ชมรมหนี้บัตรเครดิต


ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?
วิธีแก้ปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน (5 viewing) beekup , (4) ผู้เยี่ยมชม
Go to bottom รายการถูกบันทึก: 0
หัวข้อ : วิธีแก้ปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน
#9336
วิธีแก้ปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
คำเตือน
ข้อมูลในเวบชมรมหนี้ฯ โดยเฉพาะกระทู้นี้จัดทำขึ้น
เพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ถือเป็นลิขสิทธิ์ของซันชายน์และกรรมการชมรมหนี้บัตรเครดิต
เพราะเรียบเรียงเนื้อหาขึ้นจากประสบการณ์ตรงของกรรมการชมรมหนี้ฯและตัวซันชายน์เอง
ซันชายน์ไม่ยินยอมให้ใครนำไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากซันชายน์ก่อน

เราดีใจและขอชื่นชมหากมีคนนำไปบอก-สอน-แนะนำคนอื่น-บอกต่อให้คนอื่นๆเข้ามาอ่าน
เพราะถือว่าเป็นการช่วยกระจายความรู้ เป็นการช่วยเหลือสังคมทางหนึ่ง ช่วยให้คนพ้นทุกข์

หากใครนำข้อมูลจากเวบนี้กระทู้นี้ไปหาประโยชน์ใส่ตนโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือนำไปดัดแปลงแก้ไขจนข้อมูลบิดเบือน ทำให้ผู้ที่มีปัญหาอยู่แล้วเข้าใจผิดแก้ไขปัญหาแบบผิดๆ
จนชีวิตเป็นทุกข์มากกว่าเดิม ...หากมีใครทำแบบนั้นก็ขอให้คนคนนั้นมีแต่ทุกข์เป็นทวีคูณ
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2010/05/10 15:33 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9338
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
หลักการเบื้องต้นคือ

"จะต้องหยุดหมุนเงิน หยุดหาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่าโดยเด็ดขาด"
และ
"จะต้องอยู่ให้ได้ด้วยเงินเดือนตัวเอง"

เงินเดือนเท่าไหร่ ก็ใช้จ่ายให้พอตลอดทั้งเดือน
ถ้ามีรายได้พิเศษก็ให้เก็บเป็นเงินสำรอง อย่าเอามารวมกับเงินเดือน
เพราะมันได้ไม่แน่ไม่นอน ถ้าเงินพิเศษ/โอที หายไปคราวนี้จะอยู่ไม่ได้กันจริงๆ

ปัญหาการเงิน ที่เกืดขึ้น ณ ปัจจุบัน
ส่วนใหญ่จะมาจากรายได้ลดลง แต่รายจ่ายเท่าเดิม
ทำให้ต้องพยายามหมุนเงิน หาเงิน(กู้)จากที่อื่น เพื่อให้พอกับรายจ่าย
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
เพราะมันยิ่งทำให้ระบบการเงินแย่ลง และจะกลายเป็นคนที่มีหนี้สินมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/02 18:56 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9339
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
สิ่งที่ต้องทำมี 3 ข้อ คือ

1) จัดสรรรายได้
ทำตารางรายรับรายจ่ายของตนเองตลอดเดือน
ว่าเงินเดือนพอใช้หรือไม่ ตลอดเดือนต้องใช้อะไรบ้าง
เช่น มีค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าผ่อนชำระหนี้สินต่างๆ
เมื่อทำเสร็จแล้วก็ดูว่าทั้งเดือนใช้เท่าไหร่ เหลือเก็บออมหรือไม่ ติดลบหรือไม่
ถ้าไม่ทำตารางรายรับรายจ่ายก่อน
จะไม่รู้เลยว่าการเงินของเราเป็นอย่างไร
และควรจะเลือกวิธีใดในการแก้ปัญหาหนี้สิน

2.สำรวจดูภาะหนี้สินของตนเอง
ว่ามีอะไรบ้าง ทำตารางแบ่งแยกประเภทหนี้-จำนวนหนี้
แยกประเภทหนี้เป็นกลุ่มธนาคาร นอนแบงก์ หนี้นอกระบบ
จดรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ให้ครบ เรียงลำดับหนี้จากน้อยไปหามาก
เอาไว้ดูเวลาจะชำระหนี้สิน

3. ศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาหนี้ให้เข้าใจ แล้วก็เลือกใช้วิธีที่เหมาะกับตนเอง
วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินมี 3 วิธี
3.1
firstway out
การจ่ายขั้นต่ำเพื่อรักษาบัญชีและเครดิต
3.2 secondway out
การหยุดจ่ายทุกบัญชี เก็บเงินรอแฮร์คัต เจรจาชำระหนี้ครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชีหนี้
3.3 thirdway out
การรวมหนี้หลายที่ไว้ที่เดียวกัน แล้วชำระที่เดียว
(3.3เป็นวิธีที่ไม่อยากให้ใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้หนี้กลายเป็นหนี้ก่อนใหญ่ซึ่งมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและใช้เวลาในการชำระหนี้นานขึ้น)

เวลาเลือกวิธีแก้ปัญหาหนี้อาจใช้หลายวิธีได้รวมกันก็ได้

sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/02 21:18 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9341
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
วิธีที่ 1 FIRSTWAY OUT

การจ่ายขั้นต่ำ(อาจจะมากกว่าขั้นต่ำ)ตามปกติ
ถ้าคุณ มีหนี้2-3 บัญชี หนี้ไม่เยอะ
ก็อาจจะใช้วิธีจ่ายขั้นต่ำตามใบเรียกเก็บเงิน
หรือจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำสักเล็กน้อย
แล้วอย่าใช้บัตรนั้นไปรูดซื้อสินค้าหรือกดเงินสดออกมาใช้อีก
เอาบัตรออกจากกระเป๋าไปเลยไม่ต้องใช้มันอีก
วิธีนี้หนี้ก็หมดเช่นกัน รักษาเครดิตได้ แต่ใช้เวลานานหน่อย
แต่ขอย้ำจ่ายแล้วห้ามกดออกมาใช้อีกเป็นเด็ดขาด
เพราะถ้าทำแบบนั้นหนี้ไม่หมดแน่นอน มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น

หากใครทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้วไม่ติดลบก็สามารถใช้วิธีนี้ได้

เช่น
เงินเดือน 8000
จ่ายค่าเช่าบ้าน 2500+ค่าอาหาร 2500+
ค่าใช้จ่ายจิปาถะ 1000+ค่าบัตรเครดิต 1500
รวมรายจ่ายทั้งหมด 7500
(8000-7500 เหลือเก็บออม 500)

*เหมาะจะใช้วิธีที่ 1 จ่ายขั้นต่ำไปตามปกติ
เงินพิเศษ/โอทีถ้ามี ก็ฝากออมทรัพย์ไว้เผื่อฉุกเฉิน อย่าเอามาคิดรวมกับเงินเดือน
[/color]
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/02 20:41 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9344
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
วิธีที่ 2 SECONDWAY OUT

การหยุดจ่ายทุกบัญชี เก็บเงินรอแฮร์คัต เจรจาชำระหนี้ครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชีหนี้
เป็นการหยุดจ่ายชั่วคราว
ไม่ใช่ให้หยุดตลอดหรือหนีหนี้ไปเลย หากต้องการหนีหนี้ก็หนีไปเลยแล้วกัน 20 ปี

แต่ถ้าคุณเลือกใช้วิธีที่ถูกต้อง 3-5 ปี หนี้ก็หมดแล้ว
ลูกหนี้ต้องมีความรับผิดชอบในการชำระหนี้ที่ตัวเองก่อไว้ด้วย

--------------------------------------

การใช้วิธีนี้เป็นการหยุดจ่ายทุกบัญชี
(ยกเว้นรายการที่เป็นหนี้แบงก์ที่ใช้จ่ายเงินเดือนให้ กับ หนี้กองทุน ก.ย.ศ)
เพื่อตั้งหลักให้ตนเองจัดสรรรายรับรายจ่ายให้บัญชีเงินเดือนไม่ติดลบเก็บเงินได้
และพร้อมเมื่อใดก็ติดต่อไปยังเจ้าหนี้เพื่อเจรจาเรื่องยอดหนี้ที่ต้องชำระ
วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีหนี้เยอะมากๆ เรียกได้ว่าหมุนจ่ายจนหนี้ท่วมตัว
ยอดการจ่ายหนี้ในแต่ละเดือนเกินรายได้ที่มีหรือสูงเป็นเท่าตัวของรายได้ที่มีอยู่
เช่น
เงินเดือน 8000 จ่ายค่าเช่าบ้าน 2500 ค่าอาหาร 2500 ค่าจิปาถะ 1500
จ่ายบัตรเครดิต 1000 จ่ายสินเชื่อ 1500 ผ่อนรถ 8000
รวมค่าใช้จ่าย 17000 (8000-17000 ติดลบ 9000 บาท ต่อเดือน)
ควรใช้ SECONDWAY OUT


----------------------------------

ใครเลือกใช้วิธีที่ 2
ก็ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมรับกับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ดังนี้


1.หยุดจ่ายหนี้ต้องหยุดทุกรายการและหยุดตลอด อย่าหยุดบางแบงก์จ่ายบางแบงก์
(ยกเว้นรายการที่เป็นหนี้แบงก์ที่ใช้จ่ายเงินเดือนให้ กับ หนี้กองทุน ก.ย.ศ)
และอย่าหยุดบ้างจ่ายบ้าง เพราะจะเก็บเงินก้อนไม่ได้ ไม่มีประโยชน์เลย และนับอายุความไม่ได้ด้วย

2.ต้องบอกครอบครัวให้รู้ จะได้ไม่ตกใจ รู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร ผลจะเป็นอย่างไร และเป็นการระวังไม่ให้มีใครไปหลอกเอาเงินจากทางครอบครัวของลูกหนี้ได้ด้วย

3.ต้องบอกที่ทำงาน( หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล คนที่ทำงานเกี่ยวข้องประสานงาน เพื่อน คนที่อาจถูกรบกวนจากการตามทวงหนี้ที่ไม่มีมารยาท คนที่อ้างชื่อไว้ในสมัคร) ให้รับรู้ไว้ บอกให้รู้ว่าเราจะทำอะไร และจะเกิดอะไรบ้างระหว่างที่เราหยุดรอจ่ายปิดหนี้ที่ละบัญชี ห้ามอาย/ไม่อยากให้คนรู้เรื่อง เพราะยังไงๆ ที่ทำงานต้องรู้เรื่องแน่ ให้รู้จากเราไปเลยว่าเราจะทำอะไร อย่าให้เขารู้แต่ว่าเราถูกทวงหนี้ ให้เขารู้ว่าเราจะจ่ายทีเดียวปิดบัญชีหนี้ไปเลย ไม่จ่ายทีละนิดแล้วหนี้ไม่หมดสักที ให้ที่ทำงานรู้ว่าเราจะทำอะไรและผลจะเป็นอย่างไรเลยดีกว่า แล้วก็ต้องรู้จักขอโทษและขอบคุณเพื่อนรวมงานตามความเหมาะสม

4.จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายใหม่เพื่อดูว่าเมื่อเราหยุดจ่ายหนี้ทุกอย่างแล้วเราเหลือเงินเท่าไหร่ เก็บออมไว้ ห้ามใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น เงินเดือน 15000 บาท ใช้จ่ายตลอดเดือน 10000 เหลือ 5000 ก็แยกเก็บไว้สัก สองบัญชี บัญชีจ่ายหนี้ 3500 และบัญชีสำรองเผื่อฉุกเฉิน 1500 อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นแต่ละคนจะเก็บได้มากได้น้อยแล้วภาระครอบครัว สำหรับบัญชีจ่ายหนี้พอเก็บได้เป็นเงินก้อนใหญ่ก็ลองเจรจาแฮร์คัทดู ส่วนบัญชีสำรองเก็บไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินในครอบครัว พยายามหารายได้พิเศษเพิ่ม

5. หาความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้ต่างๆ ศึกษาให้เข้าใจจริงๆ นำไปใช้ให้ได้ และ เมื่อรู้แล้วจะได้ไม่ต้องกลัวรูปแบบการทวงหนี้และการข่มขู่ต่างๆ ที่มีสารพัดรูปแบบ

---------------------------------------------
สิ่งที่ต้องเจอแน่ๆเมื่อเลือกใช้วิธีนี้คือการโดนทวงหนี้ กับการเสียเครดิต
----------------------------------

ถ้าโดนทวงหนี้ก็รับมือไปตามเหตุการณ์
จะใช้วิธีการนิ่งๆเฉยๆ หรือโต้กลับแบบแรงๆก็แล้วแต่
ขอให้ตั้งสติไว้ว่า เราจะจ่ายเมื่อเราพร้อม เราจะไม่จ่ายให้คนที่ด่าหรือประจานเราเด็ดขาด
สามารถศึกษาวิธีรับมือพวกทวงหนี้ได้จากกระทู้นี้

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=1917

------------------------------------------------

ส่วนการเสียเครดิตก็ไม่ต้องไปสนใจมันมาก
ถึงคุณจ่ายขั้นต่ำตามปกติ แต่ถ้าคุณมีหนี้หลายบัญชีก็เป็นการติดแบล็คลิสต์เหมือนกัน
คุณหยุดจ่ายวันนี้ วันใดที่คุณชำระหนี้หมดแล้วเก็บเงินรอเวลาสักนิด
เมื่อข้อมูลหายไปจากเครดิตบูโรเมื่อใด
คุณก็ทำธุรกรรมกับแบงก์(ที่คุณไม่เคยไม่หนี้ค้างชำระ)ได้ตามเดิม
ถ้าวันนี้ยังไม่ดีไม่มีกินแล้วอนาคตมันจะดีได้ยังไง
คุณต้องทำวันนี้ให้ดีให้หมดหนี้ก่อนแล้วสิ่งดีๆในอนาคตมันจะมาเอง

-----------------------------------------------

การเจรจาขอชำระหนี้เพื่อปิดบัญชีหนี้ก็ทำได้ทุกระยะเมื่อคุณพร้อม/มีเงินพอ
(ส่วนใหญ่ต้องรอให้หนี้เน่าสัก 6 เดือนก่อน ถึงจะเจรจาขอลดยอดหนี้ได้)
ระหว่างที่หยุดอาจถูกชวนทำประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ไม่ต้องไปทำเก็บเงินไว้กับตัวดีกว่า
รอเจรจาแล้วจ่ายครั้งเดียวหมดหนี้ดีกว่า


