บริจาค

File1

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ ที่ทำงานคุ้มครองผู้บริโภค มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ด้วยการส่งเสริมให้ผู้บริโภค ได้รับการคุ้มครองสิทธิอันพึงมีพึงได้ การเผยแพร่ข้อมูลเพื่อเลือกซื้อสินค้า สนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค และเสนอนโยบาย มาตรการ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค


กิจกรรมของเรา 
เผยแพร่ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า/บริการ
นิตยสารฉลาดซื้อทำการทดสอบสินค้า หรือบริการต่างๆ ไม่น้อยกว่า 4,000 ชนิด ให้ผู้บริโภครู้ว่าสินค้า หรือบริการนั้นๆ ยี่ห้อไหนมีคุณภาพและราคาไม่แพง คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

 

รับเรื่องร้องเรียนและช่วยแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ถูกละเมิดสิทธิจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ปรึกษาเราได้ ฟรี! กับศูนย์พิทักษ์สิทธิเพื่อผู้บริโภค ที่แต่ละปีสามารถช่วยเหลือผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิให้ได้รับการเยียวยา ไม่น้อยกว่า 10,000 คน ไม่เพียงเท่านั้น มูลนิธิฯ สนับสนุนและร่วมมือ กับศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย


พัฒนานโยบายสาธารณะ

>> การทำให้ กสทช.ประหยัดเงินกว่า 7,000 ล้านบาทในการแจกคูปองทีวีดิจิตอล
>> การเรียกร้องให้โรงพยาบาลเอกชนยุติการเรียกเก็บเงินในการ ใช้บริการสิทธิฉุกเฉิน
>> การผลักดันการคิดค่าโทรศัพท์เป็นวินาทีตามการใช้งานจริง ซึ่งสามารถประหยัดเงินได้มากกว่า 38,200 ล้านบาทต่อปี
>> การยกระดับความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ เช่น การบังคับใช้เข็มขัดนิรภัยให้มีสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง การทำประกันภัยชั้น 1 ในรถโดยสารสาธารณะ เป็นต้น
>> การสนับสนุนการติดฉลากอาหารในผลิตภัณฑจีเอ็มโอ
>> การยับยั้งการแปรรูป กฟผ. และ ปตท.ในอดีต

ร่วมบริจาคให้เรา คุณได้ประโยชน์ถึง 3 ต่อ!!
1 .เงินบริจาคให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคใช้ในการลดหย่อนภาษีประจำปีได้!

มูลนิธิฯ เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ ลำดับที่ 576 ตามประกาศกระทรวงการคลัง


2 .เงินของคุณช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น

การช่วยสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ จะช่วยสร้างความตื่นตัวให้กับผู้บริโภคลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเอง และยังสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อนโยบายสาธารณะของประเทศ ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น การทำงานของมูลนิธิฯ ที่ผ่านมาทำให้ กสทช.ประหยัดเงินกว่า 7,000 ล้านบาทในการแจกคูปองทีวีดิจิตอล หรือการชนะคดีของศาลปกครองกลางในการขึ้นค่าผ่านทางดอนเมืองโทลล์เวย์ รวมถึงยับยั้งการแปรรูป กฟผ. และ ปตท.ในอดีต

3 . รับของสมนาคุณพิเศษ เมื่อ บริจาคให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภควันนี้  

- บริจาค ..... บาท โดยไม่รับของสมนาคุณใดๆ 

- บริจาค 300 บาท รับหนังสือรวมผลทดสอบ 1 เล่ม

- บริจาค 500 บาท รับหนังสือรวมผลทดสอบ 2 เล่ม

- บริจาค 1,000 บาท  ได้รับสิทธิเป็นสมาชิกนิตยสารฉลาดซื้อ  ฟรี 6 เดือน

- บริจาค 2,000  บาท ได้รับสิทธิเป็นสมาชิกนิตยสารฉลาดซื้อ ฟรี 1 ปี

 

 วิธีการบริจาค

1 .เช็คสั่งจ่ายในนาม มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
2 .โอนเงินชื่อบัญชีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

3 .ตัดบัตรเครดิตผ่านระบบเพย์สบาย Paysbuy

bank logo icon ธนาคารไทยพาณิชย์ 
สาขางามวงศ์วาน 
เลขที่บัญชี  
319 -2- 62123-1
 kbank logo icon ธนาคารกสิกรไทย 
สาขางามวงศ์วาน 
เลขที่บัญชี  
058 -2- 86735-6
 tmb logo icon ธนาคารทหารไทย
สาขางามวงศ์วาน 
เลขที่บัญชี  
026 -2- 40760-4
 krungsri logo icon ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 
สาขาย่อยเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 
เลขที่บัญชี  
463 -1- 10884-6
ktb logo icon ธนาคารกรุงไทย 
สาขางามวงศ์วาน 
เลขที่บัญชี  
141 -1- 28408-9
bbl logo icon ธนาคารกรุงเทพ
สาขาย่อยเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 
เลขที่บัญชี  
088 -0- 38742-8

