กรุงเทพฯ 1 มิ.ย. - นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 5 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จ่ายค่าปรับวันละ 100,000 บาท เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศ กสทช.เรื่องมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549
นายฐากร กล่าวว่า ค่ายมือถือทั้ง 5 ราย ยังคงกำหนดระยะเวลาการใช้บริการบัตรโทรศัพท์เติมเงิน (พรีเพด) ขณะที่ประกาศ กสทช.ข้อ 11 ระบุว่าการให้บริการโทรคมมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่า บริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผู้ให้บริการจะได้รับความเห็นจากคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า
“กรณีปัญหาบัตรเติมเงินโทรศัพท์ มีข้อถกเถียงกันมาหลายปีแล้ว ตลอดระยะเวลาทางค่ายมือถือแจ้งว่า ต้องกำหนดระยะเวลา ขณะที่ฝ่ายผู้บริโภคก็ไม่ให้กำหนดระยะเวลา ซึ่ง กสทช.ได้หารือกันหลายครั้ง และ กสทช.ก็ต้องยึดและปฏิบัติตามประกาศของ กสทช. ล่าสุดจึงมีคำสั่งทางปกครองเพื่อปรับค่ายมือถือ วันละ 100,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป แต่ทางค่ายมือถือมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 15 วัน หรือ อาจมีการส่งร้องฟ้องต่อศาลปกครองก็ได้ ซึ่งก็ต้องเจรจาและดำเนินการต่อไป” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กสทช.ได้สั่งปรับ 5 ค่ายมือถือวันละ 80,000 บาท เนื่องจากไม่จัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการบัตรเติมเงิน (พรีเพด) เพราะถือว่าขัดคำสั่งทางปกครอง ทั้งนี้ การจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเกรงว่าจะนำไปใช้ในการก่อความวุ่นวายในพื้นที่ ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือ 110 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นบัตรเติมเงิน 64 ล้านเลขหมาย ส่วนที่เหลือเป็นแบบลงทะเบียน (โพสต์เพด) 64 ล้านเลขหมาย
ทั้งนี้ ก่อนการออกคำสั่งปรับนั้น กสทช.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกประกาศ ตั้งแต่การออกหนังสือแจ้งเตือน การเรียกมาเจรจาหารือ แต่หากไม่มีข้อยุติ และไม่มีการแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบข้อปฏิบัติของ กสทช. จึงจำเป็นต้องออกคำสั่งปรับ เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด.-สำนักข่าว ไทย
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|