-----------------------------------------------

เมื่อเลือกใช้วิธีนี้แล้วต้องพยายามเก็บเงินให้ได้มากที่สุดจะได้หมดหนี้เร็วๆ
หากหยุดแล้วยังเก็บเงินไม่ได้อีกแสดงว่าคุณยังมีรายจ่ายฟุ่มเฟือยต้องลดมันให้ได้
(ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้วถึงจะเห็นรายจ่ายทีเกินความจำเป็น)

หากเลือกใช้วิธีนี้แล้วยังไม่ประหยัดเก็บออมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินอีก
-คราวนี้ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้


ถ้าเก็บเงินไม่ได้จริงๆ
ลองดูวิธีลดค่าใช้จ่ายของหมูสมิงก็แล้วกัน
debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=6104
เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายและเก็บเงินได้บ้าง


-----------------------------------------------

การเจรจาแฮร์คัต- การขอส่วนลด
ไม่จำเป็นต้องได้ส่วนลดเท่ากันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต่อรองได้มากน้อยแค่ไหน
ถ้าคุณพอใจก็ตกลงไปเถอะจะได้หมดหนี้เป็นรายๆไป
แต่คุณไม่ควรจ่ายมากกว่ายอดหนี้ที่คุณเริ่มหยุดจ่ายเด็ดขาด
และระหว่างเจรจาไม่ต้องส่งเอกสารให้ฝ่ายเจ้าหนี้ ห้ามจ่ายเงินเข้าไปก่อนเด็ดขาด
รอจนได้เอกสารยืนยันว่าจ่ายเท่านี้ภายในวันที่เท่านี้แล้วเป็นอันว่าหมดภาระหนี้สิน
มีลายเซ็นผู้รับมอบอำนาจครบถ้วน ค่อยจ่ายเงินเข้าบัญชีหนี้ของเราไป ห้ามจ่ายเข้าบัญชีอื่นเด็ดขาด

----------------------------------

สามารถเลือกใช้วิธีนี้คู่กับ FIRSTWAY OUT ก็ได้
โดยชำระขั้นต่ำหนี้ที่มีกับแบงก์ที่ใช้จ่ายเงินเดือน และ หนี้ กองทุน กยศ.
ส่วนหนี้ที่เหลือก็ใช้วิธี SECONDWAY OUT
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/09 22:47 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9346
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
วิธีที่ 3 THIRDWAY OUT

วิธีการนี้คือการรวมหนี้หลายแห่งให้เป็นหนี้ที่เดียว
เช่นมีหนี้บัตรเครดิต 10 รายการ จ่ายไม่ไหว
ก็เอาที่ไปจำนองแล้วเอาเอาเงินที่ได้มาไปจ่ายหนี้เก่าที่มีอยู่ทั้งหมด
แล้วตั้งหน้าตั้งตาจ่ายหนี้ที่จำนองที่ไว้ที่เดียว

เป็นวิธีที่ไม่อยากให้ใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
เพราะมันเป็นแค่การย้ายเจ้าหนี้
และเสี่ยงกับการเสียทรัพย์สินที่มีอยู่มากๆ
ควรจะยึดหลักที่ว่า
อย่าหาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า
ให้ใช้รายได้จริงๆของตนเองในการสะสางปัญหาหนี้สินจะดีกว่า หมดหนี้แน่นอน


วิธีการนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย(ซึ่งมากกว่าข้อดี)
ข้อดีคือคุณไม่เสียเครดิต ไม่ต้องเครียดกับการทวงหนี้
แต่ข้อเสียคือคุณมีหนี้เพิ่มขึ้น
หนี้10 ที่ซึ่งมีดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมค่าปรับที่ลูกหนี้ควรได้ส่วนลด
รวมเป็นหนี้ที่เดียวแล้วคิดดอกเบี้ยอีกที จ่ายนานมากกว่าจะหมดหนี้

การใช้วิธีนี้ให้ได้ผลดีที่สุดคือใช้ควบคู่กับ secondway out
คือหยุดจ่ายรอเจรจาขอลดยอดหนี้ก่อน
แล้วค่อยเอาเงินที่ได้มาจากการจำนองไปจ่ายหนี้

(จริงๆแล้ว หยุดเก็บตังค์ได้เองโดยที่ไม่ต้องไปจำนองหนี้ด้วยซ้ำ)


การไปกู้เงินที่ใหม่หากได้เงินมาไม่พอจ่ายหนี้เก่าให้หมดภายในครั้งเดียวแล้วหล่ะก็
ก็ไม่ควรทำ
เพราะจะกลายเป็นว่าหนี้เก่าไม่หมดแล้วยังมีหนี้หใม่เพิ่มมาอีก 1 รายการ

การไปกู้เงินเป็นกลุ่มแล้วค้ำประกันให้กันก็ไม่ควรทำเพราะเท่ากับว่าเราต้องรับผิดชอบทั้งหนี้ในส่วนของเราและหนี้ของคนอื่นด้วย(เหมือนเอาเชือกมาผูกคอตัวเองไว้ จะถูกรัดคอตายวันไหนก็ไม่รู้)


สิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุดคือได้เงินก้อนมาแล้วเอาไปจ่ายขั้นต่ำบัญชีหนี้เดิมทุกบัญชีเพื่อรักษาเครดิตการทำแบบนี้จะหมุนเงินได้ไม่นานนัก แล้วก็จะกลายเป็นว่าหนี้เก่าไม่หมดแล้วยังมีหนี้ใหม่เพิ่มมาอีก 1 รายการ แถมเป็นหนี้ก้อนใหญ่ด้วย
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/09 22:36 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9348
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
กระทู้น่าสนใจ

"กระทู้ยอดนิยม อมตะนิรันดร์กาล"
by P'Greeny ตามลิ้งกันหน่อยนะ


debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...p;catid=2&id=289

----------------------------------

รวมลิ้งที่อยากให้อ่าน
by P'Greeny

old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=8302


ลิ้งนี้เป็นลิ้งจากห้องเก่า
เมื่อตามลิ้งไปและเลือกกระทู้ที่อยากอ่านแล้ว อ่านไม่ได้
ให้เปลี่ยน www เป็น old แล้วรีเฟรชกระทู้ใหม่ก็จะอ่านได้

------------------------------------

กระทู้ปักหมุดของ Familyman

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=1917

กระทู้นี้มีเรื่อง "สักวาว่าด้วยเรื่องทวงหนี้ของหมูสมิง" เอาไว้รับมือพวกทวงหนี้โดยเฉพาะอยู่ด้วย

--------------------------------

รวมกระทู้เกร็ดความรู้เรื่อง
หนี้ส่วนตัว หนี้สมรส การนำส่งหมายศาล
การถูกตัดบัญชีเงินเดือนทั้งที่ยังไม่ถูกบังคับคดี การเช่าซื้อฯลฯ


old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=12672

---------------------------

ลิ้งกระทู้จากบอร์ดเก่า

old.consumerthai.org/compliant_board1/





sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/03 21:33 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9349
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
การแฮร์คัท

ขยายความเรื่องการแฮร์คัต
การ hair cut สามารถทำได้ตลอดเวลาเมื่อลูกหนี้พร้อม
เมื่อมีเงินมากพอจะจ่ายหนี้
เราสามารถโทรไปเจรจาขอจ่ายหนี้แบบก้อนเดียวปิดบัญชีได้
เราไม่จำเป็นต้องบอกว่าเรามีเงินอยู่เท่าไหร่
แต่เราถามได้ว่าถ้าจะจะจ่ายทีเดียวเพื่อปิดบัญชีหนี้จะให้จ่ายเท่าไหร่
จะลดให้เท่าไหร่ พยายามต่อรองให้ลดได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หากไม่ยอมลดเลยก็ปล่อย ไปจ่ายรายที่ลดให้สูงสุดก่อน

--------------------------------------

มีคำถามถามเสมอว่าจะขอแฮร์คัทได้มากที่สุดเท่าไหร่

อันนี้ก็ขอบอกว่าขึ้นอยู่กับการเจรจาของแต่ละคน ระยะเวลาในการหยุด และอายุความ ฯลฯ
ไม่มีกฎเกณฑ์ อะไรตายตัว ไม่มีมาตรฐาน
ว่าจะได้ลด 30% 20% 50% 40% มันขึ้นอยู่ที่มูลหนี้ อยู่ที่เทคนิคการพูด
อยู่ที่ความใจดีของแบงค์แต่ละแห่ง..ซึ่งไม่เท่ากัน

หากคุณคิดว่าคุณพอใจกับส่วนลดนั้นแล้วก็ตกลงไปเถอะ
อย่าไปเปรียบกับคนอื่นว่าได้มากหรือน้อยกว่าคุณเลย
แค่คุณจ่ายไม่เกินยอดหนี้ที่คุณจ่ายครั้งสุดท้ายก็พอแล้ว
เช่นตอนหยุดจ่าย หนี้ 10,000 บาท หยุดไป 1 ปี หนี้เพิ่มเป็น 15,000
คุณก็ตั้งต้นเจรจาขอส่วนลดจากยอด 10,000
พยายามขอส่วนลดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะต่อรองได้
และคุณจะต้องไม่จ่ายเกิน 10,000 บาท

--------------------------------------

การ hair cut มีทั้งจ่ายครั้งเดียว หรือ จ่าย 2 งวด 3 งวด อยู่ที่การเจรจาทั้งหมด
ทุกอย่างอยู่ที่ความพอใจ ทั้ง 2 ฝ่าย
ก่อนจ่ายเงินปิดบัญชีต้องขอหนังสือยืนยันทุกครั้ง
โดยถ้ามาจากสำนักกฎหมายต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
หรือ แสดงว่า แบงค์เจ้าของบัตรรับทราบเงื่อนไขแล้ว

--------------------------------------

ขอย้ำว่าที่สำคัญคือเมื่อเจรจาขอลดยอดหนี้ได้แล้ว
ลูกหนี้จะต้องได้เอกสารยืนยันการลดยอดหนี้จากสำนักงานกฎหมายที่เราคุยด้วยก่อน
ในเอกสารจะต้องมีข้อความบอกว่าเมื่อจ่ายแล้วเป็นว่าหมดหนี้
เมื่อได้รับเอกสารแล้วจะต้องมีการโทรสอบถามข้อมูลจากธนาคารก่อนว่าลดหนี้ให้จริง
จากนั้นค่อยจ่ายเงินไป และเมื่อจ่ายแล้วให้เก็บเอกสารการลดยอดหนี้ใบจ่ายเงินไว้
จนเราจะได้เอกสารยืนยันจากแบงก์ว่าหมดหนี้แล้วจริงๆ

-----------------------------------------

***และหากมีการบอกให้จ่ายก่อน 500 บ้าง 1000 บ้าง แล้วจะดำเนินการให้
ก็อย่าได้ทำเป็นเด็ดขาด เพราะอาจเป็นหลอกให้จ่ายทั้งๆที่ไม่มีการลดหนี้ให้จริงๆ
รอไปจ่ายทีเดียวตอนได้รับเอกสารเลยดีกว่า


*** และตอนเจรจาไม่จำเป็นต้องแฟกซ์หรือส่งอะไรไปให้เจ้าหนี้ทั้งนั้น


------------------
กระทู้เรื่องการแฮร์คัต/ปิดยอดหนี้ของแบดแมน

old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=8888

กระทู้เรื่องการแฮร์คัตของ P นกกระจอกเทศ
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=13735

old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=13748


sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/11/05 10:03 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9350
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
จะจ่ายหนี้เมื่อไหร่และอย่างไรดี

1.จ่ายเมื่อเจรจาขอแฮร์คัทได้ และได้เอกสารยืนยันแน่นอนและได้รับคำยืนยันจากแบงก์แล้ว
2.เมื่อได้รับหมายศาล สามารถเจรจาขอจ่ายหนี้ได้เลย
3.ไปเจรจาตามวันที่ศาลนัด และจ่ายตามที่ตกลงกัน
4.หลังจากที่ศาลตัดสินแล้วก็สามารถเจรจาขอจ่ายได้ จะเป็นก้อนเดียวจบ จะเป็นงวดแบบขั้นบันได จะเป็นการแฮร์คัท ก็แล้วแต่จะตกลงกัน


หากพยายามจ่ายหนี้ตามนี้
ยังไงๆก็ไม่ถูกอายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์แน่


------------------------------------------------

กระทู้เรื่องการชำระหนี้และการอายัดเงินเดือน(ขอให้ตามไปอ่านให้หมดทุกลิ้ง)

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=33307

และ

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=33485

-------------------------------------------------
เรื่องจะไปถึงขั้นการอายัดเงินเดือนก็ต่อเมื่อ
เมื่อศาลตัดสินมีคำพิพากษาออกมาแล้ว
แต่ลูกหนี้นิ่งเฉย ไม่ว่าจะทำอย่างไรลูกหนี้ก็ไม่ยอมจ่ายเงิน
เมื่อนั้นแหล่ะจึงจะถึงขั้นบังคับคดีอายัดเงินเดือน/ยึดทรัพย์
เพราะมันเป็นทางเดียวที่เจ้าหนี้จะได้หนี้คืน

----------------------
การอายัดเงินเดือน 30 %
ไม่ถึง10,000 -- อายัด ไม่ได้
10,000--อายัดไม่ได้
10,200 --อายัดได้ 200 บาท
11,500 --อายัดได้ 1,500 บาท
13,000 --อายัดได้ 3,000 บาท
15,000 --อายัดได้ 4,500 บาท
20,000--อายัดได้ 6,000 บาท
30,000--อายัดได้ 9,000 บาท

แต่ถ้า
เงินเดือน 9,000+ค่าครองชีพ 2,000+ค่าน้ำมัน 3000 (ได้เท่ากันทุกเดือน)
รายได้ต่อเดือน = 14,000 บาท --อายัดได้ 4,000 บาท

-------
เงินโบนัส --อายัดได้ 50 %
โอที / ค่าเซอร์วิส / ค่าคอมมิชชั่น --อายัด 30%
เป็นต้น


------
หลักการอายัดเงินเดือนและยึดทรัพย์มีเยอะมาก ลองหากระทู้เก่าๆอ่านดูก็แล้วกัน
-----

ข้อมูลเรื่องการอายัดเงินเดือน
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=6171

-----

ข้อมูลเรื่องการยึดทรัพย์

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...78&catid=3#12878

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=10090

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...amp;amp;id=9118#9129

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...d=2&id=9039#9128

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=7106

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=10703

sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/09/07 23:08 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9351
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
เครดิตบูโร

