ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภคเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่
พ.ศ. 2537 ภายใต้คำเชิญชวนเริ่มต้น ว่า ร้องทุกข์หนึ่งครั้งดีกว่าบ่นพันครั้ง
เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้สิทธิของตนเองในการเรียกร้องความเป็นธรรม
และผลักดันให้เกิดมาตรการและนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภคและสังคมโดยรวม
โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคในเรื่องสินค้าและบริการ
สนับสนุนผู้บริโภคและประสานงานกับคู่กรณีเพื่อหาข้อยุติข้องร้องเรียน
จากการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา มีผู้บริโภคร้องเรียนผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ
จำนวนทั้งสิ้น 842 กรณี ในจำนวนนี้ ยังไม่นับรวมกรณีที่ขอรับคำแนะนำ
ปรึกษา ซึ่งสามารถแบ่งหมวดปัญหาได้ ดังนี้
1. สาธารณสุข
เกี่ยวกับบริการสุขภาพ (อาทิ มาตรฐานบริการทางการแพทย์
ระบบประกันสุขภาพ) ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (อาทิ
อาหาร ยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เป็นต้น)
2. คุณภาพงานบริการ
เกี่ยวกับการให้บริการต่าง ๆ เช่น การประกันภัย
การท่องเที่ยว การขนส่ง การเงินการธนาคาร
ฯลฯ
3. สาธารณูปโภค
ได้แก่ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการไฟฟ้า
ประปา โทรศัพท์พื้นฐาน เป็นต้น
4. มาตรฐานผลิตภัณฑ์
เกี่ยวกับมาตรฐานของสินค้าต่าง ๆ เช่น รถยนต์
เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
5. อสังหาริมทรัพย์
เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามสัญญา เช่น ก่อสร้างไม่เสร็จ
หรือไม่มีสาธารณูปโภคตามสัญญา
6. หนี้ ได้แก่ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาจากการเป็นหนี้ในเรื่องต่าง
ๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย การติดตามทวงหนี้ ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ
7. อื่น ๆ
เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ตัวอย่างรูปธรรมปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในรอบปีที่ผ่านมา
1. ปัญหาคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้า
- กรณีความปลอดภัยด้านอาหาร เช่น พบเชื้อจุลินทรีย์
(เอนเทอโรแบคเตอร์ ซากาซากิ)ในนมผงดัดแปลงสำหรับทารก
4 ยี่ห้อ ที่ทำให้เกิดโรค
- กรณีมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์
ผงซักฟอก เครื่องซักผ้า ตู้เย็น รวมทั้งความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์
เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งผู้บริโภคต้องแสดงออกด้วยการประจานตามสถานที่ต่างๆ
เช่น การทุบรถโชว์กรณีของคุณเดือนเพ็ญ
- กรณีปัญหาเรื่องการใช้สารฟอกขาวในตะเกียบ
การจำหน่ายถุงยางอนามัยชนิดสั่น
- การปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอในหลายจังหวัดที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้
2. ผลกระทบจากการกระตุ้นการบริโภคในระบบทุนนิยมเสรี
และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
- สถิติการร้องเรียนเรื่องหนี้เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้ส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
(Non Bank)
- บริษัทเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด
รวมถึงกระทรวงการคลังออกประกาศเอื้อประโยชน์กับบริษัทให้สินเชื่อบุคคล
และเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
3. กลไกการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ
ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความทุกข์เพิ่มขึ้นจากการใช้สิทธิ
- กรณีที่อยู่อาศัย เช่น ซื้อบ้านยังไม่ได้บ้าน
