตากตรอกซอยที่รถใหญ่ไปไม่ถึงและเพิ่มความถี่ในการเข้าเยี่ยมร้านค้า

แต่ทั้งสองใช้กลยุทธในการส่งเสริมการขายที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เช่นการร่วมกับบริษัทฟาสต์ฟู้ดจัดรายการแถมหรือคิดราคาพิเศษร่วมกับสินค้าอื่น ๆ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า การสนับสนุนนักร้องค่ายต่าง ๆ การสนับสนุนเต้นจัดประชุมต่าง ๆ โต๊ะเก้าอี้รับประทานอาหารทั่วไป แผ่นป้ายผ้าคัทเอ้าท์ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วเมือง หรือแม้กระทั่งกระดาษหัวจดหมายของหน่วยงานบางแห่ง เรียกได้ว่าเล่นกันทุกมุข ทุกหยดหยาดเลยทีเดียว

มูลค่าการโฆษณาของน้ำอัดลมตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน 2537

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด              31,094 พันบาท           คิดเป็นร้อยละ 33.0
บริษัท เสริมสุข จำกัด                  52,531 พันบาท           คิดเป็นร้อยละ 43.3
ทีซีฟาร์มาซูทิคอล จำกัด               28,691 พันบาท           คิดเป็นร้อยละ 23.7

เห็นได้ว่าบริษัทเครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ยั่นต่อค่าโฆษณาที่ต้องจ่ายไปเพียงระยะเวลาแค่ 6 เดือน เขายอมเสียเงินที่สามารถจะนำไปเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนได้นัยร้อยนับพัน โรงเรียนทั่วประเทศ ส่วนบริษัททีซีฟาร์มาซูคิคอล จำกัด นับเป้นบริษัทน้องใหม่ในวงการน้ำดำ ที่หลังจากประสบความสำเร็จกับเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดงแล้วได้ขยายตลาดมาสู่เครื่องดื่มชนิดนี้ โดยทุ่มทุนการโฆษณาอย่างที่เรียกว่าไม่ให้อายกันเลย
Go to top

องค์ประกอบของน้ำอัดลม
น้ำอัดลมคือเรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่รู้กันโดยทั่วไปว่า มันเป็นเพียงน้ำหวานอย่างหนึ่งเท่านั้น แถมยังเป็นน้ำหวานผสมคาราเมลให้สีและสารเจือปนอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยสารอาหารใด ๆ เลยที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง

จากการศึกษาส่วนประกอบจากข้างขวดพบว่า น้ำอัดลมมีส่วนประกอบต่าง ๆ ดังนี้

1.น้ำตาลมีปริมาณตั้งแต่ 10.5-13.6 เปอร์เซ็นต์ โดยบริษัท เสริมสุข จำกัด มีการระบุปริมาณน้ำตาลในเป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ ขนาด 1,500 มิลลิลิตร
2.วัตถุกันเสียในบางประเภท
3.การแต่งกลิ่น รสธรรมชาติ
4.เจือสีธรรมชาติ
5.แต่งรสธรรมชาติ

นอกจากนี้น้ำอัดลมบางชนิดยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกอย่างคือ คาเฟอีน แต่จะเห็นว่าไม่ได้มีการระบุที่ข้างขวดเลย ถึงแม้จะอ้างว่าเป็นองค์ประกอบของคาเฟอีนในธรรมชาติ อย่างไรก็ดีควรที่จะระบุให้ผู้บริโภคได้รับรู้

ในเรื่องของวัตถุกันเสีย “ฉลาดซื้อ” ได้ทำการเก็บตัวอย่างจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ นำมาให้ทางสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทดสอบพบว่า น้ำอัดลมส่วนใหญ่ใช้กรดเบนโซอิกเป็นวัตถุกันเสีย
และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฏหมายได้กำหนดไว้ โดยให้มีสารกันเสียได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อเครื่องดื่ม 1 กิโลกรัม




หมายเหตุ* ข้างขวดหรือที่ฝาขวดมีการระบุว่าใช้วัตถุกันเสีย
ผู้ทดสอบ : นางสางเวณิกา เบญจพงษ์ นักวิจัยฝ่ายพิษวิทยา สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

รศ.ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาติ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลของน้ำอัดลมต่อสุขภาพ