ขยายความเรื่องเครดิตบูโร
หลายคนมีหนี้เพิ่มมากกว่าเดิมเพราะ คำนี้ “เครดิตบูโร”
กลัวว่าหากไม่จ่ายหนี้แล้วจะติดเครดิตบูโร กลัวจะเสียเครดิต
ทำธุรกรรมกับแบงก์ไม่ได้ ชีวิตจะมืดมนมาก
ทุกครั้งที่ถูกตามหนี้จะมีคำพูดเรื่องการเสียเครดิตมาขู่ลูกหนี้เสมอ
ทำให้ลูกหนี้พยายามหาเงินมาจ่ายหนี้จนมีเพิ่มเป็นทวีคูณ

ขอบอกลูกหนี้ทุกคนว่า
หากเราไม่ใช่นักธุรกิจที่จำเป็นต้องพึงพาเงินลงทุนจากธนาคารต่างๆแล้ว
คำคำนี้ไม่มีผลมากหรอก
--------------------------------
หากคุณหยุดจ่ายหนี้ ณ วันนี้คุณอาจเสียเครดิตติดแบล็คลิสต์
แต่วันไหนที่คุณจ่ายหนี้หมด
นับจากวันนั้นไป 2-3 ปี ชื่อคุณก็จะปลดจากการติดเครดิตแล้ว
ลองศึกษาข้อมูลจากกระทู้เก่าๆดูก็ได้
และธนาคารไม่ได้ส่งข้อมูลของคุณทุกเดือน บางทีส่งทุก 6 เดือน บางแห่ง 1 ปี จึงส่งข้อมูลครั้งหนึ่ง
เพราะฉะนั้น หากคุณสามารถเคลียร์หนี้ได้หมด ช่วง ม.ค – ธ.ค ของแต่ละปี เมื่อธนาคารส่งข้อมูลคุณไปที่เครดิตบูโร ข้อมูลที่โชว์อาจจะเป็น “ไม่มียอดค้างชำระ" ก็ได้
-------------------------------
ถึงคุณจะจ่ายขั้นต่ำทุกเดือนโดยไม่หยุด
แต่หากคุณมีหนี้หลายบัญชี ต่อให้คุณไม่เสียเครดิตไม่ติดเครดิตบูโร
คุณก็อาจจะขอกู้ต่างๆไม่ผ่านก็ได้
เพราะแบงก์อาจเห็นว่า คุณมีภาระหนี้มากเกินความสารถที่จะจ่ายอยู่แล้วก็ได้

-----------------------------
***บางทีการหยุดจ่ายเพื่อล้างหนี้ให้หมดแม้จะเสียเวลา1- 5 ปี
มันอาจจะดีกว่าคุณทนจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยแล้วหนี้ไม่หมดสักทีและทำธุรกรรมกับแบงก์ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

----------------------------
คำว่าเสียเครดิต - ทำบัตรเครดิตไม่ได้
ไม่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือน
ในเมืองไทยที่ยังใช้เงินสดซื้อของตามตลาดนัด ห้างสรรพสินค้าได้
----------------------------
หากคุณต้องการซื้อบ้าน
ขอแค่คุณล้างหนี้ตอนนี้ให้หมดก่อน
หมดหนี้แล้วเก็บเงินสักพักคุณก็กู้ขอผ่อนบ้านกับแบงก์
(ที่คุณไม่เคยมีหนี้ค้างชำระกับเขา)ได้
แต่ถ้าตอนนี้หนี้ยังมีอยู่เยอะ คุณกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านหรอก
หรือ ถึงผ่าน คุณก็จะรักษาบ้านไว้ไม่ได้อยู่ดี

----------------------------

ขอให้มองปัจจุบันก่อน อย่าไปห่วงถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/03 09:08 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9353
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
การปรับโครงสร้างหนี้หรือการประนอมหนี้

(ไม่อยากให้ใครปรับโครงสร้างหนี้ ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ)

เมื่อลูกหนี้ตัดสินใจหยุดจ่ายหนี้ตามวิธี secondway out
เจ้าหนี้ก็จะใช้วิธีการต่างๆมากดดันลูกหนี้ให้จ่ายเงินชำระหนี้เข้าไป
ผ่านไปสักระยะหนึ่งเมื่อเจ้าหนี้เห็นว่าลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายหนี้แน่นอนแล้ว
ก็มักจะเปลี่ยนวิธีการใหม่ด้วยการชวนลูกหนี้ให้ประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้
---------------------------------------------

คำถาม การปรับโครงสร้างหนี้และการประนอมหนี้คืออะไร เหมือนกันหรือไม่
เหมือนกัน การประนอมหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้คือการนำสัญญาหนี้เก่ามาทำสัญญาใหม่
การจ่ายเงินแต่ละวงดจะน้อยลงกว่าเดิมที่เคยจ่ายและระยะเวลาในการจ่ายจะนานขึ้นประมาณ 60 งวด แล้วแต่ยอดหนี้ที่มาทำสัญญา
--------------------------------------------

คำถาม การปรับโครงสร้างหนี้และการประนอมหนี้มีลักษณะอย่างไร
เจ้าหนี้จะเอายอดหนี้เดิมที่บวกดอกเบี้ย(ซึ่งส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่อัตรากฎหมายกำหนดไว้) + ค่าปรับ + ค่าทวงถาม(ตามหนี้) = xxxxxxxx ( ยอดหนี้ใหม่) มาทำสัญญาใหม่โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี (ตามที่กฎหมายกำหนดไว้) ระหว่างการเจรจาทางเจ้าหนี้มักจะมีข้อเสนอลดยอดหนี้ให้ หากลูกหนี้ไปประนอมหนี้มันเป็นการเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินต่างๆปกปิดความผิดของตนเองที่คิดดอกเบี้ยผิดกฎหมายเช่นจากเดิมคิดดอกเบี้ย 20-45% มาทำสัญญาใหม่เป็น 13% ฟังดูแล้วเหมือนดีเพราะตอนจะทำเขาบอกว่าจะลดยอดให้แต่คุณๆที่คิดจะทำรู้ตัวกันบ้างไหมว่าไอ้ที่เขาบอกว่าลดให้บางส่วนนั้น เป็นส่วนที่สถาบันการเงินไม่มีสิทธิมาคิดเลย
เช่น กู้มา 10000 บาท หากคิดดอกเบี้ยตามกฎหมาย หนึ่งปีลูกหนี้จะเสียดอกเบี้ย 1500 เท่านั้น
(เท่ากับจ่ายคืนแค่11500บาท) แต่พวกเขาเหล่านั้นคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม 2000 บ้าง 2800 บ้าง 3000 บ้าง 5000บ้าง
สมมุติว่า คิดดอกเบี้ย 2800 เท่ากับลูกหนี้ต้องคืนเงินให้เจ้าหนี้ 12800 บาท เขาคิดเกินมาแล้ว1300 บาท พอลูกหนี้จ่ายไม่ไหวเขาก็เอา 10000+2800+ค่าปรับต่างๆ เป็นยอดใหม่ เช่น อาจจะกลายเป็น 18000 แล้วบอกว่าทำสัญญาประนอมหนี้แล้วจะลดยอดให้ 3000 บาท เหลือ 15000 บาท ผ่อน 60 เดือน คิดดอกเบี้ย 13 % เท่านั้น ลองเอายอดผ่อนรายเดือนคูณกับจำนวนเดือนเข้าไป (เช่นจ่ายเดือนละ700 ---700*60=42000) จะพบว่ายอดเงินที่เราต้องจ่ายมันมากกว่ายอดหนี้เดิมที่เราต้องจ่ายคืนคือ 11500 บาท แต่เรายังต้องจ่ายเพิ่มให้เขาอีก 30500 บาท

---------------------------------------------
คำถาม การปรับโครงสร้างหนี้และการประนอมหนี้มีข้อดีหรือไม่
ข้อดีเท่าที่มีอยู่คือมันจะช่วยยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไปและช่วยลดความกดดันจากการถูกทวงหนี้ แต่หากว่าลูกหนี้ตัดสินใจจะปรับโครงสร้างหนี้ฯจะต้องพร้อมรับกับการที่ตัวเองมีหนี้เพิ่มขึ้น มีหนี้ที่ต้องจ่ายนานขึ้นและมีโอกาสที่จะหยุดจ่ายก่อนครบสัญญาซึ่งเมื่อถึงวันนั้นลูกหนี้จะไม่มีโอกาสต่อสู้เรื่องสัญญาและดอกเบี้ยเลย

---------------------------------------------

คำถาม การปรับโครงสร้างหนี้หรือการประนอมหนี้มีข้อเสียอย่างไร
1.ยอดเงินที่เป็นหนี้จะเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าจากยอดหนี้เดิม
2.เป็นการผ่อนน้อยแต่นาน ยอดที่จ่ายแต่ละงวดไม่มาก แต่จำนวนงวดจะมากขึ้น(ประมาณ 60 งวด)
ทำให้หนี้สินหมดช้าลง ปลดหนี้ใช้เวลานานขึ้นเพราะดอกเบี้ยมันทับถมไปเรื่อยๆไม่ค่อยตัดเงินต้นถ้า
3.ลูกหนี้ที่ทำสัญญาไปแล้วมักจะจ่ายไม่ครบตามที่ทำสัญญาไว้ เมื่อหยุดจ่าย เจ้าหนี้จะฟ้องเร็วขึ้นเนื่องจากเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะสัญญาและดอกเบี้ยถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อไปถึงขั้นศาล ผ้พิพากษาจะตัดสินจากสัญญาใหม่ที่ทำไว้
4.เปิดโอกาสให้เจ้าหนี้หมกเม็ดสิ่งที่ทำผิดกฎหมายไว้ เช่นการคิดดอกเบี้ยมากกว่าที่กฎหมายกำหนด การคิดค่าปรับแสนโหด ฯลฯ ทำให้เจ้าหนี้ได้โอกาสแปลงสัญญาที่คิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมผิดกฎหมายกลายเป็นถูกกฎหมายทุกอย่าง
5.สัญญาที่ทำใหม่นั้นจะไม่มีการพูดถึงสัญญาเก่าที่ท่านผ่อนกันมาเป็นปีๆเด็ดขาด เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ถ้าปรับโครงสร้างหนี้แล้วผ่อนไม่ไหวคุณจะหมดทางสู้คดี สุดท้ายต้องยอมความในชั้นศาล

------------------------------------------
คำถาม ลูกหนี้ควรปรับโครงสร้างหนี้หรือประนอมหนี้หรือไม่
หากลูกหนี้
1. มีหนี้แค่ 1- 3 สถาบัน เท่านั้น หรือลูกหนี้ทำธุรกิจส่วนตัวยังต้องพึงพาทำธุรกรรมกับธนาคาร
เพื่อการลงทุนในซึ่ง จำเป็นต้องรักษาเครดิตธุรกิจ
2. เป็นหนี้ที่ไม่ได้ถูกคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมมหาโหด
3. เมื่อทำแล้ว เงินที่คุณจ่ายหนี้ที่คุณประนอมไว้แต่ละเดือนไม่เกิน 30 % ของรายได้
4. มั่นใจว่าจะจ่ายได้ตลอดไม่มีการหยุดจ่ายกลางคัน
หากเงื่อนไขครบ 4 ข้อ ก็ควรจะทำ
แต่ถ้าหาก
1. คุณมีหนี้หลายบัญชี
2. และเมื่อประนอมหนี้แล้วเงินที่คุณต้องจ่ายแต่ละเดือนมันสูงเกิน 30 %
3. และไม่แน่ใจว่าจะจ่ายได้ตลอดจนหมดสัญญา
หากเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรประนอมหนี้โดยเด็ดขาดมันเป็นแค่การยืดเวลาในการแก้ไขปัญหาหนี้ที่แท้จริงและเมื่อถึงวันที่คุณไม่ไหวอีกครั้งคุณแทบจะไม่มีทางสู้ไม่มีทางต่อรองเลยโดยเฉพาะเมื่อเรื่องไปถึงชั้นศาล


ตัวอย่าง

....นึกถึงการปรับโครงสร้างหนี้อีกที่นึงขึ้นมาได้เป็นพวก non-bank ที่ผมเจอคือ KTC สินเชื่อส่วนบุคคล อันนี้ดูเหมือนดีเปรียบได้เหมือนลูกอมแต่เคลือบยาฆ่าแมลงเอาไว้ มันเป็นแบบนี้ ถ้าผ่อนไม่ไหวประมาณ 3 งวดจะมีคนของ ธนาคารโทรมาเสนอโปรโมชั่น+ปรับโครงสร้างหนี้คำพูดดูเลิศหรูอลังการ ให้ผ่อนต่ำกว่าเดิม 2.5% ของผมจากประสบการณ์จากเดิมจ่ายอยู่เดือนละ1400.- มันไม่ไหว เขาให้ส่งบัตรประชาชนยินยอมปรับโครงสร้างหนี้ จ่ายต่ำกว่าเดิมเดือนละ 750.-โปรโมชั่นล่อใจจริงๆ ทวงหนี้ก็สุภาพมาก( 2 ปีก่อนนู้น) ตอนนั้นไม่รู้หรอก ลองดูเอาตัวรอดไปจ่ายไป 3 เดือนต่อมา มาดูใบแจ้งหนี้+ใบเสร็จ เอ...ทำไมหนี้มันไม่ค่อยลดเลยเฮ้อพบว่าไอ้เงิน 750.- ที่จ่ายไปมันไปตัดเงินต้นแค่ 50.- ดอกเบี้ย+ค่าธรรมเนียม 700.- มันกินเราเรียบ เพราะดอกเบี้ยมันไม่ลดเลย เฮ้อตัดหนี้ได้ปีละ 700.- เองแล้วเมื่อไหร่จะหมดวะเนี่ย สุดท้ายก็หยุดจ่ายและมา Hair Cut เหลือ 20000.- จากยอด 30000.-
คุณคนเลวของแบงก์