 

3 .ตัดบัตรเครดิตผ่านระบบเพย์สบาย Paysbuy

ชื่อ / สกุลผู้บริจาค::
ที่อยู่ เพื่ออกใบเสร็จ::
(ข้อความจะปรากฎที่ข้อความถึงผู้ขาย)
E - mail ::
เบอร์โทรศัพท์ ::
จำนวนเงินสนับสนุน :: บาท

(คลิกที่แบนเนอร์สัญลักษณ์การชำระเงินด้านล่างนี้ เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป)

หมายเหตุ
เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วคุณจะได้รับอีเมลล์ยืนยันว่าคุณได้ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
ให้คุณ Forward ส่งมาที่อีเมลล์ donate@consumerthai.org เพื่อยืนยันการหลักฐานการร่วมบริจาค
พร้อมใส่รายละเอียดชื่อ ,ที่อยู่ ที่จะให้ทางมูลนิธิฯ ออกใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีให้ค่ะ*

ระบบความปลอดภัยของ PAYSBUY เว็บไซต์ PAYSBUY ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลด้วยระบบ Secure Socket Layer (SSL 128 bits) ร่วมกับเทคโนโลยีทันสมัยอื่นๆ ในการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้บริการ ซึ่งทำให้ระบบของเรามีระดับความปลอดภัยของข้อมูลสูงเทียบเท่ากับระบบธนาคารทางอินเทอร์เน็ตของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วไป นอกจากนั้น เรายังให้คุณมั่นใจในการใช้บัตรเครดิตได้มากยิ่งขึ้น ด้วย Verified by VISA และ MasterCard SecureCode



4 .เคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยแจ้งพนักงานว่าบริจาคเงินให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

และส่งโทรสารสำเนาการโอนมาที่โทร. 02 248 3733 หรือทางอีเมล donationffc@gmail.com
หมายเหตุ: การบริจาคนี้นำไปหักภาษีได้เพราะการทำงานของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ลำดับที่ 576

ผู้บริโภควิจารณ์ กสทช. แก้ปัญหา SMS ไม่ได้ โยนภาระให้ประชาชนยกเลิก

 

sms คอบช

 18 เมษายน 2561 เวลา 14:40 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค – คณะกรรมการอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) แถลงข่าว กรณี กสทช.แก้ปัญหา SMS ไม่จบ และ ข้อมูลลูกค้ารั่วของบริษัททรู

ตามที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงข่าว สั่งค่ายมือถือ ส่ง sms 2 ครั้ง เป็นการส่ง SMS เพื่อขอบคุณที่ใช้บริการ และ SMS แจ้งให้สามารถกด *137 โทรออกเพื่อยกเลิกบริการ ซึ่งจะสามารถยกเลิกการใช้บริการเสริมนั้นได้ทันที ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2561 เป็นต้นไปนั้น

รศ.รุจน์ โกมลบุตร รองประธานคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) เห็นว่า วิธีการดังกล่าวเป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภคต้องมายกเลิกเอง ทั้งที่การส่ง SMS รบกวน และดูดเงิน เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค และหากจะมีการส่ง SMS ควรเป็นข้อความเพื่อให้ยืนยันการสมัครเท่านั้น หากไม่กดก็ต้องถือว่ายกเลิกโดยปริยาย เพราะคนส่วนใหญ่อาจไม่ได้อ่านข้อความ SMS ทั้งหมดที่ส่งมา

อีกปัญหาหนึ่งคือ ต้องแก้ไข โปรแกรม “วางกับดัก” ที่เพียงผู้บริโภค "มือลั่น ก็ถือว่าเป็นการสมัครใช้บริการ SMS แล้วกับดักที่มีหลายรูปแบบทั้งที่ผู้บริโภคเพียงลาก หรือสไลด์มือถือ หรือกดหน้าจอเพื่อปิดก็เป็นการสมัครแล้วทั้งที่ผู้บริโภคไม่ได้ตั้งใจ และยังมีลูกเล่นว่า วิธีมือลั่นดังกล่าวจะไม่เกิดกับทุกคน ทำให้เข้าใจว่าเป็นความผิดพลาดของผู้บริโภคเอง

sms

นอกจากนี้ นางสาวบุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า กสทช. ควรบังคับใช้ประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดไว้ใน ข้อ 5 (5) ว่า การกระทําโดยการโทรศัพท์หรือส่งข้อความการโฆษณามายังเครื่องโทรคมนาคมหรืออุปกรณ์ของผู้บริโภคจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้บริโภค หรือโดยมิได้รับอนุญาต หรือความยินยอมจากผู้บริโภค ซึ่งมีโทษทางปกครอง กรณีฝ่าฝืนคำสั่ง คือ ปรับไม่เกินห้าล้านบาท และหากฝ่าฝืนให้คณะกรรมการปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 100,000 บาท

