บริการสุขภาพและสาธารณสุข

จับตา สธ.เร่งแก้ไขกฎหมายบัตรทอง อ้างรองนายกฯอนุมัติให้เข้าครม.แล้ว กลุ่มคนรักหลักประกันฯ เตรียมเคลื่อน ค้านแยกเงินเดือน เพิ่มคกก.วิชาชีพ และฮุบซื้อยา

601002 news
จากกรณีที่ตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าได้รับอนุมัติจาก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว กลุ่มคนรักหลักฯ ชี้ประเด็นขัดแย้งยังอยู่ ครม.อย่าเพิ่งเร่งพิจารณา ขอเข้าพบรองนายกฯ เพื่อให้ข้อมูลร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้านและแสดงจุดยืน ค้านแยกเงินเดือน และกลไกใหม่ในการจัดซื้อยารวม

อ่านต่อ

พิมพ์ อีเมล

ภาคประชาสังคมจี้รัฐ เร่งนำยาไวรัสตับฯซีเข้าระบบบัตรทองด่วน หลังบริษัทยา ยอมไทยผลิต-นำเข้ายาราคาถูก โดยไม่ละเมิดสิทธิบัตร

press pic 14092017 001

         จากการเคลื่อนไหวกดดันของภาคประชาสังคมนานกว่า 5 ปี ในที่สุด บริษัท กิลิแอด ไซน์ อินค์ ประกาศยอมให้ประเทศไทยสามารถผลิตและนำเข้ายาต้านไวรัสเอชไอวีและยารักษาไวรัสตับอักเสบซีในราคาถูกได้ โดยไม่ถือว่าละเมิดสิทธิบัตร เมื่อวันที่  24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ จากภาครัฐต่อกรณีดังกล่าว 

         นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล เจ้าหน้าที่รณรงค์การเข้าถึงยา มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า ภาคประชาสังคมเรียกร้องให้นำยาโซฟอสบูเวียร์ ซึ่งเป็นยารักษาไวรัสตับอักเสบซีและยาในกลุ่มเดียวกัน เข้าสู่ระบบการรักษาของประเทศมานานกว่า 5 ปี จนมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่กลับยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี เนื่องจากราคายายังแพงเกินไป การประกาศของบริษัท กิลิแอดฯ ทำให้ประเทศไทยสามารถนำเข้าหรือผลิตยาในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมาก จึงหวังว่าการประชุมคณะอนุกรรมการบัญชียาหลักฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 กันยายนนี้ จะพิจารณาอนุมัติให้รวมยาดังกล่าวเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ 

         นายนิมิตร์ เทียนอุดม อดีตบอร์ดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนอแนะให้ สปสช. ปรับปรุงและประกาศการขยายชุดสิทธิประโยชน์ให้โรงพยาบาลทุกแห่งทราบทันที หลังจากคณะอนุกรรมการฯ มีประกาศเรื่องยาไวรัสตับอักเสบซีชนิดใหม่เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ 

         “ในแต่ละปี สปสช. ตั้งงบประมาณสำหรับการรักษาไวรัสตับฯ ซีด้วยยาเก่าคือแพ็คกิเลด อินเตอร์เฟอรอน ไว้ที่ 300 - 400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรักษาคนได้ประมาณ 3,500 คนต่อปี แต่หลายคนรักษาไม่หายด้วยยานี้หรือมีผลข้างเคียงร้ายแรงจากการรักษา แต่ด้วยยาใหม่ที่ราคาถูกลง และรักษาให้หายขาดได้เกือบ 100% โดยใช้วงเงินงบประมาณเท่าเดิม จะทำให้ผู้ป่วยกว่า 10,000 คน ได้รับการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นโรคที่รักษาหายขาดได้” นายนิมิตร์กล่าว 

         ด้านนายอนันต์ เมืองมูลไชย ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมควรเร่งนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตและนำเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยาของประเทศ โดยกรมควมคุมโรคและ สปสช.ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้คนที่คิดว่าตนเองเสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ได้รับการตรวจคัดกรองและตรวจยืนยันการติดเชื้อทุกคน ซึ่งปัจจุบันระบบการตรวจคัดกรองยังมีข้อจำกัดที่ต้องปรับปรุง แต่ขณะนี้เรายังไม่เห็นการตอบสนองใดๆ จากรัฐไทยต่อกรณีนี้ 

