|
ขั้นตอนการใช้สิทธิเมื่อคุณเกิดอุบัติเหตุ |
|
|
|
|
เขียนโดย สวนีย์ ฉ่ำเฉลียว ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2009 เวลา 14:56 |
|
เมื่อเกิดขึ้นอุบัติเหตุ ใครหลายคนมักทำอะไรไม่ถูก นับหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาหรือใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภคมีคำแนะนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติดังนี้
1. ใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ. รถฯ)
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 กรมธรรม์ ที่ทำหลังวันที่ 1 มกราคม 2553
|
ตรวจสอบข้อเท็จจริง - ชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ประสบภัย หรือทายาท - รถคันที่เกิดเหตุ (คันที่ผู้ประสบภัยโดยสารมา) ทำประกันภาคบังคับ(พ.ร.บ.) กับบริษัทใด - ผู้ประสบภัยบาดเจ็บ - เสียชีวิต หรือ ทำการรักษาแล้วจึงเสียชีวิตภายหลัง หรือ ต้องรักษาต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว) อาการของผู้บาดเจ็บ - ทำการรักษาที่โรงพยาบาลใด - สถานีตำรวจที่รับผิดชอบคดีที่ไหน
สิทธิที่เกี่ยวข้อง 1. ค่ารักษาพยาบาล สามารถขอรับได้จากบริษัทประกันภัยซึ่งรถโดยสารและรถยนต์ที่เกิดเหตุแต่ละคันจะต้องทำประกันภัยไว้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.รถ) ทั้งนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท เงินส่วนนี้โรงพยาบาลที่ผู้ประสบภัยไปรับการรักษาจะเป็นผู้ทำเรื่องรับแทน
2. ค่าปลงศพ กรณีของผู้เสียชีวิตให้ทายาทโดยธรรม อาทิ พ่อ-แม่ หรือคู่สมรส ติดต่อขอรับจากบริษัทประกันภัยซึ่งรถที่เกิดเหตุแต่ละคันทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.รถ) เช่นเดียวกัน จำนวนรายละ 2 แสนบาท (ทั้งนี้รวมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตด้วยหากมี) ความคุ้มครองดังกล่าวบังคับเฉพาะรถยนต์ที่ซื้อ “ กรมธรรม์ หลังวันที่ 1 มกราคม 2553” ถ้าซื้อก่อนหน้านี้จะมีความคุ้มครองที่จำนวนเงิน 1 แสนบาท
หมายเหตุ จำนวนเงิน 2 แสนบาท ในกรณีที่ผู้ประสบภัย เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร
3. เงินชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วัน สำหรับการชดเชยรายวันกรณี เข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนใข้ใน (กรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล)
ขั้นตอนการดำเนินการ - เตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ 1. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล / สถานพยาบาล 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ ออกให้ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้มีชื่อในบัตรเป็นผู้ประสบภัย 3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัย หรือ เครื่องหมายที่แสดงว่ารถมีประกันภัย 4. สำเนาใบมรณะบัตร กรณีเสียชีวิต 5. สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ 6. สำเนาทะเบียน และสำเนาบัตรประจำตัวของทายาทกรณี ผู้ประสบภัยเสียชีวิต
- ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย ภายใน 180 วัน หลังจากที่เกิดเหตุ
- หากรถที่เกิดเหตุมี พ.ร.บ. แต่ประวิงเวลาในการจ่ายค่าเสียหายให้ผู้ประสบภัยติดต่อเรียกร้องค่าเสียหายได้ที่บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด
- หากรถที่เกิดเหตุไม่มี พ.ร.บ. ให้ผู้ประสบภัยติดต่อขอรับค่าสินไหมเบื้องต้นได้ที่ กองทุนผู้ประสบภัยจากรถ (คปภ.จังหวัด) ทุกจังหวัด
|
| 2. ใช้สิทธิในส่วนของการเรียกร้องจากกรมธรรม์ภาคสมัครใจและบริษัทรถโดยสาร |
ตรวจสอบข้อเท็จจริง - บริษัทรถได้มีการทำกรมธรรม์ไว้กับบริษัทใด ประเภทของกรมธรรม์(ประเภท 1-5) - หน้ากรมธรรม์ระบุมูลค่าความคุ้มครองเท่าใด(ต่อคนต่อครั้ง) แยกเป็นกรณีบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต สิทธิที่เกี่ยวข้อง - ได้รับการชดเชยเต็มสิทธิในมูลเงินหน้ากรมธรรม์ประกันภัยนั้นๆ