1.การกินน้ำตาลปริมาณเพียง 40 กรัมต่อวันก็ทำให้ฟันเสียได้และอาจนำไปสู่โรคอื่น ๆ เช่นโรคอ้วน เบาหวาน และขาดสารอาหารอื่น ๆ เพราะเมื่อเวลาร่างกายได้รับน้ำตาลเข้าไปเต็มกระเพาะทำให้ไม่มีความอยากรับประทานอาหารอื่นที่จำเป็น นำไปสู่การขาดสารอาหารอีกได้ โดยเฉพาะในเด็กที่ยังไม่รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่า

ผศ.ทญ.สร้อยศิริ ทวีบูรณ์ ได้แสดงให้เห็นถึงการสึกกร่อนของฟันมีลักษณะที่ตรวจพบได้คือ ผิวเคลือบฟันจะมีลักษณะเป็นแอ่ง สีฟันบริเวณนั้นจะมีสีเหลืองของเนื้อฟันสะท้อนออกมาให้เห็น ถ้าเกิดกับฟันหน้าจะเห็นฟันบาง สั้นปลายฟันจะลึกเป็นรอยหยัก ถ้าเกิดกับฟันกรามจะเห็นฟันเตี้ย ด้านบดเคี้ยวจะแบนราบ ในเด็กเล็กที่ให้ดูดน้ำผลไม้จากขวดจะมีปัญหามากเนื่องจากผิวเคลือบฟันจะสัมผัสกับเครื่องดื่มเป็นระยะเวลานาน

อาจารย์ยังได้ทำการศึกษาโดยการแช่ชิ้นฟันในเครื่องดื่ม 5 ชนิด คือ โค้ก ไดเอ็ทโค้ก สไปร์ท น้ำส้ม แและน้ำสับปะรด พบว่า น้ำสับปะรดมีแคลเซี่ยมเป็นองค์ประกอบในปริมาณมากที่สุด คือ 47.2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ในขณะที่ไดเอ็ทโค้กมีปริมาณแคลเซี่ยมเพียง 3.6 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สำหรับค่าพีเอช(PH) นั้น พบว่า โค้กเป็นเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดมากที่สุด คือมีค่าพีเอชเท่ากับ 2.4 ในขณะที่เครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ อีก 4 ชนิดมมีค่าพีเอชประมาณ 3

เมื่อพิจารณาปริมาณแคลเซี่ยมที่ถูกกัดกร่อนจากผิวเคลือบฟันในช่วงระยะเวลาต่างกัน พบว่า ในช่วงระยะเวลา 5 นาทีแรกที่แช่ชิ้นฟัน จะมีปริมาณแคลเซี่ยมถูกกัดกร่อนจกาผิวเคลือบฟันมีค่าตั้งแต่ 0.67-1.73 ไมโครกรัม ต่อพื้นที่ผิวหน้าตัดผิวเคลือบฟัน 1 ตารางมิลลิเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 1.03-2.35 ไมโครกรัม ต่อตารางมิลลิเมตร และ 1.13-2.82 ไมโครกรัมต่อตารางมิลลิเมตรเมื่อเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 10 และ 15 นาทีตามลำดับ


Go to top

เด็กผู้บริโภคในปัจจุบัน-อนาคต
กลุ่มเป้าหมายของสินค้าแทบทุกอย่างในสังคมที่สำคัญคือกลุ่มเด็กหรือกระทั่งการส่งเสริมการขาย โดยตรงกับครูให้มีการจำหน่ายน้ำอัดลมในบริเวณโรงเรียน คู่แข่งมอร์นิเตอร์รายงานว่า จากการสอบถามเด็กอายุ 8-12 ปี จำนวน 200 คน พบว่า เด็กดื่มน้ำอัดลมถึง 93.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ไม่ดื่มมีเพียง 6.5 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และในจำนวนนี้มีการดื่มทุกวันถึง 46 เปอร์เซ็นต์ โดยเด็กกลุ่มนี้มีการดื่มประมาณวันละหนึ่งขวดถึง 70.6 เปอร์เซ็นต์ แหล่งที่เด็กนิยมซื้อน้ำอัดลมมากที่สุดคือ ร้านค้าหรือห้างใกล้บ้าน 90.5 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาซื้อดื่มในโรงเรียน 60.8 เปอร์เซ็นต์

ถึงแม้โรงเรียนจะมิใช่แหล่งที่เด็กนิยมมากที่สุด แต่โรงเรียนก็เป็นสถานที่ที่เด็กจะได้รับคำแนะนำ และเด็กส่วนใหญ่จะเชื่อฟังครู ดังนั้นโรงเรียนจึงเป็นแหล่งที่เชื่อๆดว่าสำคัญมากที่สุดในกระบวนการ

นโยบายของรัฐเกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มของนักเรียนและการจำหน่ายน้ำอัดลมภายในโรงเรียนจึงมีความสำคัญเช่นกัน นายสัมพันธ์ ทองสมัคร รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เคยกล่าวไว้ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีมติให้วางนโยบายการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มอยางถูกต้องให้กับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมที่มีการรจำหน่ายในสถานศึกษาจนกลายเป็นเหมือนแฟชั่นที่ทุกสถาบันศึกษาต้องมี

จึงได้มอบหมายให้ผู้บริหารแต่ละกรมที่มีสถานศึกษาในสังกัดทุกระดับ ไปวางมาตรการกำหนดให้นักเรียน นักศึกษา งดการบริโภคเครื่องดื่มน้ำอัดลม โดยชี้ให้นักเรียน นักศึกษาเห็นว่า เป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และส่งหนังสือเวียนไปถึงสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน แจ้งให้ทราบว่าหกเป็นการจำหน่ายโดยสหกรณ์หรืออาจารย์ของโรงเรียนให้ยกเลิกการจำหน่ายนั้น

แต่หากมีบุคคลภายนอกเข้าไปจำหน่ายก็ไม่เป็นไร แต่ให้อาจารย์ชี้แจงให้นักเรียน นักศึกษาเข้าใจว่าเครื่องดื่มปรปะเภทนี้ไม่ควรบริโภคให้หันมาดื่มน้ำสะอาดแทน ดดยจะให้ทางสถานศึกษาจัดหาตู้เย็นไว้ให้ ที่สำคัญอาจารย์ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย

ทางวารสารฉลาดซื้อได้ดำเนินการสุ่มสำรวจโรงเรียนต่าาง ๆในเขตกรุงเทพมหานครทั้งโรงเรียนสังกัดเอกชน สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ หรือสังกัดกรุงเทพมหานคร ทางโทรศัพท์จำนวน 14 โรง พบว่า มีการจำหน่ายจำนวน 8 โรง โดยโรงเรียนสังกัดเอกชนมีการจำหน่ายทุกโรงเรียน จำนวน 4 โรง ส่วนโรงเรียนสังกัดสำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ มีการาจำหน่าย 3 โรงเรียนจากทั้งหมดที่สำรวจ 5 โรง สำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครจำนวน 5 โรงพบมีการจำหน่ายเพียงแห่งเดียว

เหตุผลในการจำหน่ายน้ำอักลมในโรงเรียนมีต่าง ๆ นานา เช่น เจ้าของโรงเรียนเป็นญาติกับเจ้าของบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง หรือเป้นร้านรถเข็นที่โรงเรียนอนุญาตให้เข้ามาขายได้ อย่างไรก็ดีแม้บางโรงเรียนจะให้มีการจำหน่าย แต่ยังมีการให้การศึกษากับเด็กอยู่ตลอดเวลาว่า ควรดื่มน้ำประเภทไหนที่เป็นประโยชน์ ส่วนโรงเรียนที่ไม่มีการจำหน่าย บางโรงเรียนส่งเสริมให้เด็กดื่มน้ำสะอาดธรรมดา โดยมีน้ำกรองไว้บริการให้กับเด็ก ๆ

จะเห็นได้ว่ากระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่ชัดเจนในการให้ความรู้และไม่ส่งเสริมการขาน้ำอัดลมภายในโรงเรียนแต่โรงเรียนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจทางโทรศัพท์มีการจำหน่ายน้ำอัดดลม หรืออนุญาตให้มีการจำหน่ายน้ำอัดลมในฌรงเรียน ถึงแม้ว่ากลุ่มตัวอย่างที่สุ่มโทรศัพท์ถามจะมีจำนวนไม่มากนักแต่ก็เชื่อว่าข้อเท็จจริงเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นสถานการณ์ที่สำรวจได้ในปัจจุบัน หรือกระทรวงศึกษาธิการจะลองสำรวจดู แหล่งข่าวจากโรงเรียนบางแห่งให้ข้อมูลว่า บางโรงเรียนมียอดการจำหน่ายน้ำอัดลมในปริมาณมาก เมื่อถึงสิ้นปีได้รับรถยนต์จากบริษัทน้ำอัดลมเป็นการสตองแทน ทำให้สถิติการขายน้ำอัดลมเพพพิ่มขึ้นทุกปี และผูกขาดเป็นกลุ่ม ๆ ตามโรงเรียน เห้นที่คราวนี้จะต้องเดือดร้อนพ่อแม่คงต้องช่วยกันกวดขันลูก ๆ เรื่องการดื่มน้ำอัดลม หรือแนะนำให้กับโรงเรียนให้ยกเลิกการจำหน่ายน้ำอัดลมในโรงเรี่ยน แและต้องให้ความรู้กับเด็ก ๆ อย่างถูกต้องและปฏิบัติเป็นตัวอย่างด้วย