...ช่วงนั้นยังหาทางออกไม่ได้ ไม่มีแนวคิด ก็เลยยินดีและเต็มใจไปทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เพราะดูแล้ว 2 บัญชี ไม่ไหวแล้วครับ เป็นบัตรวีซ่า และ วงเงินพิเศษส่วนบุคคล (ตอนนั้นไม่เคยนึกเลย ว่ายังมีบัญชีอื่นอีก สนแต่ปัญหาเฉพาะหน้า 2 ตัวนี้อย่างเดียว) ก็ไปตามที่ทางแสตนดาร์ตแนะนำ ทำสัญญากันที่สำนักงานใหญ่แสตนดาร์ต แถวสาธร ธนาคารยอมให้ผ่อนนานมาก ส่งที่ 5 ปี 60 งวด คิดอัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี เห็นไหมว่าสัญญาใหม่คิดต่ำกว่า 15% อีก หมากที่วางไว้ของธนาคารนั้นแน่มาก คนที่คิดจะลดปัญหาเฉพาะหน้า ลืมมองถึงความจริงแบบผม คิดไม่ทัน และแล้วความมั่นใจว่าไหว การคิดแต่ปัญหาตรงหน้า หรือ ไม่ได้คิด มันก็มีผลออกมา ส่งไปไม่ถึงปี พ่ายแพ้ต้องหยุดจ่าย
...วงเงินพิเศษส่วนบุคคล + บัตรวีซ่า standardปรับปรุงโครงสร้างทำสัญญาใหม่ยอด รวมประมาณ 190,000ตอนหยุดนั้นเหลือยอด 170,000โดนฟ้อง 2 แสนกว่า หลังจากหยุดจ่าย 1 ปี(อ่านเรื่องราวเต็มๆ ได้ที่เรื่องเล่า...)ปล. ไปทำสัญญา ก่อนตั้งชมรมครับ ถ้ารู้ข้อมูล จะไม่ทำจริงๆ ครับ
P'Greeny


----------------------------------------------------
การปรับโครงสร้างหนี้ฯลฯ มันมีข้อดีข้อเสีย ต้องค่อยตัดสินใจให้ดีว่าควรทำหรือไม่ และที่สุดแล้วคือ เก็บเงินไว้กับตนเองพอได้เป็นเงินก้อนก็เจรจาปิดหนี้ทีละรายการเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวหนี้ก็หมด การปรับโครงสร้างหนี้เหมือนการเอาเชือกที่มีระเบิดเวลามาผูกคอตัวเองไว้ตั้ง 5 ปี แล้วจะระเบิดวันไหนก็ไม่รู้ ลูกหนี้ไม่ควรจะเอาตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้นเมื่อลูกหนี้พลาดเป็นหนี้หลายรายการแล้ว
ก็ไม่ควรผิดพลาดซ้ำสองไปประนอมหนี้อีก

----------------------------------------------------

**หนี้รายการไหนที่หลวมตัวประนอมหนี้ไปแล้ว
หากจ่ายไม่ไหวก็ยังใช้วิธีการหยุดจ่ายเพื่อแฮร์คัทหรือให้ฟ้องได้
ใช้ขั้นตอนเดียวกันได้ แต่เจ้าหนี้จะฟ้องเร็วขึ้นและโอกาสที่ลูกหนี้จะต่อรอง/สู้ในชั้นศาลมีน้อยมาก
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/03 09:04 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9354
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ว่าด้วยเรื่องของทนายและการไปศาล

หลักการเบื้องต้นที่ขอแนะนำให้สมาชิก(ลูกหนี้)ทำคือ “การเจรจาแฮร์คัท”
เพราะว่าดีที่สุด เซฟค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด และเหนื่อยน้อยที่สุด
ถ้าตั้งใจเก็บเงินจริงๆ อาจชำระหนี้ได้หมดก่อนเรื่องไปถึงกระบวนการชั้นศาลด้วยซ้ำ

****คำถามที่มักจะถามกันคือ***

-แต่ละแบงก์จะฟ้องเมื่อไหร่
อันนี้ก็บอกกำหนดแน่นอนไม่ได้ว่าหยุดจ่ายแล้วกี่เดือนจึงจะส่งฟ้องขึ้นอยู่กับนโยบายของแบงก์ มูลค่าหนี้ แต่เมื่อหยุดจ่ายไปแล้ว 5 เดือนก็ควรระวังเรื่องการส่งฟ้องศาลได้

-ถ้าแต่ละแบงก์ฟ้องพร้อมกันจะทำยังไง
ขอบอกว่าปกติแล้วจะไม่ฟ้องพร้อมกันหรอก ลูกหนี้จะมีเวลา 3-4 เดือน หรืออาจจะมากกว่านั้น ในการเตรียมตัวรับมือการฟ้องของเจ้าหนี้รายต่อไป แต่กว่าจะฟ้องจริงๆ บางทีลูกหนี้แฮร์คัทไปหมดแล้วก็มี

**********************

ถ้าได้รับหมายศาลก่อนจะเก็บเงินแฮร์คัทได้ก็ขอแนะนำให้ดูว่าควรจะสู้คดีหรือไม่

หากเห็นว่าไม่คุ้มและไม่มีประเด็นสู้ ก็ไม่สมควรจะสู้คดี
ชมรมฯ ขอแนะนำว่าไปเจรจา-ไกล่เกลี่ย-ประนีประนอมยอมความ ดีที่สุด


---------------------------------------

หากเห็นว่ามีประเด็นให้สู้และสมควรจะสู้คดี ก็สามารถทำได้ดังนี้

---------------------------------------

ลูกหนี้ไปศาลด้วยตนเอง

-ลูกหนี้อาจไปศาล-เจรจาด้วยตนเองได้หากต้องการจะทำอย่างนั้น
แต่ลูกหนี้ต้องแม่นเรื่องข้อมูลจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ย มาตรากฎหมาย หลักการไปศาลฯลฯ
(ไม่อย่างนั้นอาจหลงคารมทนายโจทก์ได้ง่ายๆ)และกล้าที่จะพูดและต่อรอง
- หากต้องการเขียนคำให้การเพื่อไปยื่นต่อศาลก็ศึกษากระทู้นี้เพิ่มเติม
debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...d=2&id=6304#6970
และสามารถขอคำปรึกษาจาก ชมรมหนี้ฯ/สวนลุมทุกวันอาทิตย์/มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้
---------------------------------------

ให้ทนายเป็นตัวแทนไปศาล

ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่แน่ใจว่าไปศาลแล้วจะเจรจาได้ หรือ คดียากเกินกว่าที่จะเจรจาเองได้
ต้องการให้ทนายความไปสู้ความให้ สามารถติดต่อทนายได้ดังนี้

1. สภาทนาย ซึ่งไม่เก็บเงินคนที่ไปขอความช่วยเหลือเพราะรัฐบาลมีงบให้ทนายความในการว่าความแล้ว
(แต่คุณจะเจอทนายที่เป็นทนายขอแรงซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีความชำนาญ เรื่องหนี้ ไม่เข้าใจลูกหนี้ ไม่มองมุม
ลูกหนี้ ไม่มีความเห็นใจ หรือถึงมีก็น้อยมาก)

2. ทนายอาสาที่นั่งประจำศาลต่างๆ
(มีค่าใช้จ่ายตามที่คุณเครดิตโอเค บอกราคาไว้คือ 500-1,000 บาท แต่คุณอาจได้ทนายที่ไปทำเรื่อง
ประนีประนอมยอมความแทนคุณแทนที่จะสู้ความให้)

3.ทนายความอาสาของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
การคิดค่าใช้จ่ายของทนายที่อาสามาทำงานให้กับมูลนิธิฯ จะมีข้อตกลงว่ามูลนิธิฯ จะต้องรับผิดชอบ
ค่าวิชาชีพของทนายเป็นค่าเปิดคดี 3 พันบาท ค่าปิดคดีอีก 5 พันบาทเป็นพื้นฐาน ซึ่งมูลนิธิฯ จะสอบถาม
ถึงความสามารถของผู้ที่ไปขอความช่วยเหลือก่อนว่าสามารถจ่ายได้หรือไม่ หากไม่สามารถที่จะจ่ายได้ และมูลนิธิฯ ได้พิจารณาแล้วว่าต้องให้ความช่วยเหลือด้านทนายความ
มูลนิธิฯ จะรับผิดชอบทั้งหมดรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ระหว่างการดำเนินการด้วย
และเนื่องจากค่าใช้จ่าย
ที่สูงเช่นนี้ มูลนิธิฯ จึงไม่อาจช่วยเหลือจัดทนายความให้ได้ทุกคดี โดยจะต้องมีการพิจารณาร่วมกันระหว่างคณะกรรมการของทนายอาสากับคณะกรรมการมูลนิธิฯ สำหรับคดีเรื่องหนี้บัตรเครดิตนั้นหากไม่มีข้อต่อสู้ในทางคดี ส่วนใหญ่แล้วทางมูลนิธิฯ จะให้ความช่วยเหลือด้วยวิธีการอื่น เช่นอธิบายให้ข้อแนะนำในการจัดการปัญหาหนี้ ฯลฯ แต่ถ้าหากมีข้อต่อสู้ในทางคดีอยู่บ้างและลูกหนี้มีความสามารถที่จะชำระหนี้ได้ ก็สามารถให้ทนายอาสาเขียนคำคัดค้านให้กับผู้ขอความช่วยเหลือได้

4.ท่านที่ปรึกษาชมรม
ถ้ามีความประสงค์จะให้ท่านที่ปรึกษาชมรมฯช่วยเป็นทนายให้ ก็ต้องทำดังนี้
1. เอาหมายศาลไปให้ท่านที่ปรึกษาชมรมฯช่วยเขียนคำให้การและไปรับคำให้การก่อนถึงวันที่ศาลนัดให้
ไปศาล ( จะให้เขียนคำให้การเพียงอย่างเดียว หรือ ไปศาลด้วยก็แล้วแต่ลูกหนี้
2. เมื่อถึงวันนัดไปศาลตามที่ศาลนัด ไปเพื่อยื่นคำให้การขอสู้คดีและจดวันนัดสืบพยาน
มาให้ท่านที่ปรึกษาชมรมฯ
3.เมื่อถึงวันนัดสืบพยานทนายความ(ท่านที่ปรึกษาชมรมฯ) จะไปศาลให้เพื่อสู้ความ-เจรจา-ตอบคำถาม
ตามที่ท่านผู้ พิพากษาถาม และเมื่อเสร็จแล้วศาลจะกำหนดวันให้ไปฟังคำพิพากษา(รอประมาณ 1 เดือน)
4.เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ลูกหนี้จะไปหรือไม่ไปก็ได้ จะขอไปดูคำพิพากษาทีหลังหรือรอให้โจทก์ส่ง
คำบังคับคดีไปให้ที่บ้านก็ได้
5.เมื่อทราบผลแล้วก็เริ่มติดต่อทนายโจทก์เพื่อเจรจาเรื่องการชำระหนี้ต่อไป

หมายเหตุ
-จากเริ่มกระบวนการจนจบคดี ท่านที่ปรึกษาชมรมจะไปศาลแค่ 1 ครั้งเท่านั้น (ยกเว้น-หากมีเหตุสุดวิสัย
จึงจะไปมากกว่านี้)
-ค่าใช้จ่ายแล้วแต่จะตกลงกัน จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับคดีความ ระยะทางการไปศาล
(ต่างจังหวัด) และกำลังทรัพย์ของลูกหนี้
รายละเอียดตามลิ้งนี้

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=1396

--------------------------


คำเตือน
มีเวบกฎหมายบางเวบ
ที่เพื่อนสมาชิกควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าสมควรที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกหรือไม่

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=9327

--------------------------
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/10/07 17:27 By .
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9355
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ประเภทของหนี้

1.หนี้ผ่อนบ้าน
2.หนี้ผ่อนรถ
3.หนี้ในระบบ (บัตรเครดิต สินเชื่อ ผ่อน/เช่าซื้อสินค้า)
4.หนี้นอกระบบ
5.หนี้ญาติมิตรเพื่อนฝูง
6.หนี้กยศ.

หากมีปัญหาการเงิน
ต้องหยุดจ่าย หนี้ 3-4-5 ระบบการเงินจะดีขึ้น
หากยังไม่พอใช้ไม่มีเงินเหลือเก็บอีก ต้องหยุดจ่ายหมายเลข 2
หากยังไม่พอใช้ไม่มีเงินเหลือเก็บอีก ต้องหยุดจ่ายหมายเลข 1 ตามลำดับ

--------------------------------

เมื่อการเงินดีขึ้นมีเงินเก็บพอใช้หนี้ ให้จ่ายหนี้ 4. หนี้นอกระบบ และ 5. ญาติมิตรเพื่อน
จากนั้นค่อนสะสางปัญหาหนี้หมายเลข 3 หนี้ในระบบ
โดยเริ่มจาก หนี้ผ่อน/เช่าซื้อสินค้าก่อนแล้วค่อยจัดการกับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อ


-------------------------------

หากใครมีปัญหาการเงิน
ห้ามหยุดหนี้หมายเลข 1 หนี้ผ่อนบ้านก่อนหนี้ประเภทอื่นๆ
เพราะคุณอาจจะโดนคิดดอกเบี้ยค่าปรับที่โหดมาก

เช่น
คุณกู้ซื้อบ้าน1,000,000 ผ่อนไปแล้ว 700,000 เหลือหนี้ผ่อนบ้านอีกแค่ 300,000
เมื่อวันนี้คุณหยุดผ่อนบ้านหลายแบงก์จะคิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ
จากเงินต้น1,000,000-ตามสัญญาที่ทำไว้
สิ่งที่ตามมาคือคุณอาจโดนยึดบ้านขายทอดตลาดแล้วใช้หนี้ไม่หมด
และโดนแบงก์ตามเก็บหนี้อีก
หรืออาจกลายเป็นบุคคลล้มละลายก็ได้

--------------------------------

การหยุดผ่อนบ้านและรถที่ถูกต้องคือการขายโอนสิทธิ์ให้คนอื่นไปเลย
อย่าหยุดผ่อนไปเฉยๆแล้วยังเป็นชื่อตัวเองอยู่
เพราะคุณอาจจะโดนยึดบ้าน/รถขายทอดตลาดแล้วใช้หนี้ไม่หมด
และโดนแบงก์ตามเก็บหนี้อีก
หรืออาจกลายเป็นบุคคลล้มละลายได้

------------------------------

สำหรับคนที่ผ่อนบ้าน
หากคุณเลือกจ่ายและเลือกหยุดจ่ายตามวิธีที่ถูกต้อง
คุณก็จะสามารถรักษาบ้านของคุณไว้ได้
แต่ถ้าคุณเลือกผิด/คิดผิดหรือยังพยายามหมุนหนี้มาจ่ายหนี้อยู่จนมีหนี้เพิ่มมากขึ้น
คุณจะรักษาบ้านไว้ไม่ได้แน่นอน ต่อให้คุณยังผ่อนบ้านไม่หมด-ยังติดจำนองอยู่
เจ้าหนี้ก็สามารถยึดบ้านคุณไปขายทอดตลาดได้
หากว่าเรื่องไปถึงขั้นบังคับคดียึดทรัพย์แล้ว

กระทู้ที่พูดถึงเรื่องการยึดบ้าน

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=9039

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=10954

---------------------------

หนี้ที่ต้องจ่ายตลอด ห้ามหยุด คือ หนี้แบงก์ที่จ่ายเงินเดือนผ่านกับหนี้กองทุน กยศ.