ส่วน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประสาท มีแต้ม คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) กล่าวเพิ่มเติม กรณีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าทรู เห็นว่า กสทช. และรัฐบาลควรเร่งผลักดันให้มีการจัดทำกฎหมายว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยยึดหลักการว่าหากมีการปล่อยให้ข้อมูลรั่ว ก็ถือเป็นความผิดแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้นำข้อมูลนั้นไปใช้เพื่อการค้า หรือก่อความเสียหายใดๆ ก็ตาม เนื่องจากเข้าข่ายเป็นการละเมิดต่อสิทธิส่วนบุคคล หากกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในสหภาพยุโรป จะมีกฎหมาย The EU General Data Protection Regulation ถูกปรับเงินร้อยละ 4 ของรายได้บริษัท หรือไม่ต่ำกว่า 20 ล้านยูโร ขึ้นอยู่กับอันใดมากกว่า ซึ่งกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ 

(ติดตามชมย้อนหลัง - คณะกรรมการอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) แถลงด่วน! กรณี กสทช.แก้ปัญหา SMS ไม่จบ และ ข้อมูลลูกค้ารั่วของบริษัททรู ได้ที่นี่ >> http://bit.ly/2qHRytm)

ลิ้งค์ดาวน์โหลดภาพประกอบ Info SMS - https://www.picz.in.th/image/YRelUP

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสuยง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรื่อง การกระทําที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณา
อันมีลักษณะเป็นการค้ากําไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญ พ.ศ. 2558
- รายละเอียดฉบับเต็ม ดาวน์โหลดได้ที่ - http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/212/10.PDF

พิมพ์ อีเมล

กสทช.สั่งระงับโฆษณา 'คอร์ดี้พลัส-หลินจือโกะ' โฆษณาเกินจริง

กสทช. แจ้งสื่อทุกช่อง ระงับเผยแพร่
"ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอร์ดี้ พลัส - หลินจือโกะ"
ระบุโฆษณาเกินจริง ไม่ผ่าน อย. แต่อ้างป้องกันรักษาโรค


 

NBTC Banned ad

 

11 เมษายน 2561 - นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติให้

สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่องให้ระงับการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอร์ดี้ พลัส และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลินจือโกะ

เนื่องจากเนื้อหาโฆษณาที่มีการเผยแพร่อยู่ในปัจจุบันเป็นเนื้อหาที่มีการโฆษณาเกินจริง ว่ามีผลในการป้องกันและรักษาโรค

ซึ่งตามข้อเท็จจริงสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดเป็นอาหารไม่ใช่ยา จึงไม่มีสรรพคุณในการป้องกันบำบัดหรือรักษาโรค และเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่มีสุขภาพร่างกายปกติ ไม่ใช่ผู้ป่วย

นอกจากนี้การโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับอนุญาตเป็นอาหาร ซึ่งกำหนดให้ต้องมีคำเตือนในฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่า “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค” ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับฉลาก และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เข้าข่ายเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารทางวิทยุโทรทัศน์อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 40 และมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 จึงเป็นการทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามความในข้อ 5(2) ของประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2555

ฆอ อาหาร 

นส.สถาพร อารักษ์วทนะ, นักวิชาการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เตือนผู้บริโภค ใช้วิจารณญาณในการเลือกบริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ อย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ชอบโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ถึงแม้ว่าจะมีเลข อย. / เลขจดแจ้ง 

ผลิตภัณฑ์อาหาร(ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต) ที่มีการโฆษณาบรรยายสรรพคุณ
ผู้โฆษณาจะต้องแสดงเลขอนุญาตโฆษณาอาหารในทุกสื่อด้วย
(เลขที่อนุญาตโฆษณาอาหาร ฆอ. .../....)
การไม่แสดงเลขอนุญาตโฆษณา ถือว่าผิดกฎหมาย
ถ้าผู้ใดโฆษณาก็ต้องรับโทษตามกฎหมายด้วย

พิมพ์ อีเมล

Indy
ACCOT_MiniBanner
Banner Safethaibus
Inside
Kidney Friend Club Banner
Creditcard
Seacc
Banner Ci
จดหมายบอกเลิกสัญญา