         “ภาคประชาสังคมด้านสุขภาพของไทย ขอเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติ พิจารณารวมยาโซฟอสบูเวียร์และยารวมเม็ดโซฟอสบูเวียร์กับเลดิพาสเวียร์อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติโดยด่วน เพื่อให้กระบวนการต่างๆ ในการนำยาเข้าสู่ระบบการรักษาของประเทศภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพหลักทั้ง 3 ระบบดำเนินการต่อไปได้” นายอนันต์กล่าว 

press pic 14092017 003

         ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท กิลิแอดฯ ประกาศอย่างเป็นทางการทั่วโลกว่า เพิ่มประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสิทธิผลิตหรือนำเข้ายาชื่อสามัญในยารักษาไวรัสตับอักเสบซีได้ ได้แก่ ยาโซฟอสบูเวียร์ ยารวมเม็ดโซฟอสบูเวียร์ และเลดิพาสเวียร์ รวมถึงยาใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาด ซึ่งยาดังกล่าวเป็นยาที่บริษัทกำลังดำเนินการจดสิทธิบัตรในไทย ที่เดิมบริษัทฯ จัดให้ไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ค่อนข้างสูง จึงไม่อนุญาตให้ได้รับสิทธิภายใต้สัญญาดังกล่าว 

         ที่ผ่านมา ยาดังกล่าวมีราคาแพงมาก ในต่างประเทศหากรักษาครบ 12 สัปดาห์เป็นเงินกว่า 2.8 ล้านบาท  ส่วนประเทศไทย บริษัทฯ เสนอราคาต่อคณะอนุกรรมการบัญชียาหลักฯ ในราคา 150,000 – 180,000 บาทต่อคอร์สการรักษา ซึ่งราคาที่แพงลิบลิ่วได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก จนมีการรณรงค์ต่อต้านและเรียกร้องในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ที่ภาคประสังคมยื่นฟ้องคัดค้านการขอรับสิทธิบัตรยาดังกล่าว และรณรงค์อย่างต่อเนื่องกับภาครัฐเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ แรงกดดันดังกล่าวนำไปสู่การประกาศเพิ่มจำนวนประเทศที่รับสิทธิประโยชน์ในสัญญาของบริษัท กิลิแอดฯ 

press pic 14092017 004

         ขณะที่เช้าวันนี้ (14 กันยายน) คณะรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซียได้ประกาศใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ หรือซีแอลตามกฎหมายสิทธิบัตรของมาเลเซียและข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก เพื่อยกเว้นการคุ้มครองสิทธิบัตรชั่วคราว และนำเข้ายาโซฟอสบูเวียร์ที่เป็นยาชื่อสามัญในราคาถูกจากอินเดีย  

ข้อมูลเพิ่มเติม: 
เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล 081 612 9551
นิมิตร์ เทียนอุดม 081 666 6047

press pic 14092017 00 

พิมพ์ อีเมล

เครือข่ายผู้ป่วย บุก สปสช. จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาจัดซื้อยารวมระดับประเทศ

684260

เครือข่ายผู้ป่วย บุก สปสช. จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาจัดซื้อยารวมระดับประเทศ ชี้ข้อสรุป “รองนายกฯ วิษณุ”-รมว.สธ.ที่เชื่อ สตง.มีปัญหาเชิงกฎหมายทำชีวิตผู้ป่วยกว่า 4 แสนแขวนบนเส้นด้ายหลัง กย.นี้

ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ – เมื่อเวลา 9:30 น.เครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นำโดย นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย และนายอนันต์ เมืองมูลไชย ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย และตัวแทนเครือข่ายอีกกว่า 30 คน ได้เดินทางมาที่ สปสช.เพื่อยื่นหนังสือถึง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร รัฐมนตรีสาธารณสุขและ นพ.สักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขธิการ สปสช. ขอให้ทำความชัดเจนทางกฎหมายของการบริหารจัดการจัดซื้อยารวม 7 ประเภท ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2561 และให้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ สปสช.ดำเนินการต่อไปก่อน

นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย แสดงความกังวลต่อมติของบอร์ด สปสช.เสียงข้างที่เป็นผลมาจากการหารือร่วมระหว่างรองนายกฯวิษณุ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สธ. กรมบัญชีกลาง สปสช. และ สตง. เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า การจัดซื้อยาร่วม 7 ประเภทดังกล่าวโดย รพ.ราชวิถี ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2561 (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นไป) จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องหรือไม่ หากมีเหตุขัดข้องหรือดำเนินการไม่ทัน จะเกิดการขาดแคลนยาทั้งประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงชีวิตผู้ป่วยเกือบ 400,000 คนที่ต้องอยู่บนเส้นด้ายนี้

“ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของกฎหมาย ที่ สตง.เสนอให้ขึ้นทะเบียน รพ.ราชวิถีเป็น ‘เครือข่ายหน่วยบริการ’ จัดซื้อยาแทน แต่ตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ระบุให้เป็นการรวมตัวของหน่วยบริการกันเอง ไม่ใช่เป็นการบังคับให้ทุกโรงพยาบาลทั้งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องมาเป็น ‘เครือข่ายหน่วยบริการ’ อีกทั้งหน้าที่ของเครือข่ายหน่วยบริการตามกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดเรื่องการจัดซื้อยา ไม่เพียงเท่านั้น สตง.ยังเสนอแนะให้ สปสช.ทำผิดจากที่เคยเสนอแนะมา คือการจ่ายเงินไปก่อนที่จะเกิดบริการจริง ซึ่ง สตง.เคยชี้ว่า ทำไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวพันกับ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฉบับใหม่ เรื่องการซื้อแทนกัน ที่ต้องรอการออกกฎกระทรวงการคลังตาม พ.ร.บ.ซึ่งต้องใช้เวลา หากเกิดปัญหาจะเกิดการขาดแคลนยาทั้งประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงชีวิตผู้ป่วยเกือบ 400,000 คนที่ต้องอยู่บนเส้นด้ายนี้”

“ผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องต้องเผชิญชะตากรรม เพราะหากไม่ได้รับการล้างไตภายใน 3 วัน จะเกิดภาวะน้ำท่วมปอดและเสียชีวิตได้ ปัจจุบันภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องประมาณ 2.5 หมื่นคน ตรงนี้ต้องถามว่าโรงพยาบาลจะรับไหวหรือไม่ รวมทั้งผู้ป่วยเหล่านี้ต้องเปลี่ยนเป็นการฟอกไตแทน ทั้งเครื่องฟอกไต บุคลากรทางการแพทย์และงบประมาณขณะนี้ต้องถามว่าเพียงพอต่อการรองรับหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายผู้ป่วยอาจต้องร่วมจ่ายอีก

นอกจากนี้ผู้ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายยังต้องรับยาอีริโทรโพอิติน (erythropoietin) ยากระตุ้นเม็ดเลือดแดง หากระบบขาดยา ไม่มียาให้กับผู้ป่วยแล้วเสียชีวิต ตรงนี้ใครจะรับผิดชอบ อยากฝากถึงผู้ใหญ่ว่า อย่าเอาชีวิตผู้ป่วยเป็นเดิมพันเพราะทุกชีวิตก็มีค่า จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเร็ว” ประธานชมรมเพื่อนโรคไตกล่าว

ทางด้านนายอนันต์ เมืองมูลไชย ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ชี้ว่า เดือนกรกฎาคม ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยอมรับเองว่าไม่มีความพร้อม ผ่านมาไม่ถึงเดือนจะให้พวกเราเชื่อว่า รพ.ราชวิถีจะมีความพร้อมได้อย่างไร อีกทั้ง ถ้าจะให้ รพ.ราชวิถีดำเนินการได้ ต้องเตรียมการสร้างระบบจัดสรรกำลังคนใหม่ ทำให้ผู้ติดเชื้อฯ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต้องมาเสี่ยงขาดยาโดยไม่มีเหตุอันควร ดังนั้นจึงไม่สมเหตุสมผลเลยที่ไม่ให้ สปสช.ดำเนินการจัดซื้อยารวม เหมือนเช่นที่ทำมาตลอดระยะเวลา 10 ปี

“ดังนั้น เมื่อไม่มีความชัดเจนทั้งในแง่ของกฎหมายและศักยภาพ-ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการยา ขอให้รองนายกฯวิษณุ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทำความชัดเจนทางกฎหมายด้วยการให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ไม่ใช่เอาความเห็นของ สตง.ที่เป็นหน่วยตรวจสอบมาตีความกฎหมายว่าทำได้หรือทำไม่ได้ โดยระหว่างนี้ ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ สปสช.ดำเนินการไปดังที่เคยเป็นมาผ่านคณะกรรมการฯที่มีการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีจนกว่าจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้ สปสช.สามารถสร้างกลไกเพื่อการบริหารกองทุนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”

“ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วประเทศที่ต้องรับยาต้านไวรัสมีประมาณ 3 แสนคน โดยคนเหล่านี้ต้องกินยาทุกวัน แม้ว่าผู้ติดเชื้อจะขาดยาได้แต่หากต้องเริ่มต้นกินยาต้านไวรัสใหม่อาจทำให้ค่ารักษาเพิ่มขึ้น เพราะต้องดูว่าสามารถกินยาต้านไวรัสสูตรเดิมได้หรือไม่ มีการดื้อยาแล้วหรือยัง และหากต้องเปลี่ยนยาต้านไวรัสสูตรใหม่ นั่นหมายถึงค่ายาที่เพิ่มขึ้น โดยยาต้านไวรัสสูตรพื้นฐานราคาอยู่ที่ 800-1,000 บาทต่อเดือน แต่ยาต้านไวรัสสูตรดื้อยามีสูงถึง 8,000-10,000 บาท ภาระตรงนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ”

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
ธนพลธ์ ดอกแก้ว 083-8333096
อนันต์ เมืองมูลไชย 081-0256570

684261

684262

พิมพ์ อีเมล

บทความใกล้เคียงกัน

Indy
ACCOT_MiniBanner
Banner Safethaibus
Inside
Kidney Friend Club Banner
Creditcard
Seacc
Banner Ci
จดหมายบอกเลิกสัญญา