Black Ribbon

เตือนภัยผู้บริโภค! ซื้อประกันรถยนต์ทางโทรศัพท์กับโบรคเกอร์ เสี่ยงถูกหลอก!

 press pic 28082560 web

 

ผู้บริโภคเข้าร้องทุกข์ ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เหตุถูกบุคคลอ้างเป็นตัวแทนบริษัทนายหน้าประกัน โทรมาเสนอโปรโมชั่นชำระเบี้ยประกันราคาถูกและผ่อนบัตรเครดิตได้ ล่าสุดพบผู้เสียหายแล้วกว่า 30 ราย

             จากกรณีผู้เสียหายรายหนึ่งโพสต์กระทู้ในเว็บไซต์พันทิป อ้างว่าตนได้ขอยกเลิกการทำประภันภัย กับ S.M.P. INSURE โบรคเกอร์ประกันภัยรถยนต์ที่มาเสนอขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ เนื่องจากในการตกลงซื้อขาย ผู้เสียหายได้ขอแบ่งชำระเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิตเป็น 6 งวด แต่ภายหลังพบว่ามียอดแจ้งจากบัตรเครดิตเป็นการชำระยอดเต็ม จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และมาทราบข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สาขา จ.สงขลา ว่าบริษัทโบรคเกอร์ดังกล่าวนั้น ไม่ได้จดทะเบียนใบอนุญาตกับ คปภ.

 press pic 28082560 001

https://pantip.com/topic/36780280

             สอดคล้องกับทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวน 3 ราย เข้ามาทางศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค พบว่าคู่กรณีเป็นบริษัทโบรคเกอร์ชื่อเดียวกันนี้ และมีการพูดคุยเชิญชวนในลักษณะคล้ายกัน โดยผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลว่า ตนได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง โทรมาแจ้งว่าประกันภัยรถยนต์กำลังจะหมดอายุ และเสนอขายโปรโมชั่นเบี้ยประกันราคาถูกและเชิญชวนให้ต่อประกัน โดยเสนอให้แบ่งชำระเป็นงวดๆ ได้ แต่มาพบในภายหลังว่ามีการตัดบัตรเครดิตเป็นยอดเงินเต็มจำนวน เมื่อผู้เสียหายโทรไปขอยกเลิกทำประกัน และขอเงินคืนก็พบว่าถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด

press pic 28082560 002

             นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า การที่ผู้บริโภคเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านบริษัทโบรเกอร์ทางโทรศัพท์นั้นมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอก ควรซื้อกับบริษัทประกันโดยตรงจะ แม้ว่าการชำระเบี้ยประกันผ่านโบรคเกอร์อาจมีโปรโมชั่นเบี้ยประกันที่ถูกกว่า และสามารถผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตได้ ซึ่งเป็นที่ล่อใจเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกจนเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นหากจะเลือกซื้อประกันผ่านบริษัทนายหน้าหรือโบรคเกอร์ ผู้บริโภคควรตรวจสอบทะเบียนใบอนุญาต กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ eservice.oic.or.th

             “หากทราบว่าบริษัทนายหน้าไม่ชอบมาพากลแล้ว แนะนำให้ผู้บริโภคทำหนังสือขอยกเลิกสัญญา และขอให้บริษัทดำเนินการคืนเงินเข้าระบบบัตรเครดิต รวมทั้งทำหนังสือแจ้งบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตเป็นลายลักษณ์อักษร และส่งเป็นจดหมายลงทะเบียนตอบรับเก็บไว้เป็นหลักฐาน” นางนฤมลกล่าวเสริม

             ล่าสุดได้มีการตั้งกลุ่มไลน์ รวบรวมผู้เสียหายจากบริษัทดังกล่าว พบผู้เสียหายแล้วกว่า 30 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้บริโภคท่านใดที่เพิ่งทราบข่าวและได้รับความเสียหายจากบริษัทเดียวกันนี้ สามารถติดต่อเข้าร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร. 02 248 3737 หรืออีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

พิมพ์ อีเมล

ธปท.คุมเข้มแบงก์รัฐขายประกันพ่วง

600301 infonews
ธปท.ส่งหนังสือเวียนคุมเข้มแบงก์รัฐขายประกันพ่วงผลิตภัณฑ์การเงินอื่น โดยกำหนดให้คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคและชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจถึงรูปแบบประกันโดยละเอียด

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

ธปท.สั่งแบงก์เติม"บัตรเอทีเอ็ม-เดบิต"ชนิดธรรมดาเข้าสาขาให้เพียงพอ

591010 news
ธปท.กำชับแบงก์พาณิชย์เติม "บัตรเอทีเอ็ม-บัตรเดบิตชนิดธรรมดา" เข้าสาขาให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เหตุประชาชนร้องเรียนหนัก พนักงานแบงก์อ้างบัตรหมด-รอนาน ยัดเยียดซื้อบัตรพ่วงบริการเสริมค่าฟีสูง ขณะที่แบงก์ชาติลงตรวจสาขาแบงก์พบสำรองบัตรธรรมดาน้อยจริง

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

บริษัทประกันไม่รับผิดชอบผู้บริโภคดีพอ เครือข่ายผู้บริโภค ไม่หนุนกระทรวงการคลังทำประกันคนจน 99 บาท

590908 news2
เครือข่ายผู้บริโภคจัดเวทีความร่วมมือในการดูแลผู้บริโภค กรณีปัญหาผู้บริโภคกับการธุรกิจประกัน ไม่เห็นด้วยกับกระทรวงการคลัง จะมีการใช้เงินเกือบ 800 ล้านบาทซื้อประกันให้คนจน เหตุบริษัทประกันจำนวนมากยังไม่มืออาชีพในการให้ความคุ้มครองผู้บริโภคมากเพียงพอหลังเกิดปัญหาเมื่อทำประกัน เป็นเพียงการสนับสนุนธุรกิจประกัน สวัสดิการชั่วคราวและไม่ยั่งยืน พร้อมเสนอให้รัฐมีระบบบำนาญช่วยเหลือประชาชนเพราะเป็นสวัสดิการโดยตรงต่อประชาชน

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

สำรวจข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม-เดบิตของธนาคารไทย รองรับระบบชิปแบบใหม่แค่ไหน

zihjSCi
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นวันแรกที่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้บัตรเอทีเอ็ม-บัตรเดบิตที่ออกใหม่จะต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบชิป ตามมาตรฐาน EMV แทนระบบแถบแม่เหล็กอย่างในปัจจุบัน (ส่วนบัตรเดิมยังใช้ต่อไปได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562)

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Banner Food
Banner Safethaibus
Creditcard
Indy
Inside
Union
จดหมายบอกเลิกสัญญา
Seacc
Banner Ci