ขั้นตอนการดำเนินการ - เตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ 1. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล / สถานพยาบาล 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ ออกให้ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้มีชื่อใน บัตรเป็นผู้ประสบภัย 3. สำเนากรมธรรม์ประกันภัย หรือ เครื่องหมายที่แสดงว่ารถมีประกันภัย 4. สำเนาใบมรณะบัตร กรณีเสียชีวิต 5. สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ 6. สำเนาทะเบียน และสำเนาบัตรประจำตัวของทายาทกรณี ผู้ประสบภัยเสียชีวิต - ประเมินค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนี้
กรณีบาดเจ็บ - ค่ารักษาพยาบาลค่าใช้จ่าย - ค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานในอนาคต - ค่าเสียหายอย่างอื่นที่มิใช่ตัวเงิน - ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างเจ็บป่วย - ค่าความเสียหายต่อทรัพย์สิน
กรณีเสียชีวิต - ค่าขาดไร้อุปการะ - ค่าปลงศพ - ค่าใช้จ่ายอันจำเป็น - ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย ไม่จำกัดสิทธิของข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ - ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตาย - ค่าขาดการงานในครัวเรือน
ข้อควรระวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคใคร่ขอเรียนให้ท่านมีความระมัดระวังในการพิจารณารับค่าสินไหมทดแทนทั้งจากบริษัทรถยนต์และบริษัทประกันภัย หากมีเงื่อนไขในเอกสารการรับเงินหรือเอกสารข้อตกลงใด ๆ ว่า ท่านยินยอมรับเงินค่าเสียหายโดยไม่ติดใจเอาความกับบริษัทรถยนต์ เจ้าของบริษัทรถยนต์ บริษัทประกันภัย หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ และท่านได้ลงลายมือชื่อยินยอม การกระทำดังกล่าว หากมีความเสียหายเกิดขึ้นเพิ่มเติมในภายหลัง ท่านจะไม่สามารถนำเรื่องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับศาลได้ |
| 3.สิทธิการเรียกร้องตามกฎหมาย วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 |
- สามารถขอแบบฟอร์มได้ที่ศาล(แจ้งข้อเท็จจริงเพื่อเจ้าหน้าที่ศาลจะเขียนให้) - สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์เขียนคำฟ้องให้โดยติดต่อด้วยตนเองที่สำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค - ผู้ร้องสามารถเขียนเองได้ (เขียนจากบ้าน โดยโหลดแบบฟอร์มจาก www.consumerthai.org ) หรือขอแบบฟอร์มจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยส่งซองเปล่า ใส่แสตมป์ 20 บาท มาด้วย อย่าแปะหน้าซอง
เลือกศาลที่เหมาะสม - ศาลที่มูลคดีเกิด(ตามวิ.แพ่ง) หรือ ศาลที่อยู่ในภูมิลำเนาของผู้ประกอบการ - ตามมูลค่าทุนความเสียหาย • กรณีต่ำกว่า 3 แสน ฟ้องศาลแขวง • กรณีสูงกว่า 3 แสน ฟ้องศาลแพ่ง ( รัชดา ) หรือศาลจังหวัด ทุกจังหวัด
|
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้บริโภค
|
อันดับ
|
รายละเอียด
|
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
|
|
1
|
กรณีที่ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องได้เอง |
ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นฟ้องร้องแทน - เอกสารที่ใช้ สำเนาบัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน ผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบ - ติดอากรแสตมป์ 30 บาท ในใบมอบอำนาจ |
|
2
|
ตัวอย่างคำฟ้อง |
สามารถขอได้ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยส่งซองเปล่า ใส่แสตมป์ 50 บาท มาด้วย อย่าแปะหน้าซอง |
ดังนั้น หากท่านไม่มั่นใจ มีข้อสงสัย หรือประสบปัญหา ในการการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยหรือจากผู้ประกอบการบริษัทรถโดยสาร ท่านสามารถขอคำปรึกษา หรือขอให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ช่วยเหลือดำเนินการแทนท่านในการเจรจาต่อรอง หรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพื่อให้ท่านได้รับการชดเชยค่าเสียหายเต็มตามสิทธิอันพึงมีพึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ฝ่ายศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค 4/2 ซอยวัฒนโยธิน แขวนถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ : 02-248-3734-37 แฟกส์ : 02-248-3733
|