ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล - Forum Kunena Site Syndication http://www.consumerthai.org/ Sun, 19 May 2013 07:05:21 +0000 Kunena 1.6 http://www.consumerthai.org/debtclub/components/com_kunena/template/default/images/icons/rss.png ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล - Forum http://www.consumerthai.org/debtclub/ en-gb ชื่อกระทู้: เป็นลูกหนี้ชั้นดี แต่อยากได้ส่วนลดหนี้...ต้องทำอย่างไร? - โดย: นกกระจอกเทศ http://www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=7&id=23297&Itemid=52#23297 http://www.consumerthai.org/debtclub/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=7&id=23297&Itemid=52#23297
ได้มีกลุ่มคนบางส่วน(ขอใช้คำว่า“แค่เพียงบางคน”หรือ“บางจำพวก”เท่านั้นนะครับ) ที่ตั้งกระทู้ถามหรือโทรมาถามทางสาย Hotline ว่า

ตอนนี้ยังสามารถจ่ายแบบผ่อนได้อยู่ แต่พอเข้ามาอ่านในเวปบอร์ดแล้ว ได้เห็นคนอื่นๆเขาได้ส่วนลดจากทางเจ้าหนี้กันเยอะแยะ และราคาดีๆกันทั้งนั้น ก็เลยอยากได้แบบเขาบ้าง...จะต้องทำอย่างไรดี?

โดยมีคำถามอยู่หลากหลายประเภทมาก...ประมาณว่า

- อยากได้ส่วนลดหนี้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องหยุดจ่ายเลย(ยังคงสภาพเป็นลูกหนี้ชั้นดีอยู่)...สามารถทำได้ไหม?

- ถ้าจำเป็นจริงๆ จะให้หยุดจ่ายก็ได้นะ แต่ก็ไม่อยากให้ถูกทวงหนี้จากทางฝ่ายเจ้าหนี้เลย จะต้องทำอย่างไร? เหตุผลเพราะอายคนรอบข้าง และไม่อยากให้พ่อแม่หรือทางบ้านรู้เรื่องนี้ พอจะมีวิธีไหนได้บ้าง? ที่สามารถได้ส่วนลด(Hair-cut) โดยที่ทำให้เจ้าหนี้ทวงหนี้กับเราไม่ได้

- ตัวเองยังมีปัญญาผ่อนจ่ายอยู่ แต่อยากได้ส่วนลดกับเขาบ้าง(เพราะเห็นคนอื่นได้ส่วนลดแล้วรู้สึกอิจฉา) แล้วก็ไม่กลัวการถูกทวงหนี้ด้วยนะ แต่ไม่อยากติด Blacklist ในเครดิตบูโร เพราะตั้งใจเอาไว้ว่า พอจ่ายหนี้แบบมีส่วนลดหมดแล้ว จะไปทำเรื่องขอกู้ซื้อบ้าน และผ่อนรถยนต์ป้ายแดงเพื่อความหรูหราในชีวิตของตนเองหลังจากหมดหนี้...จะต้องทำอย่างไร? จึงจะได้ส่วนลดหนี้โดยที่ไม่ต้องติด Blacklist ในเครดิตบูโร

เฮ้อ...พอมาเจอคำถามประเภทนี้แล้วเหนื่อยใจจริงๆครับ

พวกเราในชมรมฯแห่งนี้ ที่มาทำงานร่วมกันด้วยจิตสาอา(สังคมสงเคราะห์)โดยไม่เคยมีเงินเดือน ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่วยเหลือผู้คนที่มีความทุกข์เกี่ยวกับเรื่องหนี้ แล้วหาทางออกไม่ได้ จนเกิดความเครียด , สติแตก , ฟุ้งซ่าน และอาจคิดสั้นหรือคิดผิด แล้วอาจก่อให้เกิดการกระทำที่ไม่เป็นผลดีต่อตนเอง , ครอบครัว และสังคม พวกเราคิดเพียงแค่อยากช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีแนวทางยืนหยัดต่อสู้ต่อไปได้ สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติเหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป...และสุดท้าย...ก็หมดหนี้

ส่วนไอ้คำถามที่มาจากคนที่มีปัญญาจ่าย แต่อยากได้ส่วนลดเพราะเป็นคนขี้อิจฉา เอาแต่ได้ โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย แต่ก็ยัง“หน้าด้าน”เข้ามาถามคำถามแบบนี้ ผมถือว่า...เป็นบุคคลประเภทที่“เห็นแก่ตัว”เป็นอย่างยิ่ง...และในทางความเป็นจริงแล้ว ความคิดที่“เห็นแก่ตัว”เช่นนั้น...ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย

ก็มีอย่างที่ไหนล่ะครับ...ตัวเองก็มีปัญญาจ่ายหนี้แท้ๆ แต่อยากได้ส่วนลดหนี้โดยที่ ไม่ต้องโดนทวงหนี้ , ไม่ต้องติด Blacklist , ไม่ต้องมีความลำบากอะไรสักอย่างเลย...แต่ก็ได้ส่วนลดหนี้มาฟรีๆ

เพราะถ้าสามารถทำอย่างนั้นได้จริงๆ...เช่น จู่ๆคุณก็โทรไปบอกกับเจ้าหนี้ว่า ฉันอยากได้ส่วนลดจากหนี้ที่มีอยู่ในตอนนี้ทั้งหมด โดยยินดีที่จะจ่ายเพียงงวดเดียว(จ่ายปิดบัญชีแบบ“ตูมเดียว”)ไม่ต้องผ่อน ดังนั้นฝ่ายพวกแก(เจ้าหนี้)จะต้องลดหนี้ให้ฉันครึ่งนึง(50%) แล้วฉันจะจ่ายหนี้คืนให้ภายในวันนี้เลยก็ได้

ถ้าคุณทำแบบนี้...แล้วทางฝ่ายเจ้าหนี้มันก็ดัน“เสือกโง่”ยอมลดหนี้ให้ตามที่คุณต้องการจริงๆ
ผมขอถามว่า...แล้ว“ลูกหนี้ชั้นดี”คนอื่นๆทั่วไปอีกหลายล้านคน เขาจะไม่ทำตามคุณกันหมด ทั่วทั้งประเทศเลยเหรอครับ?

ก็แค่โทรไปบอกเจ้าหนี้ว่าขอส่วนลด เพียงแค่นี้มันก็ยอมขาดทุนให้ส่วนลดหนี้มาแล้ว แล้วลูกหนี้คนไหนมันจะ“โง่”ยินยอมผ่อนจ่ายให้เสียดอกเบี้ยแพงๆล่ะครับ

ถ้าหากคุณสามารถทำแบบนี้ได้จริงๆ ผมว่าลูกหนี้ชั้นดีอีกหลายล้านคนในประเทศไทย ก็ต้องโทรไปขอส่วนลดแบบคุณด้วยกันทั้งนั้น โดยลูกหนี้ชั้นดีทุกคนก็จะอ้างเอาเคสของคุณ เป็นกรณี“ตัวอย่าง”แห่งบรรทัดฐานว่า...ทำไม“ไอ้คนนั้น”มันถึงทำได้ มันขอส่วนลดได้ แล้วถ้าฉันจะขอแบบเขาบ้างทำไมถึงทำให้ฉันไม่ได้ ธนาคารของคุณมีสองมาตราฐานหรือยังไง? เขาก็เป็นลูกหนี้ชั้นดี ฉันก็เป็นลูกหนี้ชั้นดีเหมือนกัน แล้วมันต่างกันตรงไหน?...ยังไงฉันก็ไม่ยอม...ถ้าเขาได้...ฉันก็ต้องได้เหมือนกัน

รับรองได้เลยครับว่า สถาบันการเงินทุกรายในประเทศไทย ต้อง“เจ๊ง”ปิดกิจการกันทั้งหมดทุกแห่ง...เชื่อไหม?

แล้วต่อไปในอนาคตก็จะเกิดอาชีพใหม่ ที่ทำงานแบบง่ายๆ แต่มีรายได้มหาศาล ซึ่งก็คือ“อาชีพกู้หนี้ เพื่อหวังผลกำไร”นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น ไปทำเรื่องขอกู้เงินจากสถาบันการเงินมาสัก 10 ล้านบาท แล้วเขียนสัญญาว่าจะผ่อนระยะยาวโดยให้คิดดอกเบี้ย xx% ต่อปี ตามเงื่อนไขของสัญญา แต่พอได้เงินมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็โทรไปบอกกับเจ้าหนี้ว่า ไม่อยากผ่อนแล้ว แต่จะขอจ่าย“ตูมเดียว”เพื่อปิดบัญชี โดยขอส่วนลดในการปิดบัญชีด้วยสักครึ่งหนึ่ง(5 ล้านบาท) พอเจ้าหนี้มันตกลง ก็จ่ายเงินคืนให้มันไป 5 ล้านบาท ก็ยังเหลือเป็นกำไรให้กับตัวเองอีกตั้ง 5 ล้านบาท...
โอ้โห...แม่เจ้า

ธุรกิจที่ทำง่ายๆ แต่ได้กำไรมหาศาลแบบนี้...ใครบ้างที่ไม่อยากเอา]]>
ห้องรู้ทันกฎหมายหนี้ (อ่านได้อย่างเดียว) Tue, 02 Oct 2012 03:56:22 +0000