-----------------------------

เหตุผลที่ไม่ให้หยุดจ่ายหนี้แบงก์ที่จ่ายเงินเดือนผ่านกับหนี้กองทุน กยศ.

หากเป็นหนี้ธนาคารที่บริษัทใช้จ่ายเงินเดือนผ่านบัญชีให้
ก็ไม่ควรหยุดจ่ายหนี้รายการนั้น
หาไม่แล้วอาจจะถูกวิชามารสูบเงินเดือนไปหมดทั้งเดือน
เพื่อเอาไปใช้หนี้ที่ค้างชำระอยู่โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาได้
จริงๆแล้วตามกฎหมายเค้าทำแบบนี้ไม่ได้มันผิดกฎหมาย
แต่มีบางแบงก์ชอบทำโดยอ้างว่า ลูกหนี้เคยเซ็นยินยอมให้หักบัญชีที่เกี่ยวข้องได้
เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงเลย
ยกเว้นแต่ว่าจำเป็นต้องหยุดจ่ายหนี้แบงก์นั้นด้วย
ก็อาจจะต้องลุ้นและเสี่ยงหน่อยว่า
จะกดเงินเดือน/โอนเงินเดือนได้ทันก่อนที่มันหายไปหมดบัญชี
(เพราะแบงก์เอาเงินในบัญชีทั้งหมดไปจ่ายหนี้ที่เราค้างชำระอยู่กับแบงก์นั้น)หรือไม่
ถ้าทำไม่ทัน เดือนนั้นทั้งเดือนอดตายแน่

***********************

หนี้กองทุน กยศ.
สำหรับหนี้รายการนี้ชมรมฯจะขอร้องให้จ่าย(ห้ามหยุด)
เพราะ
1.ดอกเบี้ยถูกมาก
2.ยอดจ่ายแต่ละเดือนไม่สูง
3.ทวงหนี้ไม่โหด
4.หากหยุด ผู้ที่ค้ำประกันให้คุณจะเดือดร้อนตามไปด้วย
5.มีน้องๆรอใช้กองทุนนี้อยู่อีกเยอะ
6.คุณเรียนจบมาได้ ด้วยเงินกู้นี้ คุณมีอนาคตที่ดี แล้วยังไม่ยอมจ่ายอีก
ก็ไม่น่าจะเรียกว่าคนแล้ว
ยกเว้นตกงาน ไม่มีงานทำก็จำเป็นต้องหยุดจ่าย
แต่เมื่อได้งานทำแล้วก็ขอให้รีบติดต่อเพื่อจ่ายหนี้ตัวนี้โดยเร็ว

sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/21 11:46 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#9749
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
จากกระทู้

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=9728

การที่มีธนาคารบางแห่งปล่อยกู้(ให้วงเงินค่อนข้างสูง)
ทำให้สมาชิกหลายคนสนใจ
อยากจะบอกว่า
ใครที่สนใจจะกู้กับธนาคารดังกล่าวเพื่อเอาเงินก้อนมาชำระหนี้เดิมที่มีอยู่
ก็เท่ากับว่าคุณกำลังเลือกใช้ วิธีที่ 3 THIRDWAY OUT อยู่
หากเพื่อนสมาชิกต้องการทำแบบนั้นจริงๆ
[size=5]ก็ขอให้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจว่าจะกู้ดีหรือไม่
เพราะมันเป็นการรวมหนี้-ย้ายเจ้าหนี้เท่านั้นเอง
มันจะทำให้ยอดหนี้สูงขึ้นด้วย

แล้วธนาคารก็มีเงื่อนไขเยอะมากมาก กว่าจะปล่อยกู้ให้ลูกหนี้แต่ละราย
ไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกตั้งความหวังไว้กับสิ่งเลื่อนลอย
ที่อาจจะกลายเป็นนรกสำหรับตัวเองในวันข้างหน้า

เช่น
------------------------
ธ. ก
ปล่อยกู้แบบให้ 5 เท่าของเงินเดือน
แต่ต้องจับกลุ่มกัน 3 -5 คน และค้ำประกันให้กัน
จะปลดหนี้ก็ต้องปลดพร้อมกันถึงจะถือว่าหมดหนี้
หากคนหนึ่งใช้หนี้หมดแล้วแต่อีก2-4 คน ยังใช้หนี้ไม่หมด
คนที่ใช้หนี้หมดแล้วก็ยังคงเป็นผู้ค้ำประกันอยู่
มีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องรับผิดชอบหนี้ที่ยังมีอยู่ของทั้งกลุ่มฯลฯ

***หากคิดจะทำธุรกรรมกับ ธ. ก
- ธนาคารจะติดต่อขอลดยอดหนี้ให้ แล้วจ่ายให้เลย เงินจะไม่ผ่านมือลูกหนี้

แต่ข้อเสียที่ตามมาคือ
1.วงเงินที่ได้มักไม่พอจ่ายหนี้เก่าทั้งหมด มันจะลดได้แค่บางรายการ
หากใครมีหนี้ไม่เยอะก็คงไม่เท่าไหร่
แต่ถ้ามีหนี้เยอะ มันจะกลายเป็นว่าคุณชำระหนี้เก่าได้แค่บางรายการ
แล้วหนี้ใหม่ที่มีกับธ.นี้จะเป็นหนี้ก่อนใหญ่
2. คุณจะต้องเป็นทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
ซึ่งการเป็นผู้ค้ำประกันมันเป็นเรื่องอันตรายขนาดไหนก็น่าจะรู้กันดี ฯลฯ


------------
ธ. ข
จะให้กู้วงเงินค่อนข้างสูง
แต่ลูกหนี้ที่คิดจะกู้จาก ธ. นี้
จะต้องยกเลิกบัตรเครดิตฯทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้ค้างชำระหรือไม่
แล้ว ธ.จะจ่ายเงินให้กับแบงก์เจ้าหนี้ตามจำนวนเต็ม(อาจจะเช็คตามเครดิตบูโร)
เวลาชำระเงิน จะต้องหักผ่านบัญชีเงินเดือน ฯลฯ

***หากจะกู้ ธ. ข แล้วได้ประโยชน์สูงสุด
ก็ต้องใช้ secondway out เข้ามาช่วย
หยุดจ่าย พอเจรจาแฮร์คัตสำเร็จแล้ว ก็ติดต่อไปยัง ธ. ข ให้จ่ายตามยอดที่คุณเจรจาไว้
ถ้าไม่ทำแบบนั้น
- ธ.ก็จะจ่ายตามยอดเต็มที่รวมดอกเบี้ยและค่าปรับที่ผิดกม.ไว้ด้วย
- หากคุณมีปัญหาไม่จ่ายหนี้ให้กับ ธ. นี้ เมื่อเรื่องไปถึงกระบวนการชั้นศาล
คุณก็ไม่ต้องไปสู้อะไรทั้งนั้นเพราะดอกเบี้ยไม่ได้คิดผิดกม.
- ยอดหนี้ที่คุณมีกับธ. นี้ จะสูงมาก
เมื่อโดนเรื่องค่าธรรมเนียมค่าปรับมันก็จะสูงเป็นเงาตามตัว


แล้วการที่จะใช้วิธีนี้ (THIRDWAY OUT) ให้ได้ผลที่สุด
ก็ต้องหยุดจ่าย รอให้เป็นหนี้เสียก่อนจึงจะเจรจาได้
ระยะเวลาที่หยุด ลูกหนี้จะต้องโดนทวงหนี้อยู่แล้ว
เพียงแค่พยายามเก็บเงินให้ได้
ลูกหนี้ก็สามารถเอาเงินตัวเองไปชำระหนี้ได้
โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้ ธนาคารแห่งใหม่(เสียดอกเบี้ยใหม่) มาใช้หนี้เดิมเลย


และหากหยุดชำระหนี้แล้วลูกหนี้ยังใช้ชีวิตแบบเดิม
ไม่ปรับเปลี่ยนพฤตกรรมการใช้เงิน
เพราะคิดว่า เดี๋ยวจะไปกู้ที่ใหม่มาใช้หนี้เดิม แล้วหล่ะก็
อนาคตค่อนข้างน่าเป็นห่วง...มีแววว่าสุดท้ายก็จะจ่ายหนี้ไม่ได้เช่นเดิม


---------------

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
ขอยืนยันว่า การใช้ SECONDWAY OUT
เป็นวิธีการที่เหมาะกับคนที่มีหนี้เยอะ(หลายแห่ง) มากที่สุด
ใช้ความอดทนแค่เพียงไม่นาน แล้วปัญหามันก็จะผ่านไป


แต่หากว่าลูกหนี้ทำงานเกี่ยวข้องกับการเงิน ฝ่ายบัญชี
หากมีปัญหาเรื่องหนี้สินแล้วมันเสี่ยงกับการตกงาน ก็ลองพิจารณาดูวิธีนี้ก็ได้
แต่การจะจ่ายโดยไม่ให้มีการทวงหนี้
คุณก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้ที่
ธ. เจ้าหนี้รายใหม่จะชำระหนี้ให้ ธ. เจ้าหนี้เดิมตามจำนวนเต็มที่เรียกเก็บ
และยอดหนี้ที่มีกับเจ้าหนี้รายใหม่จะสูงมาก[/size]

------------------------------

ถ้าจะทำ
ก็ขอให้ทำแบบมีสติ
ทบทวนข้อดีข้อเสียและความจำเป็นก่อนค่อยตัดสินใจ
อย่าทำแค่พอให้ผ่านวันนี้ไปก่อน
พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรค่อยแก้ไข......(นรกรออยู่ข้างหน้าแน่นอน)


------------------------------

การหาหนี้ที่ใหม่มาจ่ายหนี้ที่เก่า
เป็นวิธีที่ชมรมไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกทำ
เพราะมันเป็นการก่อหนี้ให้ตัวเองแบบไม่มีที่สิ้นสุด


การหยุดหาหนี้ที่ใหม่มาจ่ายหนี้ที่เก่า
แล้วชำระหนี้ด้วยเงินเดือนตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เพราะมันทำให้ลูกหนี้หมดหนี้แน่นอน
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/10 00:16 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#10182
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 5 เดือน ก่อน กรรม: 1  
โครงการทวงสิทธิ์ลูกหนี้ไทย
เห็นตั้งกระทู้กันบ่อยมาก เช่น

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=2&id=9726

สำหรับเพื่อนสมาชิกที่เข้ามาอ่าน

ศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ
เป็นกลุ่มคนที่เน้นเรื่องการแก้ไขปัญหาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก
แก้ปัญหาให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาการกู้/จำนอง/ผ่อนบ้านหรือที่ดิน
โดยมีสัญญาผูกมัดอย่างไม่เป็นธรรม
ใครมีปัญหาการเงินแล้วหยุดผ่อนบ้าน
มักจะมีปัญหาเรื่องดอกเบี้ย-ค่าปรับที่ไม่เป็นธรรม
สุดท้ายปัญหาบานปลาย
จนถูกยึดบ้าน/ที่ขายทอดตลาดแล้วหนี้ยังไม่หมด
บ้างครั้งกลายเป็นบุคคลล้มละลาย
หากใครมีปัญหาดังกล่าว จะลองติดต่อเข้าไปก็ได้


แต่วิธีที่ศูนย์ประสานงานฯใช้
เท่าที่ประชุมกันมา
มันยากที่จะใช้กับลูกหนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อ ฯลฯ
ที่มีหนี้สินหลายที่/หลายบัญชี


แค่เพื่อนสมาชิกเจอชมรมนี้
เท่ากับว่าคุณเจอทางออกให้กับตัวเองแล้ว
ขอให้ใจเย็นและไตร่ตรองให้ดีก่อนจะทำอะไร
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/04/09 22:23 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#13307
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 4 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ตัวอย่างเพิ่มเติม (ได้มาจากการไปอบรม)

การกู้-ผ่อนบ้าน

หลังจากที่อบรม(ที่บริษัทแห่งหน่ง)เสร็จ
มีผู้เข้าอบรมมาถามเรื่องการกู้ซื้อบ้าน เขาเล่าว่า
...น้องสาวมีเงินเดือน 9000บาท
มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ 2 รายการ
ไม่เคยค้างชำระไม่เคยจ่ายช้าแต่จ่ายขั้นต่ำตลอด
ไปยื่นเรื่องขอกู้ซื้อบ้านเอื้ออาทร
เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คาดว่ากู้ผ่านแน่ๆ
เลยจ่ายเงินค่าจอง-ค่าทำสัญญาผ่อนบ้านเอื้ออาทร
ปรากฏว่าธนาคารที่ขอกู้ไม่อนุมัติให้กู้
ก็เกิดความสงสัยว่าทำไมจึงไม่อนุมัติ ทั้งๆที่เครดิตดีจ่ายตรงตลอด
จะไปร้องเรียนที่ไหนได้บ้าง...