Go to top

ทางออกสำหรับผู้บริโภค
หากใครยังไม่สามารถเลิกดื่มน้ำอัดลมได้ ผศ.ทญ.สร้อยศิริ ทวีบูรณ์ ได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเมื่อจะมีการบิโภคเครื่องดื่มเหล่านี้เพื่อให้เกิดผลข้างเคียงหรืออออันตรายต่อสุขภพฟันน้อยที่สุด คือการปรับเปลี่ ยนพฤติกรรมการบริโภค หากยังเป็นไปไม่ได้ที่จะละเว้นการบริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้ ขอ้แนะนำคือ

1.ในเด็กเล็กไม่ควรให้น้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มใด ๆ ก่อนนอน รวมทั้งในผู้ใหญ่ด้วย

2.ถ้าดลือกได้ควรบริโภคเครื่องดื่มสที่ไม่มีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบ เพราะน้ำตาลจากเครื่องดื่มจะเป็นแหล่งอาหารทำให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในช่องปากหมักย่อยเกิดเป็นกรดไปกัดกร่อนหรือทำลายฟันได้อีกทางหนึ่ง

3.ในการบริโภคควรใช้หลอดดูด ไม่ควรบริโภคโดยตรงจากภาชนะหรือมีการกลั้วเครื่อองดื่มไปมาในปากในขณะที่ดื่ม เนื่องจากพฤติกรรเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการสึกกร่อนของผิวเคลือบฟันจากกรดในเครื่องดื่มเหล่านี้ได้มาก

4.ไม่ควรบริโภคจุกจิก บ่อยครั้ง ถ้าเป็นการบริโภคเป็นมื้อเป็นคราว เช่นหลังมื้ออาหารในคราวเดียวก็จะเป้นการลดความรุนแรงของการกัดกร่อนฟันลงได้ มีผู้วิจัยพบว่าหากผู้บริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นปริมาณมากในคราวเดียวกัน จะทำให้เกิดการกัดกร่อนผิวเคลือบฟันได้น้อยกว่าการบริโภคเครื่องดื่มในปริมาณที่เท่ากันแต่แบ่งให้ปริมาณที่ละน้อย ๆ

5.ภายหลังการบริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้ อาจมีการบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ ก็จะเป็นการดีหรือหากจะแปรงฟันทำความสะอาด าควรใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ หากไม่เช่นนั้นถ้าหากจะแแปรงฟันควรเลื่อนระยะเวลาที่จะแปรงฟันออกไปก่อน ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังการบริโภค

6.หากจะบริโภคเครื่องดื่มที่เป้นน้ำผลไม้ แนะนำให้เลือกรับประทานผลไม้ชนิดนั้น ๆ จะเป็นการดีกว่า เนื่องจากผลไม้เหล่านี้จะมีกากอาหารช่วยในการทำความสะอาดฟัน ช่วยการขับถ่าย และยังก่อให้เกิดการกัดกร่อนผิวเคลือบฟันได้น้อยกว่าการบริโภคน้ำที่คั้นจากผลไม้นั้น ๆ ถึง 10 เท่า

เครื่องดื่มในที่นี้หมายถึง น้ำผลไม้ที่มีกรดซิตริกเป้นองค์ประกอบมาก เช่น น้ำส้ม สับปะรด มะนาว น้ำอัดลม โยเกิรติ์ ซึ่งอาจรวมไปถึงอาหารบางอย่าง เช่น ของหมักดอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการากัดกร่อนผิวเคลือบฟันได้เช่นกัน แต่ความรุนแรงของการกัดกร่อนจะไม่ขึ้นกับความเป็นกรดของเครื่องดื่มหรืออาหารนั้น ๆ หากแต่ขึ้นกับชนิดและความเข้มข้นของกรดที่ประกอบอยู่

Go to top