ปัญหานิติบุคคลอาคารชุดและ บ้านจัดสรร ฟ้องร้องเรียกเงินคืนถูกบริษัทฟ้องร้องกลับ
- ไม่มีกลไกการชดเชยความเสียหายกรณีความทุกข์จากบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
- มีภาระในการพิสูจน์ เช่น กรณีรถยนต์
- การยอมรับการชดเชยความเสียหายจากการประกันด้านต่าง
ๆ แม้แต่กองทุนการประกันภัยบุคคลที่ 3 หรือทำประกันภัยแล้วบริษัทประกันภัยไม่จ่ายเงินหลังผู้เอาประกันเสียชีวิต
4. การกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคถูกแทรกแซง
มีผลประโยชน์ขัดแย้ง
- การที่กระทรวงสาธารณสุขไม่อุทธรณ์ กรณี
คุณดอกรัก เพชรประเสริฐ / แต่อุทธรณ์กรณีศิริมาศ
แก้วคงจันทร์
- การควบคุมการโฆษณาขนมเด็ก / ระยะเวลาที่เหมาะสมในการคิดค่าโทรศัพท์ในการใช้หนึ่งนาที
/ การผูกขาดเคเบิ้ลทีวี / การเปลี่ยนแปลงรายการข่าวของไอทีวี
และการโฆษณาขายตรงในโทรทัศน์
- การโฆษณาบุหรี่ ณ จุดขาย
5. หน่วยงานรัฐที่ให้บริการสาธารณะผลักภาระให้ผู้บริโภค
โดยทำสัญญาที่ผู้บริโภคเสียประโยชน์
- การขึ้นค่าธรรมเนียมรถไฟ ทางด่วน รถเมล์
- การขึ้นค่าไฟฟ้าโดยใช้การขึ้นค่า Ft
- การขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่อาจทราบต้นทุน หรือโครงสร้างราคาที่แท้จริงของราคาน้ำมัน
- การบังคับให้ส่ง EMSบริการสาธารณูปโภค เช่น
ไฟฟ้า โทรศัพท์ บริการสาธารณะอื่น ๆ
6. ไม่มีการขอความคิดเห็นจากตัวแทนผู้บริโภค
หรือไม่ได้สนใจข้อมูลที่ได้จากการขอความคิดเห็นในการกำหนดนโยบายที่ส่งผลกระทบและเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค
- พระราชกำหนดภาษีสรรพสามิตในกิจการโทรคมนาคม
- การดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของผู้บริโภค
เช่น ปตท. ไฟฟ้า น้ำประปา องค์การเภสัชกรรม
หรือสื่อสารมวลชน
- การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี(Free Trade Agreement)
กับประเทศต่าง ๆ
7. ความไม่เท่าเทียมในสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน
ของระบบหลักประกันสุขภาพ (สวัสดิการข้าราชการ,
30 รักษาทุกโรค และประกันสังคม)
- มาตรฐาน คุณภาพการบริการของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
- การต้องจ่ายเงินเองในบางกรณี เช่น ฉุกเฉิน
หรือ พรบ.ประกันภัยบุคคลที่ 3
- ได้รับความเสียหายจากการใช้บริการจากหน่วยบริการ
- การไม่อนุญาตให้ประวัติผู้ป่วยทั้งที่เป็นสิทธิของผู้ป่วย
- นโยบายสองขาที่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน
ทั้งการส่งเสริมศูนย์กลางการแพทย์แห่งเอเซีย
และ 30 บาทรักษาทุกโรค
8. การไม่ดำเนินการออกกฎหมาย หรือ
มาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้บริโภค
- การออกกฎหมายตามมาตรา 57 องค์การอิสระผู้บริโภค
- การจำกัดการโฆษณาขนมเด็กในสื่อต่าง ๆ
- การปรับปรุงฉลากอาหารดัดแปรพันธุกรรม (GMOs)
- การปรับฉลากเครื่องดื่มสำเร็จรูป กรณี ชาเขียว
- การปรับปรุงคณะกรรมการสภาวิชาชีพให้มีบุคคลภายนอก
เช่น แพทยสภา
- การปรับผังรายการของไอทีวี
- การยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เช่น ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ได้เกิดการรวมกลุ่มกันของผู้บริโภคจำนวน
7 กลุ่ม/เครือข่าย เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาของกลุ่มและผลักดันปัญหาในทางนโยบาย
ได้แก่ 1) เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์
2) เครือข่ายผู้เดือดร้อนจากการซื้อบ้าน (เครือข่ายบ้านไม่สมหวัง)
3) เครือข่ายผู้เดือนร้อนเรื่องคอนโดมิเนียม
4) เครือข่ายหนี้นอกระบบ 5) ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
6) เครือข่ายผู้เดือดร้อนจากการเคหะแห่งชาติ
และ 7) เครือข่ายมาตรฐานรถยนต์ ซึ่งอาจจะยังไม่เข้มแข็งมากนักในปัจจุบัน