พอซักถามได้รายละเอียดครบแล้ว
เลยบอกว่า
ไม่ต้องไปร้องเรียนที่ไหนหรอก ธนาคารเขาทำตามระบบถูกต้องแล้ว
เนื่องจากธนาคารไปครวจสอบเครดิตบูโรแล้ว
พบว่า
น้องสาวเงินเดือน 9000 มีหนี้บัครเครดิต 2 รายการ
จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน เงินที่จ่ายก็ประมาณ 4500 บาท (50%ของเงินเดือน)
ถ้าธนาคารจะอนุมัติให้กู้ผ่อนบ้าน(ผ่อนเดือนละ 1500 บาท)
รายการหนี้สินที่ต้องผ่อนต่อเดือน มีแค่3รายการก็จริง
แต่ เงินเดือน 9000 จะเหลือใช้เพียง 3000 ซึ่งไม่พอใช้แน่ๆ
ผู้กู้รายนี้คงจะต้องหมุนหาเงินอื่นๆมาจ่ายแน่ๆ มันเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสีย
ธนาคารจึงไม่อนุมัติ

หากจะกู้ซื้อบ้านจริงๆ ก็ให้ไปจัดการหนี้เดิมที่มีอยู่หมดก่อนจะดีกว่า
หรืออาจจ่ายปิดบัญชีไปสัก 1 รายการ แล้วลองขอกู้ใหม่
ธนาคารอาจอนุมัติให้กู้ก็ได้เพราะรายการจ่ายหนี้เดิมไม่ถึง 50 %ของเงินเดือน



*************************
เพราะฉะนั้น
ถึงจ่ายตรงตลอด แต่หากหนี้เยอะเมื่อเทียบกับเงินเดือนที่ได้รับ
ก็ถือว่าติดเครดิตกลายๆเช่นกัน เหมือนตัวอย่างนี้
ฉะนั้นจึงควรสะสางปัญหาหนี้ปัจจุบันให้หมดก่อนจะดีกว่า
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/05/26 12:58 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#13308
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ) 1 ปี, 4 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ตัวอย่างเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่คิดจะใช้วิธีที่ 3 third way out - การรวมหนี้

เป็นตัวอย่างที่ได้มาจากการไปอบรมเช่นเดียวกัน

หลังจากที่อบรมเสร็จ มีผู้เข้าอบรมเล่าให้ฟังว่า

ตัวเองกำลังจะใช้วิธีที่ 3 อยู่พอดี
เพราะจ่ายขั้นต่ำแต่ละรายการไม่ไหวแล้ว
แต่พอฟังการอบรมวันนี้แล้ว คิดได้ว่า ไม่ทำดีกว่า
เพราะ หนี้เดิมที่มีอยู่หลายรายการ คิดรวมๆแล้วมีอยู่ 500,000 บาท
ตัดสินใจเอาที่ดินไปจำนอง -ประเมินราคาเรียบร้อยแล้วเหลือแค่ทำสัญญาขั้นสุดท้าย
จะต้องผ่อนที่ที่จำนองไปอีกประมาณ 30 ปี
ต้องจ่ายทั้งหมดประมาณ 1,300,000
หนี้เพิ่มเกือบ 2 เท่า ของหนี้ปัจจุบันที่มีอยู่
มีความรู้สึกว่าไม่คุ้มที่จะทำ ไม่ทำดีกว่า

จะขอใช้วิธีอื่น
จะได้ไม่ต้องทนจ่ายน้อยแต่จ่ายนาน จ่ายไปอีก 30 ปี และต้องจ่ายหนี้เพิ่มเป็นเท่าตัว


---------------------------

ใครที่คิดจะใช้วิธีที่ 3 third way out
ก็ควรจะคิดให้ดี คิดให้รอบคอบก่อน ว่าควรจะใช้วิธีนี้หรือไม่

อย่าใช้วิธีนี้เพียงเพราะว่า
ไม่อยากทนรับการทวงหนี้(ซึ่งไม่นานมันก็จะผ่านไป)
ไม่อยากเสียเครดิต
เพราะมันไม่คุ้มเลย
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/05/13 08:54 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#14880
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ขอบ่นสักหน่อย
ช่วงนี้ได้รับโทรศัพท์ขอคำปรึกษาประมาณว่า
พรุ่งนี้จะไปศาลแล้ว ทำไงดี
ตอนนี้อยู่ที่ศาลแล้วทำไงดี บ่อยมาก
ถ้าไม่รู้จักเวบนี้มาก่อนก็พอจะเข้าใจ
แต่ส่วนใหญ่คือ รู้จักเวบนานแล้ว ได้หมายศาลมานานแล้ว
คิดว่าเดี๋ยวค่อยถามตอนจะไปก็ได้
ฟังแล้วโมโหมาก เรื่องของตัวเองยังไม่ใสใจ
โทรศัพท์มาถามแบบจะต้องตอบเดี๋ยวนี้ พอไม่ว่างรับก็โทรอยู่นั่นแหล่ะ
ความเกรงใจไม่มีเลย
เรื่องของตัวเองรู้มาตั้งนานแล้วว่าต้องไปศาลแต่ไม่คิดจะหาข้อมูลล่วงหน้า
เซ็งคนจำพวกนี้มาก
-------------------------------

หากลูกหนี้ไปศาลด้วยตนเอง

-ลูกหนี้อาจไปศาล-เจรจาด้วยตนเองได้หากต้องการจะทำอย่างนั้น
แต่ลูกหนี้ต้องแม่นเรื่องข้อมูลจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ย มาตรากฎหมาย หลักการไปศาลฯลฯ
(ไม่อย่างนั้นอาจหลงคารมทนายโจทก์ได้ง่ายๆ)และกล้าที่จะพูดและต่อรอง
- หากต้องการเขียนคำให้การเพื่อไปยื่นต่อศาลก็สามารถขอคำปรึกษาจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค - ชมรมหนี้ฯ


ขอเตือนอีกครั้ง...สำหรับผู้ที่จะไปขึ้นศาลด้วยตนเอง
โดย พี่นกกระจอกเทศ

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=3&id=8347

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=3&id=2451


คนที่คิดจะไปศาลด้วยตัวเอง กรุณาอ่านทุกลิ้งที่อยู่ในกระทู้นี้ให้เข้าใจ
แล้วคุณจะไม่กลัวการไปศาลและไม่ถูกหลอก

-----------------------------------
รวมกระทู้เรื่องการไปศาล
(จาก..จะไปศาลนนท์วันที่ 10 มิ.ย ทำไงดี .debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=18067)

old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=19823
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=19206 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=18458 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15575
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=16971 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=16671 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=18249 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=18363 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15456 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=18396
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=18193 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=20522 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15506
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15288 old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=14883
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=10069
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=15677
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/06/18 21:57 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#15002
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
คำถาม
วันนี้ได้รับ จม.จาก KTC ค่ะ ขอให้ชำระหนี้ โดยบจ.เขาเรียกหนี้คืนทั้งหมด ให้ชำระภายใน 20 วัน
เราตั้งใจที่หยุดได้ 3 เดือนแล้วเพื่อเก้บเงินไว้ H/c หลังได้รับจม.แล้ว เราควรรอเขาติดต่อมาใช่ไหมค่ะ ถึงจะต่อรองกับเขา แบบหนี้เรียกว่าหนี้เสียหรือยังค่ะ และ จะมีผลต่อเงินเดือนที่เข้า KTC หรือเปล่าค่ะ

สิ่งที่ควรรู้และทำเมื่อได้รับจดหมายทวงหนี้
เมื่อได้รับจดหมายแบบตัวอย่างนี้ ก็ไม่ต้องไปสนใจ อยู่เฉยๆดีกว่า

หรือถ้ายังไม่เข้าใจก็อ่านที่พี่นกฯ เขียนไว้ก็แล้วกัน
*****************************************************************

ถาม 1 : วันนี้ได้รับ จม.จาก KTC ค่ะ ไขอให้ชำระหนี้ โดยบจ.เขาเรียกหนี้คืนทั้งหมด ให้ชำระภายใน 20 วัน
ตอบ : แล้วถ้ามันเขียนบอกว่า “ให้ชำระภายใน 20 นาที”…แล้วคุณจะไปจ่ายเงินให้มันทันไหมเนี่ย?
กระทู้ที่ควรตามไปอ่าน
debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=14752
หรือ
old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=19610
--------------------------------------------
ถาม 2 : เราควรรอเขาติดต่อมาใช่ไหมค่ะ ถึงจะต่อรองกับเขา
ตอบ : เฮ้อ...
กระทู้ที่ควรตามไปอ่าน
debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=11053
--------------------------------------------

ถาม 3 : แบบหนี้เรียกว่าหนี้เสียหรือยังค่ะ
ตอบ : มัน "เสีย" ไปตั้งแต่ที่คุณหยุดจ่ายตั้งแต่เดือนแรกแล้วล่ะคร๊าบ...
--------------------------------------------

ถาม 4 : จะมีผลต่อเงินเดือนที่เข้า KTC หรือเปล่าค่ะ
ตอบ : เฮ้อ...
กระทู้ที่ควรตามไปอ่าน
debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...amp;amp;id=9969#9976
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/05/20 09:55 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#15808
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ประสบการณ์ไปศาลของพี่กรีนนี

พอดีเจอกระทู้ที่พี่กรีนนีเขียนเล่าเรื่องการไปศาลของตัวเอง
เลยขอยกมาไว้ในกระทู้นี้สักหน่อย
เผื่อจะช่วยให้สมาชิกหายกลัวศาลได้บ้าง

กระทู้ (ย้อนรอยไปศาล)และสถานะหนี้ โดยพี่กรีนนี

...คดีแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
ทหารไทย คดีแรกของผม
คำฟ้องของทหารไทย แบบ ย่อๆ เป็นอย่างนี้

…จำเลยผิดสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี โจทก์บังคับจำเลยให้ชำระหนี้เงิน 86,xxx บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 75,xxx บาท นับแต่ถัดจากวันฟ้อง…

คำให้การของผม ย่อเหมือนกัน

…ธนาคารมีการคิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด (15%) ฉะนั้นโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยกับจำเลย เนื่องจากเป็นดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย ตกเป็นโมฆะ ยอดเงินที่ชำระไปแล้วทั้งหมดให้นำไปหักเงินต้น เหลือยอดที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ 3x,xxx บาท ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความขอให้เป็นพับ…

ดีใจนะที่คำให้การออกมาได้แบบนี้ ไม่ใช่ดีใจที่ต้องจ่ายน้อยลง มันเป็นความแปลกใจมากกว่า ณ ตอนนั้นคิดในใจว่า ถ้าไม่ได้มาปรึกษาหารือ หรือได้แนวความคิดแก้หนี้ด้วยกฎหมายจากคุณอาไพโรจน์ เราก็คงไม่ได้รู้ว่า จำเลยสามารถยื่นคำให้การแย้งโจทก์ได้ เพราะไม่เคยรู้กฎหมายพวกนี้เลย ปกติเราจะชินกับการเห็นยอดหนี้ที่ต้องชำระในใบแจ้งหนี้ แล้วเราก็โอเคตามนั้น พอได้รู้ได้เห็นก็หวังเหมือนกัน ไม่ผิดอะไรนี่ ทำตามกฎหมายทุกอย่าง คิดว่ายังไงก็ต้องได้จ่ายตามที่ยื่นคำให้การนี่แหละ

แต่…คุณอาบอกว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ศาลแต่ละท่านก็มีแนวทางของตัวเอง ดุลยพินิจ การวินิจฉัยข้อกฎหมายอาจแตกต่างกันไปได้ เรื่องยื่นคำให้การก็เป็นสิทธิของเราที่จะชี้แจง แต่คำตัดสินเป็นของท่าน และอีกด้าน ท่านก็ต้องดูคำฟ้องและหลักฐานของโจทก์ด้วย ผลจะออกมายังไง ต้องยอมรับ เพราะยังไงเสีย ลูกหนี้ ก็ต้องใช้หนี้ ซึ่ง ...ผมเข้าใจ และยอมรับ

พอถึงวันนัด เดือน สิงหา 48

ตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ไม่มาก เพราะเคยเข้าไปแล้วตอนไปคัดสำเนาคำฟ้อง แถมมีเพื่อนรุ่นก่อตั้ง นามแฝง “กำลังเครียด” อาสาไปเป็นเพื่อนด้วย (มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการ… ตอนนี้หายเครียดเรื่องหนี้แล้ว) เอกสารที่นำไปด้วยก็คือ...

(ยังมีต่อ ตามไปอ่านที่ debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=5&id=15418 )


และกระทู้เสริม

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=15588
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/05/26 13:02 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#15809
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
การเปลี่ยนวิถีชีวิต

อันนี้คงเหมือนการบ่นนิดๆ

เมื่อก่อนเคยเป็นเคยอยู่อย่างไรก็ช่างมันเถิด
หากตอนนี้มีปัญหาก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน
หนี้จะเกิดเพราะอะไรก็ตาม มาถึงตอนนี้ไม่ต้องสนใจมันแล้ว
สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรหนี้มันถึงจะลด หรือ หมดหนี้

หากเมื่อก่อนเคยอยู่บ้านหลังใหญ่
...เปลี่ยนเป็นหลังเล็กได้ไหม
หากเมื่อก่อนเคยมีรถหลายคัน
...ตอนนี้เหลือแค่คันเดียวได้ไหม
หากเมื่อก่อนเคยมีรถ1คัน
...ตอนนี้ใช้รถโดยสารสาธารณะก่อนได้ไหม
หากเมื่อก่อนเคยนั่งแท๊กซี่
...ตอนนี้นั่งรถปอ.หรือ ยูโร ก่อนได้ไหม
หากเมื่อก่อนเคยนั่งรถปอ.หรือยูโร
...ตอนนี้นั่งรถเมล์ธรรมดาก่อนได้ไหม
เมื่อก่อนเคยกินสเต็ก
...ตอนนี้กินหมูย่างเนื้อย่างก่อนได้ไหม
เมื่อก่อนเคยไปดูภาพยนตร์ที่ห้างเดือนละ 4 ครั้ง
...ตอนนี้ไปดูแค่เดือนละครั้งได้ไหม ฯลฯ


สิ่งสำคัญคือต้อง เลิก หรือ ลด
เลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ลดค่าใช้จ่าย
ทำอย่างไรก็ได้ ให้เหลือเงินเก็บ ให้รายได้กับรายจ่ายสมดุลย์กัน
ใช้หนี้หมดเร็วเท่าไหร่ ชีวิตก็จะกลับมาปกติเท่านั้น

หลังๆนี้คนที่โทรศัพท์มาขอคำปรึกษา
แนะนำไป นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ไหว ทำไม่ได้ ลดไม่ได้
บอกตรงๆว่า ไม่รู้จะเสียเวลาไปให้คำปรึกษาทำไมเหมือนกัน
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/05/26 12:55 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#15810
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
แถมประสบการณ์ชีวิต "การแก้ปัญหาหนี้" ของแฟมิลี่แมน/คุณเก่ง


กระทู้แรก "มา Update ปัญหาหนี้หลังจากหยุดจ่าย"

...ก่อนที่จะเจอเวปนี้ ตอนนั้นก็เหมือนเพื่อนๆทุกคนคือใช้วิธีการหมุนบัตรจ่ายขั้นต่ำ แต่ก็เอ๊ะใจว่าทำไมหนี้มันมีแต่เพิ่มขึ้นตลอด ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าตัวเองมีปัญหาแน่นอนถ้ายังทำแบบเดิม แล้วจะหมดหนี้ได้ยังงัย ตอนนั้นก็พยายามคิดหาวิธีต่างๆ เคยลองโทรไปเจรจากับแบงก์ว่าขอจ่ายแค่เฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยก่อนได้มั้ย จะได้นำเงินที่เหลือจากการจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ ไปรวบรวมแล้วไปเคลียร์เงินต้นของเจ้าหนี้ทีละราย... แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย... สรุปคือตอนนั้นคิดว่าไม่มีทางออกแน่นอน

แต่ก็โชคดี ตอนนั้นอ่านเวปผู้จัดการ แล้วมีการพูดถึงชมรมหนี้ฯ ผมก็เลยลองเข้ามาดู ผมเริ่มเข้ามาในเวปประมาณเดือน 2 ปี 2007 ตอนแรกที่เข้ามาก็กระหน่ำอ่านกระทู้เก่าๆ อ่านเสร็จก็คิดตามว่ามันใช่ทางแก้ปัญหาหนี้หรือไม่... ตอนนั้นผมยังติดปัญหาใหญ่อย่างเดียวคือไม่กล้าบอกภรรยา (หากอยากรู้เหตุผลว่าทำไมถึงไม่กล้าบอก ให้ไปอ่านในกระทู้สาเหตุหนี้ของผม)

มันเหมือนกับไม่ทางเลือก เพราะถ้าขืนผมยังหมุนเงินจ่ายขั้นต่ำต่อไป มันก็ไปได้อีกไม่นาน ก็เลยตัดสินใจหยุดจ่าย...
(อ่านต่อที่ debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...;catid=5&id=3084 )

---------------------------------------

กระทู้สอง "บทสรุปของคดี 5 คดีของผมที่ศาลพิพากษาแล้ว"


...วันนี้ผมจะมาเล่าความคืบหน้าของคดีควิกแคซ, ไทยธนาคาร, นครหลวงไทย, อีซี่บาย และกรุงไทย ที่ศาลท่านได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว

คดีควิกแคซ ผมเริ่มหยุดจ่าย 04/2550 ได้รับหมายศาลประมาณเดือน 04/2551 กำหนดขึ้นศาล 05/2551 ยอดหนี้ตอนที่ผมหยุดจ่ายประมาณ 1.2 แสนบาท ยอดหนี้ที่โจทก์ฟ้อง 1.4 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี คดีนี้ผมสู้คดี ศาลท่านมีคำพิพากษาให้จ่ายหนี้ 4.5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี....

คดีนี้ทางโจทก์ไม่ยอม แล้วไปทำการอุทธรณ์ ซึ่งกว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะออกก็คงใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี... หนี้ตัวนี้ผมก็คงรอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกมาก่อนค่อยเคลียร์ ซึ่งก็ดีอย่าง ผมจะได้มีเวลาไปเคลียร์หนี้ตัวอื่นก่อน...
(อ่านต่อที่ debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=14990 )
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/05/26 13:03 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#18118
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
เรื่องเล่าของนายแทม
(ตามลิ้ง...ไม่ไหวแล้วค่ะ...debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=18072
ไปเจอ-คิดว่าน่าอ่านเลยเอามาเพิ่มไว้ในกระทู้นี้ เผื่อคนที่ยังกลัวอยู่ตามไปอ่านแล้วความรู้สึกจะดีขึ้น)

------
ฝากถึงคุณ JJ ครับ

ผมเพิ่งโดนมาอย่างที่คุณโดนเมื่อวันที่ 8-9 พ.ย. 48 ที่ผ่านมานี่เองครับ ทวงหนี้มาจากบัตรเครดิตวีซ่า โลตัส ผมเป็นหนี้อยู่ 11,250 บาท ไม่ได้ชำระมาประมาณเกือบปีแล้ว เพราะว่าชำระให้รายอื่นและหักเหลือแล้วต้องดำรงชีพ

คนที่โทรมา ชื่อ อนันต์ จาก สำนัก..(จำไม่ได้) แต่เป็นคนใต้ โทรมาปุ๊ปเปิดฉากกับผมเลย

"คุณ .. เมื่อไหร่จะชำระเข้ามาค่าบัตรโลตัส คุณค้างชำระนานแล้วนะ"

ผมจะตั้งสติทุกครั้ง ( ผมขอแนะนำให้ทุกคนเลย ) พูดช้า ๆ และยิ้มไปด้วยเลยว่า
"สักครู่นะครับ ..ติดงานประมาณ1-2นาที ถือสายรอหน่อยครับ"

แล้วผมก็จะถือโทรศัพท์ (ถือจริงๆนะครับ ไม่เอามาแนบหู)
ไปนั่งคุยที่เงียบและไม่มีคนเลย เพราะจะได้พูดแบบเต็มเสียง จำเอาไว้ว่า ต้องพูดกับคนทวงหนี้ด้วยโทนเสียงต่ำ อย่าใช้โทนสูงครับ เพราะว่ามันจะทำให้สติเราหายไปกับคำด่าทอ

เมื่อพร้อม ผมจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ยิ้มให้กับตัวเอง แล้วก็ยกโทรศัพท์ถามว่า
"สวัสดีครับ ไม่ทราบจากคุณอะไรครับ"
"ผม อนันต์ครับ ติดต่อเรื่องบัตรเครดิตโลตัส ... (แล้วเขาก็จะพล่ามคำประชด เสียดสี เพื่อกระตุ้นอารมณ์ ต่างๆ นานา)"

"จากสำนักงานไหนครับ และขอเบอร์โทรกลับด้วยครับ"
"จาก สำนักทนายความ .. ส่วนเบอร์ติดต่อผมเบอร์นี้ได้"

เสียงเขาจะเริ่มอ่อยลง เมื่อถูกเราถามว่า โทรมาจากสำนักงานทนายความไหนและขอเบอร์โทรกลับด้วย

ผมจะตอบไปอีกว่า
"ขอเบอร์ที่สำนักงานครับ เดี่ยวผมจะโทรกลับไป แล้วคุยกันเรื่องรายละเอียด"

เท่านี้แหละครับ .. จบ เสียงอ่อยและพูดดีเลย
........................................................................

แต่ยังมีกรณีที่ 2 ครับ
คือ อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เขาเจรจากับผมไม่สำเร็จ เขาโทร.มาอีก ผมก็รับสาย เขาบอกว่า

" คุณ... ผมไม่คุยรายละเอียดมากแล้วนะ เอาเป็นว่า ผมจะดำเนินการส่งเรื่องเข้าศาล เพื่อฟ้องและทำหนังสืออายัดเงินเดือนของคุณทันที "

ผมหัวเราะแล้วตอบว่า
" คุณทำอย่างนั้นไม่ได้ ผมจะฟ้องกลับเพราะว่า คุณล่วงละเมิดอำนาจศาล คุณอ้างอำนาจศาลเพื่อข่มขู่ผม คุณบอกว่าจะทำหนังสืออายัดเงินเดือน คุณก็ทำสิ ผมจะได้เป็นหลักฐานไปฟ้องคุณกลับ "

เขาตอบว่า พร้อมกับหัวเราะ
"คุณ.. ผมได้ ชื่อ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมาแล้วนะ ชื่อ คุณ ... (โอ้ จอร์จ ถูกต้องเลยแหละ) ผมจะขอเข้าพบ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพื่อขออายัดเงินเดือน"

ผมตอบกลับทันควัน
"คุณทำผิดกฏหมายชัดเจน 1. คุณเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ให้กับบุคคลลอื่น เพราะสัญญากู้เงินเป็นเรื่องของเจ้าหนี้กับลูกหนี้ คุณนำข้อมูลไปเปิดเผยในที่สาธารณะ ผมฟ้องคุณได้ทันที 2. คุณล่วงละเมิอออำนาจศาล คุณอ้างอำนาจศาลมาอายัดเงินเดือน 3. หนังสือจากรมบังคับคดีเท่านั้นที่จะอายัดเงินเดือนผมได้ 4. คุณบุกรุกสถานที่ส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะธุระที่คุณมาติดต่อ เป็นเรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องของผู้จัดการฝ่ายบุคคล ผมแจ้งขอหาคุณได้ทันที ข้อหาบุกรุก ทำการข่มขู่ ผู้อื่นด้วยวาจา ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียต่อหน้าสาธารณชนด้วยข้อมูลอันเป็นความลับที่เปิดเผยในที่สาธารณะ .. ผมฟ้องคุณทุกข้อหาทันที ..."

ตู๊ด ๆ ๆ ๆ .. แล้วสายก็หลุดไปทันทีครับ (ยังมีต่ออีกเยอะ ตามไปอ่านได้ที่

old.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=1745 )
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/06/09 10:11 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#18119
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
ช่วงนี้มีคนขอคำปรึกษาเสร็จแล้วก็พูดประมาณว่า
ไม่กล้า - กลัว- ทนไม่ไหว - ท้อ เยอะมาก
ก็พยายามเข้าใจนะว่าบางทีการถูกกดดันหลายๆด้านก็ทำให้เครียด

แต่มานั่งคิดดูอีกที ก็อยากจะบอกว่า
ที่สมาชิกหลายๆคนโดนอยู่ ณ ตอนนี้
เรียกได้ว่า เบามาก เมื่อเทียบกับหลายปีก่อน
ตอนนั้นไม่มีใครมาคอยช่วยอะไรแบบนี้ด้วย
พวกเรายังอดทนและผ่านกันมาได้
พวกคุณก็ต้องผ่านมันไปได้เช่นกัน


เรามีหนี้ เพราะตัวเราเอง
จะเป็นเพราะสาเหตุใดก็ตาม ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว
เวลาจะสะสางหนี้ เราก็ต้องทำด้วยตัวเราเอง
เราสร้างหนี้จนหนี้เยอะไม่ใช่แค่วันสองวัน
เพราะฉะนั้นเวลาใช้หนี้ มันก็ไม่ใช่แค่วันเดียวแล้วหมดหนี้
ก็อดทนกันหน่อย แล้วปัญหามันก็จะผ่านไป


ยิ่งคิดท้อ /ไม่ไหวแล้ว มันก็จะยิ่งไม่ไหว
แต่ถ้าคิดว่าเรื่องเล็กน้อย เราก็จะมีแรงสู้มากขึ้น
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/06/09 10:10 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#18459
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี, 3 เดือน ก่อน กรรม: 1  
เมื่อศึกษาข้อมูลและวิธีการทั้งหมดให้เข้าใจแล้ว
ก็จะรู้ว่าลูกหนี้ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปกู้หนี้ยืมสิน(หาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า)เลย
เพี่ยงแค่หยุดจ่ายหนี้ขั้นต่ำทุกรายการ ตั้งใจเก็บตังค์จริงๆก็สามารถจ่ายหนี้ได้หมดได้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพูดได้ว่า
คนที่ใช้วืธีการหาหนี้ก้อนใหม่มาจ่ายหนี้เก่า หนี้ไม่เคยลด มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงทางตัน
เมื่อถึงตอนนั้นชีวิตลูกหนี้จะยิ่งเหมือนกับไม่มีความหวังไม่มีแสงสว่างใดๆในชีวิตเหลืออยู่เลย


-------------------------------

***คำขอร้อง***

ขอร้องว่าใครที่เข้ามาใหม่ขอให้ศึกษากระทู้นี้ก่อน ก่อนที่จะถาม
ไม่อย่างนั้นแล้วคนที่คอยให้ข้อมูลจะหมดแรงและเบื่อเสียก่อนที่ต้องมาตอบคำถามซ้ำๆ
และอย่าลืมว่า
ตนเป็นที่พึงแห่งตน โดยเฉพาะเรื่องการปลดหนี้ให้ตัวเองก็ต้องทำเองจะทำอะไรเราต้องรู้ข้อมูลให้ มากที่สุด เพราะฉะนั้นโปรดศึกษากระทู้นี้และกระทู้อื่นที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจ ถ้ายังสงสัยเรื่องใดก็ค่อยถามนะคะ
และไม่อยากให้มีปัญหาการตัดพ้อ/ต่อว่า/กล่าวหา...เกิดขึ้นจากการถามตอบอีก
เพราะฉะนั้น อยากจะขอย้ำว่า

1. หากอยากได้ข้อมูลอะไร เจ้าตัวก็ต้องให้ข้อมูลของตัวเองให้ชัดเจนด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วคนที่คอยตอบ
คำถามจะต้องทำงานหนักมาก หนักทั้งสมองและหนักใจ เพราะไม่ชัดว่าคนถามต้องการอะไรกันแน่

2.ก่อนจะถามอะไรก็ควรหาความรู้จากเวบนี้ก่อน มีกระทู้อะไรที่เกี่ยวข้องก็อ่านเข้าไป สงสัยค่อยถาม

3.ไม่ควรถามแบบสมองว่างเปล่าไม่รู้อะไรเลย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ต่อให้อธิบายเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจหรอก คนให้คำตอบก็เหนื่อยเปล่า คนฟังก็จะมึนและงง

4. อย่าคิดเรื่องไกลตัวเกินไป ให้คิดถึงเหตุการณ์เฉพาะหน้าก่อน เช่นพอเริ่มหยุดก็ต้องเตรียมรับการทวงหนี้ก่อนและเก็บตังค์ ไม่จำเป็นต้องกังวลไปถึงเครดิตบูโร การยึดทรัพย์ เป็นต้น

5. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และอย่าพยายามยืมจมูกคนอื่นหายใจ ลูกหนี้ที่ต้องการปลดหนี้จะต้องรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการปลด หนี้ของตัวเอง จะได้ตัดสินใจถูกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในขั้นตอนไหนและควรทำอะไรก่อน-หลังและอย่าผลัดวันประกันพรุ่งอย่างเด็ดขาด

6. เป็นหนี้ก็ต้องจ่ายหนี้ แต่เราจะจ่ายเมื่อเราพร้อม
เช่นมีเงินก้อนขอแฮร์คัทได้ก็จัดการไป อย่าปล่อยทิ้งไว้โดยคิดหลบเลี่ยงไม่ยอมจ่าย
เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายที่ชมรมนี้ต้องการ
เราต้องการให้ลูกหนี้เคลียร์หนี้ของตนเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

7.หากลูกหนี้คนไหนปล่อยเรื่องเข้ากระบวนการชั้นศาล กระทั่งมีคำพิพากษาออกมาแล้วก็ควรรีบติดต่อเรื่องการชำระหนี้โดยเร็วอย่า ปล่อยไว้ เพราะถ้านิ่งเฉยมันก็จะมีการยึดทรัพย์และอายัดเงินเดือนตามมาแน่นอน ให้พยายามติดต่อเรื่องการจ่ายหนี้ก่อนจะดีที่สุด

8.และไม่ว่าจะใช้วิธีการไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือเอกสารยืนยันการเจรจรา เราจะต้องมีตัวนี้ยืนยันทุกอย่างที่มีการตกลงกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด

9. เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไรก็ต้องรีบตัดสินใจ
เมื่อถึงเวลาต้องทำก็ต้องทำ
เมื่อจำเป็นต้องสู้ -ต้องชน... ก็ต้องทำ

(ลูกหนี้ต้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าตัวเองเหมาะกับการแก้ไขปัญหานี้แบบไหน และจะตัดสินใจได้ดีเมื่อพยายามหาข้อมูล+ความรู้จากเวบนี้+พยายามทำความเข้า ใจแล้ว)

----------------------------------
เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่เข้ามาในนี้คงจัดการหนี้ของตนเองไม่ไหว
แล้วถึงได้เข้ามา
เมื่อเข้ามาหาข้อมูล และ ได้รับคำนะนำแล้ว
ถ้ายัง.....ไอ้นั่นไม่ได้....ไอ้นี่ไม่กล้า....
...แบบนี้ไม่เอา......ไม่อยากทำแบบนั้น .... อยู่อีกหล่ะก็
มันก็เสียเวลาเปล่า/ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้ามาในเวบนี้เลย

อย่าลืมว่าคุณโชคดีกว่าคนอีกหลายร้อยหลายพันคน
เพราะคุณเจอเวบนี้แล้ว
ขอให้ใช้ความโชคดีนี้ให้คุ้มค่า

-----------------------------

THE END

ข้อมูลในเวบชมรมหนี้ฯ โดยเฉพาะกระทู้นี้จัดทำขึ้น
เพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ถือเป็นลิขสิทธิ์ของซันชายน์และกรรมการชมรมหนี้บัตรเครดิต
เพราะเรียบเรียงเนื้อหาขึ้นจากประสบการณ์ตรงของกรรมการชมรมหนี้ฯและตัวซันชายน์เอง
ซันชายน์ไม่ยินยอมให้ใครนำไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากซันชายน์ก่อน

เราดีใจและขอชื่นชมหากมีคนนำไปบอก-สอน-แนะนำคนอื่น-บอกต่อให้คนอื่นๆเข้ามาอ่าน
เพราะถือว่าเป็นการช่วยกระจายความรู้ เป็นการช่วยเหลือสังคมทางหนึ่ง ช่วยให้คนพ้นทุกข์

หากใครนำข้อมูลจากเวบนี้กระทู้นี้ไปหาประโยชน์ใส่ตนโดยไม่ได้รับอนุญาต
หรือนำไปดัดแปลงแก้ไขจนข้อมูลบิดเบือน ทำให้ผู้ที่มีปัญหาอยู่แล้วเข้าใจผิดแก้ไขปัญหาแบบผิดๆ
จนชีวิตเป็นทุกข์มากกว่าเดิม...หากมีใครทำแบบนั้นก็ขอให้คนคนนั้นมีแต่ทุกข์เป็นทวีคูณ
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/06/10 23:41 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#29801
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี ก่อน กรรม: 1  
ช่วงหลังนี่ เวลาอ่านกระทู้แล้ว
มักจะเห็นข้อความประมาณว่า

ตอนนี้ไม่จ่าย
หรือ
ตอนนี้ยังไม่จ่าย
จะเก็บเงินไว้แฮร์คัต


อ่านแล้วก็ชักมึน
ถ้าคุยกันเองในนี้ ไม่เป็นไรหรอก
เพราะเป็นแนวทางที่เราจะทำเพื่อให้หมดหนี้จริง


แต่ถ้าคุยกับพวกทวงหนี้
ไม่ต้องเอ่ยคำว่าแฮร์คัตจะดีกว่าไหม
บอกแค่ว่า ตอนนี้รายจ่ายเยอะ ไม่มีจริงๆ ขอเวลา(เก็บเงินก่อน)
แล้วค่อยติดต่อมาใหม่นะ
พูดแค่นั้นก็พอ


ถ้าบอกตรงๆว่าจะเก็บเงินแฮร์คัตอย่างเดียว
มันเหมือนเราจ่ายได้แต่ไม่ยอมจ่าย
มันเหมือนพวกหัวหมอ มากกว่าคนที่เดือดร้อนจริงๆ
แล้วพวกทวงหนี้ก็ต้องพูดประโยคเดียวกันว่า
ไม่มี ไม่เคยลด เป็นการปราม
ซึ่งก็ทำให้สมาชิกหน้าใหม่หลายคนเครียดกลัวว่าจะไม่ได้ส่วนลด


เมื่อเก็บเงินพอ สามารถเจรจาขอส่วนลดได้
ก็ไม่ต้องบอกว่าขอลดกี่เปอร์เซ็นต์

แค่ถามไปว่า จะให้จ่ายเท่าไหร่ จะลดให้เท่าไหร่
ถ้ายอดที่เขาลดให้เป็นยอดใกล้เคียงกับที่เราคาดว่าจะได้
ก็ตกลงไป--ให้เขาส่งเอกสารยืนยันส่วนลดมาให้--แล้วเราค่อยไปชำระหนี้


หากยอดที่เขาบอกมามันยังสูงอยู่
ก็ไม่ต้องไปอ้างว่าคนนั้นคนนี้ได้เท่าไหร่ได้กี่เปอร์เซ็นต์
เพราะอ้างไป พวกทวงหนี้ก็ต้องบอกว่าไม่มีที่ไหนหรอกที่จะลดให้ขนาดนั้น

ให้บอกแค่ว่ายังจ่ายไม่ไหว ลดให้อีกได้ไหม ถ้าลดไม่ได้คงต้องปฏิเสธไปก่อน
แล้วค่อยติดต่อมาใหม่อีกที

คุยแค่นี้น่าจะดีกว่านะ
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#32153
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน(ฉบับย่อ the end+ข้อมูลเสริม) 1 ปี ก่อน กรรม: 14  
ลิ้งค์กระทู้อธิบายเรื่องอายุความ
จงตามไปอ่านให้ละเอียด...


debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...2&id=31744#32152
หมูสมิง (ผู้เยี่ยมชม)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 730
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#34109
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน 12 เดือน ก่อน กรรม: 1  
พอดีมีคนตั้งกระทู้เรื่องล้มละลาย
คิดว่าเอามาไว้ในกระทู้นี้ด้วยเลยดีกว่า

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วๆไป การถูกตัดสินให้ล้มละลายเป็นเรื่องที่แย่มากๆ
อย่าคิดว่าแค่สามปีเอง เดี๋ยวครบกำหนดแล้วก็กลายเป็นคนไม่มีหนี้สินอะไรติดตัว
อยากจะบอกว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น
เพราะนอกจากคุณจะกลายเป็นคนไม่มีหนี้สินแล้ว
คุณก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีอะไรด้วย

สามปีที่เป็นบุคคลล้มละลาย
-คุณอาจถูกให้ออกจากงาน
-ไม่มีทรัพย์สินเหลืออยู่
-เก็บเงินก็ไม่ได้
-ทำธุรกรรมใดๆเกี่ยวกับเงินไม่ได้

พอพ้นสามปี คุณเป็นไทแก่ตัวก็จริง
แต่คุณต้องเริ่มต้นใหม่จากความว่างเปล่า

จริงอยู่ที่ว่าตราบใดยังมีลมหายใจตราบนั้นเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
แต่มันจะเป็นก้าวย่างที่ลำบากมาก

ยกเว้นคุณทำอาชีพอิสระ ไม่ต้องง้อบริษัทต่างๆให้รับเข้าทำงาน
ไม่คิดจะทำธุรกรรมอะไรกับแบงก์อีกแล้ว
ล้มละลายสามปีจะเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก
พอพ้นกำหนดสามปีคุณก็เริ่มสร้างชีวิตใหม่ได้ไม่ยากนัก

เพราะฉะนั้น
หากใครที่มีหนี้รายเดียวหนึ่งล้านขึ้นไป
พยายามตกลงเรื่องการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ให้ได้จะได้ไม่มีปัญหา
ยกเว้นมันเยอะจนชำระไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องทำใจ

อย่างบ้านถ้าไม่ไหวก็ตัดใจขายโอนสิทธิให้คนอื่นผ่อนต่อไปซะ
อย่าไปเสียดาย(ใช้หนี้หมดแล้วก็หาใหม่ได้)
อาจจะได้ราคาต่ำแต่มันก็ช่วยลดภาระหนี้
จะได้ไม่ต้องไปเฉียดใกล้กับคำว่าล้มละลาย

ข้อมูลเรื่องการถูกฟ้องล้มละลาย

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...catid=2&id=33673
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2009/09/10 20:49 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#43034
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน 10 เดือน, 2 สัปดาห์ ก่อน กรรม: 1  
รวมมิตรกระทู้ "แยกตามสถาบันการเงิน" โดย pikolo

debtclub.consumerthai.org/index.php?opti...=2&replyto=42963
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#55980
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน 7 เดือน, 2 สัปดาห์ ก่อน กรรม: 1  
เป้าหมายสำคัญของชมรมคือ
ลูกหนี้ชำระหนี้ได้โดยที่ตัวเองและครอบครัวไม่เดือดร้อน
ลูกหนี้ไม่ต้องหมุนหนี้ ไม่ต้องหาหนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เก่า
ซึ่งมันเป็นวังวน หลุมพราง จ่ายเท่าไหร่หนี้ก็ไม่ลด มีแต่จะเพิ่ม
เราแนะนำให้ลูกหนี้หยุดชำระหนี้ หยุดชั่วคราวเพื่อปรับระบบการเงินของตัวเองใหม่
ไม่ได้แนะนำให้หนีหนี้ แต่แนะนำให้ลูกหนี้ชำระหนี้เมื่อตัวเองพร้อม
และเจ้าหนี้ก็จะได้หนี้คืนตามที่ควรได้
ไม่ใช่ได้หนี้คืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมค่าปรับมหาโหด ขูดเลือดขูดเนื้อลูกหนี้
จนลูกหนี้อยู่ไม่ได้ ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หลักการสำคัญคือคือหยุดจ่ายหนี้ตามลำดับที่ถูกต้อง(ที่อธิบายไว้ให้แล้ว)
ทำตารางรายรับรายจ่าย ตารางหนี้ของตัวเอง
ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ - พยายามใช้จ่ายอย่างประหยัด
เก็บเงิน(จากรายได้ของตัวเอง ) พอมีเงินพอก็เจรจาชำระหนี้เป็นรายๆไป
เจรจาได้-ได้รับเอกสารยืนยันตามที่เจรจาแล้วก็ชำระหนี้ไป
เจรจาไม่ได้ก็ยังไม่จ่าย--มันก็แค่นั้น
ต่อให้ได้ส่วนลดน้อยหรือไม่ได้ลดอะไรเลย --ก็ยังพูดได้ว่า ดี
เพราะเราได้เวลาหยุดเก็บเงิน ไม่ต้องเวียนหัว ไม่ต้องหมุนเงิน(ซึ่งมีแต่ทำให้หนี้เพิ่ม)
และหมดหนี้จริงๆ
เรา(ลูกหนี้)เมื่อตัดสินใจเดินทางนี้ ก็เก็บเงินใช้หนี้ไปเรื่อยจนกว่าจะหมดหนี้ทุกรายการ

ชมรม ไม่ได้ต้องการให้ลูกหนี้หวังและรอเจรจาแฮร์คัตได้ลดเปอร์เซ็นต์งามๆ
พอไม่ได้ก็เป็นเดือดเป็นร้อน และโวยวาย(เหมือนที่หลายๆคนทำ)
ว่าทำไมไม่ได้เท่านั้นเท่านี้
ชมรมเน้นว่าเมื่อเก็บเงินได้ก็เจรจาไป เมื่อพร้อมก็เจรจาปิดหนี้ไป
ส่วนจะได้ลดเท่าไหร่ อันนี้แล้ว คนเจรจา มันไม่มีบรรทัดฐานแน่นอน
ชมรมเน้นว่าชำระหนี้หมดเร็วเมื่อไหร่ คุณก็เริ่มต้นใหม่ได้เท่านั้น
ยกเว้นมันจ่ายไม่ไหวจริงๆหรือ ยอดที่ต้องจ่ายมันสูงเกินเหตุ ถึงจะบอกว่าปล่อยไปก่อน

เพราะฉะนั้นนโยบายสถาบันการเงินต่างๆเป็นยังไง ไม่ต้องสนใจ
ใครจะเข้าป่วน มาก่อกวน หรือมาบั่นทอนกำลังใจ ก็ไม่ต้องสนใจ
แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าตอนนี้ฝ่ายเจ้าหนี้เข้ามาดูแล้วรู้ว่าเราจะทำยังไง
พวกเขาเข้ามาดูนานแล้ว เข้ามาดูตั้งแต่แรกๆแล้ว
แอบแฝงเข้ามาในรูปของสมาชิกก็มีประจำ
เพราะนั้นไม่ต้องไปสนใจ แค่ทำตามวิธีการให้ถูกต้องตามขั้นตอน
เก็บเงินรอไปเรื่อยๆและใช้หนี้เมื่อพร้อม คุณก็จะหมดหนี้ได้ในที่สุด


และขอยืนยันว่า วิธีแก้ไขปัญหาหนี้ฉบับนี้ ใช้ได้ผลจริงๆ
สำหรับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหาหนี้ของตัวเอง
ขอให้ศึกษาวิธีการต่างๆให้เข้าใจและหนักแน่นเข้าไว้
และขอยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลที่มาจากฝ่ายเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นแค่คำขู่
ขอเพียงเขาขู่เราไม่ได้สุดท้ายก็จะเลิกขู่ไปเอง


sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
Last Edit: 2010/01/22 21:25 By sunshine.
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
#56273
Re:วิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องอ่าน 7 เดือน, 2 สัปดาห์ ก่อน กรรม: 1  
ดาวน์โหลดฟอร์ม "ร้องเรียนตามหนี้โหด" ที่นี่

www.consumerthai.org/debt/index.php?opti...catid=2&id=19649
sunshine (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 531
graphgraph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
การบันทึก การบันทึก  
 
“อย่าปล่อยให้ปัญหาหนี้ทำร้ายชีวิตพนักงาน และทำลายบริษัทหรือองค์กรของท่าน”
ชมรมรับจัดอบรมวิธีแก้ปัญหาหนี้สินให้กับบริษัทต่างๆ สนใจจัดอบรมให้พนักงานในบริษัท
ติดต่อ dmot2009@hotmail.com
 
หัวข้อนี้ได้ถูกล็อคโดยผู้ใช้เรียบร้อยแล้ว  
Go to top
You are here  : หน้าหลัก Webboard คนยิ้มสู้หนี้